แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกตัดสินว่ามีความผิดแทบทุกข้อหาจากทั้งหมด 115 ข้อหาเกี่ยวกับการละเมิดกฎด้านการเงินของพรีเมียร์ลีก ตามรายงานของ The Athletic ซึ่งอ้างแหล่งข่าวที่ได้รับข้อมูลแต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดเผยต่อสาธารณะ
รายงานระบุว่าสโมสรถูกตัดสินว่าผิดทุกข้อหายกเว้นเพียง 1 ข้อ ขณะที่บทลงโทษยังไม่ได้รับการตัดสิน โดยยังเปิดทุกความเป็นไปได้ และคาดว่าแมนฯ ซิตี้จะยื่นอุทธรณ์
ทั้งนี้ สโมสรปฏิเสธข้อกล่าวหามาโดยตลอด ขณะที่พรีเมียร์ลีกปฏิเสธที่จะให้ความเห็น โดยโฆษกระบุเพียงว่า “นี่เป็นกระบวนการที่เป็นความลับ เราจะไม่ให้ความเห็นใดๆ ทั้งสิ้น”
ด้านโฆษกของแมนฯ ซิตี้ ระบุว่า “กระบวนการของพรีเมียร์ลีกยังดำเนินอยู่ โดยยังมีส่วนสำคัญที่ต้องทำให้เสร็จ และอยู่ภายใต้การรักษาความลับอย่างเข้มงวด จุดยืนของสโมสรจึงยังคงเป็นไปตามแถลงการณ์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2023”
สโมสรยังระบุว่า “สโมสรเคารพกระบวนการอันชอบธรรมอย่างเคร่งครัดมาตลอด 8 ปี บนพื้นฐานที่ว่าคณะกรรมการและฝ่ายบริหารของพรีเมียร์ลีกจะทำหน้าที่เป็นผู้กำกับดูแลที่เป็นอิสระ, เป็นกลาง และเที่ยงธรรม ปราศจากอิทธิพลของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง”
หากผลการตัดสินเป็นไปตามรายงาน นี่จะเป็นหนึ่งในคำตัดสินที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ ปิดฉากคดีที่ยืดเยื้อและเป็นประเด็นร้อนของพรีเมียร์ลีกมานานกว่า 3 ปี
จุดเริ่มต้นจากเอกสารหลุดเมื่อปี 2018
การสอบสวนเริ่มต้นหลัง Der Spiegel หนังสือพิมพ์เยอรมัน เผยแพร่เอกสารทางการเงินของแมนฯ ซิตี้ที่หลุดออกมาเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2018 ก่อนที่พรีเมียร์ลีกจะตั้งข้อหาสโมสรในเดือนกุมภาพันธ์ 2023 หลังสอบสวนนาน 4 ปี และส่งเรื่องให้คณะกรรมการอิสระพิจารณา
ข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงที่สุดคือการที่สโมสรไม่ได้ให้ข้อมูลทางการเงินที่ถูกต้อง ซึ่งสะท้อนภาพที่แท้จริงและเป็นธรรมของรายได้ รวมถึงรายได้จากผู้สนับสนุนและต้นทุนการดำเนินงาน ในทุกฤดูกาลตั้งแต่ 2009-10 ถึง 2017-18
ข้อกล่าวหาอื่นยังรวมถึงการไม่เปิดเผยรายละเอียดการจ่ายเงินให้นักเตะและโค้ช, การละเมิดกฎการเงินแฟร์เพลย์ของ UEFA และกฎว่าด้วยการทำกำไรและความยั่งยืนของพรีเมียร์ลีกเอง รวมถึงข้อกล่าวหาว่าได้รับรายได้จากผู้สนับสนุนที่สูงเกินจริงจากบริษัทที่เชื่อมโยงกับเจ้าของสโมสร
เมื่อข้อกล่าวหาถูกเปิดเผยในปี 2023 แมนฯ ซิตี้ระบุว่า “ประหลาดใจ” และยินดีให้คณะกรรมการอิสระพิจารณาหลักฐานที่สโมสรมองว่ามีจำนวนมากและหักล้างไม่ได้ ซึ่งสนับสนุนจุดยืนของสโมสร
การพิจารณาคดีเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2024 และสิ้นสุดเกือบ 3 เดือนต่อมาในวันที่ 6 ธันวาคม โดยคณะกรรมการอิสระ 3 คนที่แต่งตั้งโดยประธานอิสระของคณะกรรมการตุลาการพรีเมียร์ลีก ขณะที่สื่ออังกฤษรายงานว่าแมนฯ ซิตี้ว่าจ้าง เดวิด แพนนิก เป็นทนายความนำทีม ส่วนพรีเมียร์ลีกมี อดัม ลูอิส เป็นตัวแทน
แมนฯ ซิตี้เคยเผชิญคดีลักษณะนี้มาแล้ว เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2020 UEFA เคยสั่งแบนสโมสรจากการแข่งขันระดับยุโรป 2 ปี พร้อมปรับ 26.8 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1.19 พันล้านบาท) หลังพบว่ารายงานรายได้จากผู้สนับสนุนสูงเกินจริงระหว่างปี 2012-2016
ทว่าศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา (CAS) กลับคำตัดสินดังกล่าวในอีก 5 เดือนต่อมา เนื่องจากความผิดที่ถูกกล่าวหาบางส่วนพิสูจน์ไม่ได้ ส่วนบางส่วนก็เกิดขึ้นนานเกินกว่าที่กฎของ UEFA จะลงโทษได้
อย่างไรก็ตาม CAS ก็ตัดสินว่าแมนฯ ซิตี้มีความผิดฐานไม่ให้ความร่วมมือกับ UEFA ด้วยการไม่ส่งหลักฐานจำนวนมาก ซึ่ง CAS ระบุว่าเป็นการละเมิดที่ร้ายแรง จนนำไปสู่ค่าปรับ 8.8 ล้านปอนด์ (ประมาณ 390 ล้านบาท)
บทลงโทษมีตั้งแต่ปรับเงินจนถึงไล่ออกจากลีก
บทลงโทษที่เป็นไปได้กำหนดไว้ในกฎข้อ W.51 ของพรีเมียร์ลีก ซึ่งมีตั้งแต่การตักเตือนและปรับเงิน ไปจนถึงการตัดแต้ม และร้ายแรงที่สุดคือการไล่ออกจากพรีเมียร์ลีก โดยคณะกรรมการยังสามารถรวมบทลงโทษหลายอย่างเข้าด้วยกัน หรือกำหนดบทลงโทษอื่นที่เห็นว่าเหมาะสมได้
ประเด็นที่แฟนบอลจับตาคือการตัดแต้มอาจมีผลตั้งแต่วันที่ตัดสินหรือมีผลย้อนหลังก็ได้ ซึ่งเปิดความเป็นไปได้ที่แมนฯ ซิตี้อาจถูกริบแชมป์
อย่างไรก็ตาม เจมส์ ฮิลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายด้านการกำกับดูแลกีฬาจาก Onside Law เคยบอกกับ The Athletic เมื่อปี 2023 ว่าหากมีการตัดแต้ม เขาคาดว่าจะมีผลกับฤดูกาลต่อจากนี้ เพราะโดยทั่วไปคณะกรรมการไม่ชอบตัดสินแชมป์ผ่านกระบวนการศาล
ที่สำคัญคือบทลงโทษใดๆ ต้องเหมาะสมกับความร้ายแรงของความผิด ไม่เช่นนั้นก็อาจถูกกลับคำตัดสินในชั้นอุทธรณ์ได้
เอียน ฮาร์กรีฟส์ หุ้นส่วนสำนักงานกฎหมาย Quillon Law มองว่าเรื่องนี้ยังไม่จบง่ายๆ เพราะผลการตัดสินตามที่มีรายงานเป็นเพียงการเปิดฉากเฟสใหม่ของคดี โดยคำถามสำคัญคือคณะกรรมการจะมองว่าบทลงโทษระดับใดเหมาะสมกับความผิด และจะอ้างอิงแนวทางจากคดีก่อนหน้าอย่างไร
เขาระบุว่ามีทางเลือกหลากหลาย ตั้งแต่ระดับปานกลางอย่างการห้ามซื้อขายนักเตะ ไปจนถึงระดับร้ายแรงที่สุดคือการไล่ออกจากลีก รวมถึงยังมีคำถามว่าคำตัดสินจะยืนหยัดได้หรือไม่ในการอุทธรณ์ที่คาดว่าจะเข้มข้น
ตัวอย่างจากคดีก่อนหน้าคือ Everton ถูกตัดรวม 8 แต้มในฤดูกาล 2023-24 จากการละเมิดกฎว่าด้วยการทำกำไรและความยั่งยืน 2 ครั้ง ส่วน Nottingham Forest ถูกตัด 4 แต้มเมื่อเดือนมีนาคม 2024 จากการละเมิดกฎเดียวกัน ซึ่งทั้งสองคดีมีขนาดเล็กกว่าข้อกล่าวหาต่อแมนฯ ซิตี้มาก
ผลกระทบที่ไปไกลกว่าวงการฟุตบอล
ความสำเร็จในสนามของแมนฯ ซิตี้เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้คดีนี้ถูกจับตา เพราะนับตั้งแต่ Abu Dhabi United Group ของ ชีค มันซูร์ บิน ซายิด อัล นาห์ยาน เข้าซื้อสโมสรในปี 2008 ทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 8 สมัย, แชมเปียนส์ลีก 1 สมัย, เอฟเอ คัพ 4 สมัย และลีก คัพ 7 สมัย
ในจำนวนนี้ 6 ถ้วยได้มาหลังถูกตั้งข้อหา ขณะที่ในช่วงเวลาที่ถูกกล่าวหาว่าละเมิดกฎ สโมสรคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย, เอฟเอ คัพ 2 สมัย, ลีก คัพ 4 สมัย และคอมมิวนิตี้ ชิลด์
ปัจจุบันแมนฯ ซิตี้อยู่ภายใต้การคุมทีมของ เอ็นโซ มาเรสกา ที่มารับงานต่อจาก เป๊ป กวาร์ดิโอลา ซึ่งอำลาทีมหลังคุมมา 10 ปี โดยทีมเปิดฤดูกาล 2026-27 ด้วยการชนะรวด 5 นัดและรั้งจ่าฝูง หลังใช้เงินซื้อนักเตะช่วงซัมเมอร์ไป 450 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1.99 หมื่นล้านบาท)
คดีนี้ยังมีมิติทางการเมืองด้วย เพราะเจ้าของสโมสรเป็นน้องชายของประธานาธิบดีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และแมนฯ ซิตี้ถือเป็นหนึ่งในการลงทุนด้านกีฬาจากตะวันออกกลางที่ประสบความสำเร็จที่สุด ขณะที่ แอนดี เบิร์นแฮม นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ก็พยายามกระชับความสัมพันธ์กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มาตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง
ไซมอน ลีฟ ผู้ร่วมก่อตั้ง Three Points Law ซึ่งเขียนเรื่องการกำกับดูแลการเงินในวงการฟุตบอล มองว่า “นี่คือข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงซึ่งพุ่งตรงไปที่หัวใจของสโมสร” และหากไม่ถูกกลับคำตัดสินในชั้นอุทธรณ์ ก็จะสร้างความเสียหายอย่างมากต่อชื่อเสียงและสถานะของสโมสรในโลกฟุตบอล
ด้าน แคโรไลน์ ไดเนจ ประธานคณะกรรมาธิการวัฒนธรรม สื่อ และกีฬาของรัฐสภาอังกฤษ ระบุว่ารายงานดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างมากต่อวงการฟุตบอลของประเทศ และระยะเวลากับค่าใช้จ่ายที่มากผิดปกติของกระบวนการนี้ก่อให้เกิดข้อกังวลอย่างจริงจัง
เธอย้ำว่า “ต้องปล่อยให้เรื่องนี้ดำเนินไปตามครรลอง และต้องเคารพกระบวนการอันชอบธรรม แต่ฉันหวังอย่างจริงใจว่าขั้นตอนที่เหลือจะแล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”
ขณะที่ โรดรี อดีตกองกลางแมนฯ ซิตี้ที่ปัจจุบันเล่นให้บาร์เซโลนา ระบุว่าเขาเชื่อมั่นในสโมสรมาตลอด และนักเตะทุกคนก็เชื่อเช่นนั้นตลอดคดี โดยกล่าวว่า “จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าสโมสรผิด เราจะเชื่อสโมสร ผมเคยอยู่ที่นั่นและรู้ว่าพวกเขาทำงานและให้ความร่วมมืออย่างไร”
ภาพ: erinwphoto / Shutterstock
หมายเหตุ: ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ปอนด์ เท่ากับ 44.31 บาท ณ วันที่ 26 กันยายน 2569
อ้างอิง:
- https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-09-25/manchester-city-found-guilty-of-nearly-all-115-charges
- https://www.nytimes.com/athletic/7049721/2026/09/25/manchester-city-charges-verdict-premier-league/
- https://www.reuters.com/business/finance/man-city-found-guilty-all-one-115-charges-reports-say-2026-09-25/

