จุดเริ่มต้นคือประเด็นข้อสงสัยเรื่อง ‘บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง’ ซึ่งกลุ่มภาคประชาชนและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีได้ร่วมกันตรวจสอบ ก่อนที่จะกลายเป็น ‘คู่กรณี’ กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะถูก กกต. ดำเนินคดีในฐานขัดขวางการเลือกตั้ง และอั้งยี่ซ่องโจร
ประเด็นสำคัญ
‘ดร. ณัฏฐ์’ พยานของ กกต. คดีบาร์โค้ด
กรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งกลายเป็นคดีในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ ‘ดร. ณัฏฐ์’ หรือ ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ปรากฏตัวเป็นพยานของฝ่าย กกต. เพื่อสู้คดีว่า บาร์โค้ดไม่ได้ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยตรงและลับ
เมื่อ 16 เมษายน สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. หนึ่งในผู้ถูก กกต. ดำเนินคดี ได้ตั้งข้อสงสัยถึงวุฒิการศึกษาของ ดร. ณัฏฐ์ และตั้งประเด็นจากข่าวลือว่า เขาอาจเป็นอดีตอัยการที่เคยถูกไล่ออกจากราชการเพราะรับสินบน 1.5 ล้านบาทในคดีเลือกตั้งหรือไม่
จากนั้น ‘ชาวโซเชียล’ (ตามที่สมชัยเรียก) ได้สืบค้นข้อมูลพบ ‘คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด’ หมายเลขคดีดำที่ ฟบ. 46/2561 คดีแดงที่ ฟบ. 49/2565) เผยแพร่อยู่บนเว็บไซต์ทางการของศาลปกครอง ซึ่งเป็นเอกสารความยาว 17 หน้า
เนื้อหาในคำพิพากษาส่วนหนึ่งที่สมชัยเผยแพร่ ระบุว่า ‘อดีตอัยการ’ คนหนึ่งถูกไล่ออกจากราชการ เนื่องจากมีพฤติกรรมเรียกรับสินบน และเมื่ออดีตอัยการคนนั้นฟ้องคณะกรรมการอัยการต่อศาลปกครอง ศาลได้ยกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่ากระทำผิดจริง
นาทีเผชิญหน้า สู่ปริศนาคำพิพากษาที่หายไป
ต่อมาเมื่อ 17 เมษายน สมชัย และ ดร. ณัฏฐ์ ได้เผชิญหน้ากันในรายการ ‘คมชัดลึก’ ของเนชั่นทีวี ซึ่งบรรยากาศก่อนเริ่มรายการมีความตึงเครียด และ ดร. ณัฏฐ์ ได้แสดงความไม่พอใจกับสมชัยอย่างมาก ซึ่งสมชัยได้ตรวจสอบหลักฐานและยอมรับในรายการว่า ดร.ณัฏฐ์ จบ ป.เอก จริง และไม่ใช่ทนายความคู่กรณีเก่าตามที่ตนจำผิด
แต่จุดพีคคือประเด็น ‘คำพิพากษาศาลปกครอง’ ที่สมชัยอ้าง ดร. ณัฏฐ์ ยืนยันว่า ‘เอกสารดังกล่าวเป็นของปลอมที่มีคนสวมรอยชื่อ’ และได้แจ้งความเอาผิดผู้เผยแพร่ไว้แล้วที่ สน.บางพลัด ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 พร้อมท้าให้สมชัยบอกมาว่าใครเป็นผู้เผยแพร่เอกสารเท็จนี้
หลังจบรายการ สมชัยได้โพสต์ชี้เป้าทันทีว่า ‘ผู้เผยแพร่’ เอกสารที่ ดร.ณัฏฐ์ อ้างว่าเป็นของปลอมนั้น แท้จริงแล้วคือ ‘เว็บไซต์ทางการของสำนักงานศาลปกครอง’ เอง พร้อมแนบลิงก์ให้ประชาชนเข้าไปค้นหาและดาวน์โหลดเอกสารฉบับเต็มได้ด้วย
เรื่องราวกลับตาลปัตรยิ่งขึ้น เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันที่ 18 เมษายน เอกสารคำพิพากษาคดีดังกล่าวที่เคยเผยแพร่อยู่บนเว็บไซต์ของศาลปกครอง ได้ถูก ‘ระงับการเผยแพร่’ และสืบค้นไม่ได้อีกต่อไปอย่างมีเงื่อนงำ แม้จะยังมี Digital Footprint หลงเหลืออยู่ใน Google และ Internet Archive ก็ตาม
ขอคัดสำเนาคำพิพากษาไม่สำเร็จ-เรื่องถึง สว.
20 เมษายน ธนารัตน์ กัวรัตนาพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และหนึ่งในผู้ที่ ดร. ณัฏฐ์ แจ้งความ ได้ไปที่ศาลปกครองสูงสุดเพื่อขอคัดสำเนาคำพิพากษาคดีดังกล่าว เพื่อนำมาใช้เป็นหลักฐานในการต่อสู้คดี แต่ศาลได้ปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่า ‘ไม่ใช่คู่กรณี’ แต่ธนารัตน์ชี้ว่า ตามมาตรา 69 ใน พ.ร.บ. ศาลปกครอง พ.ศ. 2542 ประชาชนทั่วไปสามารถขอคัดสำเนาคำพิพากษาได้
ในวันเดียวกัน สมชัยได้ไปยื่นหนังสือถึงศาลปกครอง เพื่อขอให้ตรวจสอบว่าการที่ ดร. ณัฏฐ์ ไปแจ้งความว่าเอกสารทางการของศาลเป็นเอกสารปลอมนั้น เข้าข่ายละเมิดหรือดูหมิ่นศาลหรือไม่ แต่วันนั้นไม่มีตัวแทนศาลลงมารับเรื่อง
สมชัยแจ้งว่า ยังคงรอคำชี้แจงจากเลขาธิการศาลปกครองสูงสุดในเรื่องนี้ และในสัปดาห์หน้า จะเดินทางไปขอคัดสำเนาจากศาลปกครองด้วยตัวเองอีกครั้ง พร้อมเตรียมทำหนังสือสอบถามไปยังคณะกรรมการอัยการว่า เคยมีคำสั่งไล่ออกพนักงานอัยการจริงหรือไม่
กระทั่งวันนี้ (23 เมษายน) นรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความ ได้เข้ายื่นหนังสือต่อกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีคำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับ ‘อดีตพนักงานอัยการ’ หายไปจากระบบการสืบค้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยมีการเผยแพร่มานานแล้ว
นรเศษรฐ์ ปรัชญากร สว. ในฐานะประธานกรรมาธิการฯ ได้รับเรื่องนี้ไว้ และมอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิ และเสรีภาพ ในคณะกรรมาธิการฯ พิจารณาศึกษาข้อเท็จจริงต่อไป
จากบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง สู่คำพิพากษาล่องหน
เหตุการณ์ทั้งหมดมีต้นเรื่องจากมุมมองทางกฎหมายที่แตกต่างกันในกรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ก่อนจะกลายเป็นประเด็นส่วนบุคคลอย่างกรณีระหว่าง ดร. ณัฏฐ์ และสมชัย แต่แล้วก็ขยายเป็นประเด็นทางสังคมอีกครั้ง เมื่อจู่ๆ คำพิพากษาที่เคยสืบค้นได้ในระบบออนไลน์กลับหายไป เมื่อมีข้อพิพาทนี้เกิดขึ้น
ไม่ว่า 2 เรื่องนี้จะเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันหรือไม่อย่างไร แต่กรณี ‘คำพิพากษาล่องหน’ ก็ควรค่าแก่การติดตามต่อ เพราะย่อมส่งผลถึงบรรทัดฐานและความโปร่งใสในการเข้าถึงข้อมูลของประชาชน หรือ ‘สิทธิได้รู้’ (Rights to Know) ที่ประชาชนพึงได้รับเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดช่วงค่ำของวันนี้ (23 เมษายน) พบว่า คำพิพากษาดังกล่าว ทั้งหมายเลขคดีดำที่ ฟบ. 46/2561 คดีแดงที่ ฟบ. 49/2565 ทั้งหมดสามารถเข้าถึงและดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ระบบสืบค้นของศาลปกครองแล้ว


