ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ (4 มิถุนายน) วาระพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาของ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ตั้งถามนายกรัฐมนตรี กรณีอดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต เปิดแชทข้อความที่ นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ร้องขอให้ “ช่วยน้ำเงินด้วย” ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้มอบหมายให้ เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบกระทู้แทน
ประเด็นสำคัญ
พริษฐ์ระบุว่า แม้อธิบดีกรมการปกครองอ้างว่า อาจมีใครมาแอบพิมพ์ข้อความแทนได้ เป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น และถามไปยังอนุทินว่าเชื่อคำชี้แจงนี้หรือไม่ จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้เมื่อใด และจะมั่นใจได้อย่างไรว่า คณะกรรมการสอบสวนจะไม่จำกัดวงอยู่เฉพาะใน ‘สีน้ำเงิน’
“ถ้าเป็นเรื่องจริง ข้อความไลน์นี้ถือเป็นใบเสร็จว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมา โดนแทรกแซงโดยอธิบดีกรมการปกครองช่วยสีน้ำเงินชนะเลือกตั้งผ่าน กลไกแต่งตั้งโยกย้ายนายอำเภอที่มีอุดมการณ์เดียวกับสีน้ำเงินไปดูแลพื้นที่ต่างๆ
“เพราะในเวลานั้นกระทรวงมหาดไทยย้ายนายอำเภอสูงถึง 304 คน เกือบครึ่งหนึ่งถูกแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการประจำเขตเลือกตั้งต่างๆ โดยตรง ผมจึงอยากทราบใช้หลักเกณฑ์ใดในการโยกย้ายนายอำเภอ ทำไมไม่รอโยกย้ายหลังการเลือกตั้ง” พริษฐ์กล่าว
ยืนยันได้หรือไม่ ‘กรมปกครองฯ’ ไม่รู้เรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
พริษฐ์ตั้งคำถามอีกว่า กรมการปกครองรับรู้เรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งหรือไม่ เพราะ 1 ใน 3 โรงพิมพ์บัตรเลือกตั้งคือ กรมการรักษาดินแดงที่อยู่ในสังกัดกรมการปกครอง พร้อมยืนยันหรือไม่ว่า ไม่มีใครในกรมการปกครองรู้ข้อมูลบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ก่อนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ข้อความในไลน์ “ช่วยน้ำเงินด้วย” อาจไม่ใช่แค่ส่งให้ปลัดจังหวัด แต่เป็น ‘รหัสลับ’ หรือคาถาพิเศษที่ถูกใช้เพื่อเห็นว่า น้ำเงินทำอะไรไม่ผิด
พริษฐ์ยังขอให้ชี้แจงว่า จะสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนอย่างไรว่ากรมที่ดินไม่ได้เพิกถอนโฉนดที่ดินเขากระโดง เพราะผู้บริหารถูกสั่งให้ “ช่วยน้ำเงินด้วย” หรือกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ปัดตกคดีซุกหุ้นของ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และหากเร็วๆ นี้ คณะกรรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป่าคดีฮั้วสว. จะมีเหตุผลเพราะถูกสั่งให้ “ช่วยน้ำเงินด้วย” หรือไม่
“ไม่อยากให้เป็นเรื่องบังเอิญทั้งหมด จนประชาชนสงสัยเหตุผลที่รัฐบาลเข้าสู่อำนาจได้ เพราะได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน หรือได้รับการช่วยเหลือประสานเสียงจากมือที่มองไม่เห็น” พริษฐ์กล่าว
ด้านเจเศรษฐ์ชี้แจงว่า อธิบดีกรมการปกครองได้ทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงมา โดยหนังสือส่งมาเมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาหนังสือที่อธิบดีฯ ส่งมาว่ามีข้อเท็จจริงเพียงพอหรือไม่ หากมีข้อมูลอะไรที่ติดใจจะนำมาสอบสวนเพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการต่อไป
ส่วนที่ถามว่าตนจะเชื่อที่อธิบดีชี้แจงมาหรือไม่นั้น ตนเองคงใช้ตัวเองเป็นบรรทัดฐานหรือการตัดสินใจไม่ได้ ต้องเชื่อด้วยการพิสูจน์ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ และเชื่อว่ากระบวนการทางเทคโนโลยีนั้นจะสามารถตามรอยหรือตรวจสอบได้แน่นอน
สำหรับคำถามที่ว่าการตั้งสีน้ำเงินมาตรวจสอบสีน้ำเงิน จะมีสีอื่นเข้ามาตรวจสอบหรือไม่นั้น เรื่องสีตนไม่ชัดเจน แต่ที่พริษฐ์ถามว่า จะมีพรรคการเมืองอื่นเข้ามาร่วมหรือไม่ มี สส. ขอชี้แจงว่าเรามีคณะกรรมาธิการ (กมธ.) แล้ว ซึ่งสามารถส่งเรื่องไปที่กรรมาธิการการปกครองก็ได้ เพราะมี สส. ทั้งจากพรรคร่วมรัฐบาลหรือพรรคฝ่ายค้านเป็นกรรมาธิการฯ อยู่แล้ว
“ที่ถามว่าคนตรวจสอบกับผู้ที่ถูกร้องเป็นสีเดียวกัน เป็นพวกเดียวกันหรือไม่นั้น แน่นอนมหาดไทยสีเดียวกันหมด ข้าราชการมหาดไทยสีเดียวกันหมดคือสีกากี ตั้งแต่ผมเข้ามาก็เห็นสีเดียวคือสีกากี แน่นอนว่ากระทรวงหาดไทยต้องมีการตรวจสอบและชี้แจงออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร เรื่องนี้ต้องใช้เวลา เพราะมีมูลเหตุหลายอย่าง” เจเศรษฐ์กล่าว
ข้าราชการไร้อำนาจชี้นิ้วสั่งประชาชนเลือกพรรคไหน
ในกรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งนั้น เจเศรษฐ์ย้ำว่า คงไม่เอาใจหรือความรู้สึกของตัวเองมาตอบได้ แม้ตนเองจะผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว 3 ครั้ง ขอเรียนว่าข้าราชการไม่ได้มีผลต่อการเลือกตั้งของตนเลย
“รวมถึงเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกที่นั่งอยู่ตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็นท่าน หรือพรรคของนายท่านก็ไม่มีข้าราชการคนไหนที่จะมีส่วนเข้ามาช่วยพวกเราได้” เจเศรษฐ์กล่าว
“วันนี้หากท่านบอกว่ามีกรมการปกครองเข้ามามีส่วนร่วมหรือช่วยให้ประชาชนเลือกพรรคใดพรรคหนึ่งได้ ผมคิดว่าหากเราคิดเช่นนั้น ลำบาก แต่สิ่งที่ชัดเจนคือเรามาจากประชาชน และเชื่อว่าเราคงไม่หวังให้ข้าราชการคนใดคนหนึ่งมาช่วยเรา
“ข้าราชการโดยเฉพาะกรมการปกครอง คงไม่มีอำนาจไปชี้หรือสั่งให้พี่น้องประชาชนเลือกใครคนใดคนหนึ่ง หรือเลือกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งได้ แต่ที่ท่านพูดคือจะสื่อว่า กระบวนการเอื้ออำนวยหรือไม่ ก็ขอให้ท่านเดินหน้าตรวจสอบเลย อะไรที่เป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายบริหารเราก็ยินดีให้ข้อมูล แต่ขอให้เป็นไปตามกระบวนการ อะไรที่ท่านยังติดใจ หลังจากนี้จะมีการชี้แจงจากกรมการปกครอง” เจเศรษฐ์กล่าว
เจเศรษฐ์กล่าวด้วยว่า ขอให้ประชาชนไม่ต้องเชื่อในตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ต้องเชื่อกระบวนการยุติธรรม ทุกอย่างมีระยะเวลา อะไรที่มีมูลเหตุและพยานหลักฐานที่ชัดเจน ทั้งนี้เชื่อว่า ไม่มีมือที่มองไม่เห็น ทุกอย่างต้องถูกดำเนินการไปตามกระบวนการของกฎหมายอย่างชัดเจน ส่วนการโยกย้ายในอำเภอนั้นเป็นอำนาจหน้าที่ของข้าราชการประจำที่เขาทำเป็นประจำอยู่แล้ว โยกย้ายไปแล้วมีผลต่อการเลือกตั้งหรือไม่ หน้าที่ของนายอำเภอคือ ผอ.ในการกำกับดูแลการเลือกตั้งตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอความร่วมมือมา อีกทั้งในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมานั้น เรารับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการที่กรมการปกครองเข้าไปยุ่งกับผู้สมัครหรือเอื้ออำนวยความสะดวกให้ผู้สมัครน้อยมาก


