×

67% ของคนดูหนังเห็นโฆษณาตั้งแต่ตัวแรก ‘เมเจอร์’ มั่นใจ รายได้ธุรกิจสื่อโต 15-20% แน่นอน

17.12.2019
  • LOADING...
เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์

ในขณะที่อุตสาหกรรมสื่อกลุ่มอื่นๆ ต้องลุ้นว่าตัวเลขจะเติบโตหรือไม่ แต่ยังมีอยู่กลุ่มหนึ่งที่เติบโตสม่ำเสมอในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กลุ่มนั้นคือ ‘สื่อในโรงภาพยนตร์’ ข้อมูลของนีลเส็นเผยเม็ดเงินโฆษณาในช่วง 11 เดือนของปี 2562 มีมูลค่า 113,409 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% แต่สื่อในโรงภาพยนตร์เติบโตถึง 17% ด้วยมูลค่า 7,748 ล้านบาท (ตัวเลขนี้อ้างอิงจากราคาเรตการ์ดเป็นหลัก)

 

สุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสื่อโฆษณา บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ให้เหตุผลที่สื่อในโรงภาพยนตร์ยังมีทิศทางที่เติบโตมาจากการขยายสาขาและจำนวนโรงภาพยนตร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดตลาดใหม่ๆ ขึ้น 

 

สะท้อนถึงธุรกิจโรงภาพยนตร์ที่ไม่ได้ถูกดิสรัปต์จากบริการสตรีมมิงบนอินเทอร์เน็ตที่หลายคนกังวล ทั้ง Netflix, LINE TV และ Disney+ เนื่องจากบริการสตรีมมิงไม่สามารถมาทดแทนโรงภาพยนตร์ได้ เพราะคอนเทนต์ที่แตกต่าง 

 

จุดเด่นของโรงภาพยนตร์คือคนต้องการดูภาพยนตร์ใหม่ ไม่ชอบรอ แต่สตรีมมิงคือภาพยนตร์ซีรีส์ ภาพยนตร์ที่ผ่านการเข้าฉายในโรงมาแล้ว อีกทั้งบริการสตรีมมิงยังเหมาะกับคนเมืองมากกว่าคนต่างจังหวัด ส่วนโรงภาพยนตร์ ตลาดส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนต่างจังหวัด จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่แสดงว่าโรงภาพยนตร์ไม่ถูกดิสรัปต์ด้วยเทคโนโลยี 

 

อีกทั้งจากการสำรวจพฤติกรรมผู้มาชมภาพยนตร์ในปี 2561 อ้างอิงจากนีลเส็น พบว่าผู้มาชมภาพยนตร์เดินทางมาถึงหน้าโรงก่อนเวลาฉาย 30 นาที คิดเป็นจำนวน 60% ขณะที่ผู้มาชมภาพยนตร์เดินทางมาถึงหน้าโรงหลังเวลาฉายไป 5 นาที คิดเป็นจำนวน 7% ดังนั้นผู้มาชมภาพยนตร์จำนวน 67% สามารถเห็นภาพยนตร์โฆษณาตั้งแต่ตัวแรกจนกระทั่งจบ ซึ่งเฉลี่ยแล้วโฆษณาจะฉายประมาณ 12 นาที จากเวลา 30 นาทีก่อนภาพยนตร์เริ่ม

 

“สิ่งที่สื่อในโรงภาพยนตร์แตกต่างจากสื่อทีวีซึ่งครองเม็ดเงินหลักกว่า 50% หรือสื่อเคลื่อนที่ซึ่งกำลังเติบโตอย่างมาก คือการที่ผู้บริโภคจะมีสมาธิดูโฆษณามากกว่าสื่ออื่น เพราะไม่มีสิ่งเร้าอื่นๆ มารบกวน เช่น ทีวีอาจจะเล่นสมาร์ทโฟนไปด้วย หรือสื่อเคลื่อนที่ก็จะเห็นผ่านมา”

 

ตัวเลขของสื่อในโรงภาพยนตร์ที่เติบโตสะท้อนมายังรายได้ ‘สื่อโฆษณา’ ของเมเจอร์ที่เติบโตด้วย 9 เดือนของปี 2562 มีรายได้ 1,165 ล้านบาท เติบโตประมาณ 20% โดย 5 กลุ่มที่ใช้งบสูงสุด ได้แก่ การเงิน 238 ล้านบาท, อาหารและเครื่องดื่ม 216 ล้านบาท, ยานยนต์ 178 ล้านบาท, โทรคมนาคม (รวมโอเปอเรเตอร์และค่ายมือถือ) 138 ล้านบาท และสินค้าอุปโภคบริโภค 81 ล้านบาท รวมๆ แล้วมีลูกค้ากว่าร้อยแบรนด์ 

 

อย่างไรก็ตาม แม้ทิศทางจะอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่สื่อในโรงภาพยนตร์ยังต้องเจอความท้าทาย 3 ข้อ ได้แก่

 

1. ใช้เงินแล้วได้อะไร

2. มีทางเลือกในการใช้สื่ออื่นแทน

3. ใช้งบน้อยลงตามยอดขายที่ลดลงจากภาวะเศรษฐกิจ 

 

ทิศทางในปี 2563 ของธุรกิจสื่อเมเจอร์จึงจะอิงตาม 5 แกนหลัก ได้แก่

 

1. บริหารโฆษณาแบบมีเดียโซลูชัน มีทางเลือกใช้สื่อที่หลากหลายทั้งออนไลน์และออฟไลน์

2. เน้นการทำ On ground Marketing เตรียมเพิ่มอีเวนต์ใหญ่อีก 3 ครั้ง รวมเป็น 5 ครั้ง

3. นำข้อมูล Big Data มาวิเคราะห์เพื่อสร้างแผนการตลาดที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ทุกกลุ่ม

4. ทำงานร่วมกับเอเจนซีโฆษณามากขึ้น

5. จับมือร่วมกับพาร์ตเนอร์ในการเพิ่มมูลค่าให้กับแพ็กเกจการขายมากยิ่งขึ้น

 

คาดว่าในปี 2562 รายได้จากธุรกิจสื่อโฆษณาจะเติบโต 15-20% ส่วนยอดขายตั๋วคาดว่าจะอยู่ที่ 40 ล้านใบ เติบโตจากปีก่อนที่ขายได้ 35 ล้านบาท

 

ปัจจุบัน ‘เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์’ มีสาขารวมทั้งสิ้น 170 สาขา 812 โรง 182,849 ที่นั่ง ครอบคลุม 60 จังหวัด ตั้งเป้าขยายโรงภาพยนตร์ให้ครบ 1,200 โรง มีสาขาครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศในปี 2568

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์ 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories