×
15757

‘ทุ่งดอกกระเจียว’ ดอกบัวสวรรค์กลางหน้าฝนแห่งผืนป่าชัยภูมิ

22.07.2017
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

4 Mins. Read
  • เทศกาลดอกกระเจียว จัดขึ้นราวเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมของทุกปี
  • ‘ดอกกระเจียว’ เป็นดอกไม้ของต้น ‘กระเจียว’ พืชในตระกูลเดียวกับ ‘ขิง-ข่า’ มีนิสัยสะสมอาหารไว้ในหัวใต้ดินยามฤดูแล้ง และค่อยๆ เจริญเติบโตออกดอกพร้อมขยายพันธุ์ในฤดูฝน
  • สถานที่ชมดอกกระเจียวมี 2 แห่งคือ อุทยานแห่งชาติไทรทอง และอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม

     เข้าสู่ฤดูฝนทีไร เหล่าต้นใบไม้หญ้าก็หวนคืนสู่ความเขียวขจี กิ่งก้านใบที่เคยแห้งกรอบก็ผลิออกแตกยอดใหม่ มองไปทางไหนก็เห็นแต่สีสันตามธรรมชาติเต็มไปทุกอณู

     แน่นอนว่ารวมถึงดอกของต้นกระเจียว ที่ชูก้านอวดกลีบดอกให้เราเห็นหลายสิบไร่บนยอดภูของจังหวัดชัยภูมิ สวยงามน่าดูชม ได้รับความนิยมจนกลายเป็นเทศกาลประจำจังหวัด ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างถิ่น สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับชุมชน

     ‘ดอกกระเจียว’ เป็นดอกไม้ของต้น ‘กระเจียว’ พืชในตระกูลเดียวกับ ‘ขิง-ข่า’ มีลักษณะที่สะสมอาหารไว้ในหัวใต้ดินยามฤดูแล้ง และค่อยๆ เจริญเติบโตออกดอกพร้อมขยายพันธุ์ในฤดูฝน

     จริงๆ กระเจียวเป็นพืชที่สามารถพบได้ทั่วไปในป่าโปร่ง ตามโคก โขดหิน หรือร่มไม้ใหญ่ มักเกิดในเขตที่ลุ่มชื้น ตามธารน้ำ หรือบริเวณหัวไร่ปลายนา โดยเฉพาะแถบภาคเหนือและอีสาน คนท้องถิ่นนิยมนำมาบริโภคเป็นอาหาร ‘ดอกอ่อน’ กินสดเป็นผักแนมแกล้มกับลาบ ก้อย ส้มตำ หรือลวกกินเป็นเครื่องเคียงน้ำพริก ‘หน่ออ่อนในดอกอ่อน’ มีฤทธิ์เผ็ดร้อน สามารถนำมาต้มเป็นยาขับลมได้

     แต่ดอกกระเจียวที่ทุกคนต่างดั้นด้นไปชม เป็นดอกจากต้นกระเจียวที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่มีใครรดน้ำพรวนดิน ลักษณะก้านเล็กและยาวเพียง 20-40 เซนติเมตร ที่สำคัญคือกินไม่ได้ คนละสายพันธุ์กับดอกกระเจียวที่คนพื้นถิ่นนิยมรับประทานกัน มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า ‘ดอกบัวสวรรค์’

 

 

‘ป่าหินงาม’ สถานที่ชมดอกกระเจียวที่สวยที่สุดในประเทศ

     สถานที่ชมดอกกระเจียวในจังหวัดชัยภูมิ มีอยู่แค่ 2 แห่ง แห่งแรกที่นิยมมากในหมู่นักท่องเที่ยวต่างถิ่นคือ ‘อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม’ ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเทพสถิต ซึ่งอยู่ตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดชัยภูมิ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือ ช่วงเช้าที่มีหมอกอ่อนๆ หรือช่วงบ่ายที่ฝนเพิ่งตก เนื่องจากมีสายหมอกพอให้เก็บภาพสวยๆ ได้บ้าง

 

 

     เราเริ่มต้นทริปชมดอกกระเจียวตั้งแต่ 7 โมงเช้า หลังฝนหยุกตกได้สักพัก เพื่อปล่อยให้เมฆหมอกคลายตัว ไม่หนาทึบจนรบกวนการมองเห็น ตั้งแต่เที่ยวป่าเขาในเมืองไทยมา การเยี่ยมชมดอกกระเจียว ณ ป่าหินงาม ถือว่าสะดวกสบายที่สุด นั่งรถรางขึ้นเขาไปยังจุดลงจอดราว 10 นาที จากนั้นเดินเท้าต่อไปราว 350 เมตรก็ถึงที่หมาย แถมทางเดินในทุ่งยังเป็นไม้ระแนงตลอดเส้นทาง เดินง่าย แม้แต่ผู้สูงอายุและคนพิการก็สามารถเดินได้ ไร้ซึ่งอุปสรรค ใครที่อยากถ่ายรูปแบบใกล้ชิด ทางอุทยานก็กั้นคอกแบ่งเป็นจุดๆ ให้ผู้ชมสามารถถ่ายรูปได้อย่างสบายใจ ไม่จำเป็นต้องกระโดดลงดิน แหวกพงหญ้าไปถ่ายรูปจนทำลายธรรมชาติ

 

 

     ภาพดอกกระเจียวชูกลีบดอกสีชมพูอมม่วงในทุ่งหญ้าเขียวขจี ตัดกับสายหมอกบางๆ สร้างความประทับใจให้เรามาก ถึงขนาดชักภาพไปไม่รู้กี่สิบ จะมุมไหน ฉากไหนก็สวยหมด ระหว่างเดินชมก็ได้ยินเสียงสายน้ำไหลจางๆ คลอเคลียโสตประสาท เพิ่มอรรถรสการชมไปในตัว

 

 

     หากเดินจนพอใจแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถแวะไปชมแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ประจำอุทยานอีกได้ เช่น จุดชมวิวผาสุดแผ่นดิน หรือ ‘ลานหินงาม’ ที่มีหินรูปแปลกตาอย่างรูปถ้วยฟุตบอลฟีฟ่า รูปดอกเห็ดเขาประตูชุมพล แค่โบกรถรางคันเดิม ก็ทัวร์ได้ทั้งอุทยาน

 

 

อุทยานแห่งชาติไทรทอง เดินเล่นชมธรรมชาติ 2-5 กิโล

     ถ้าคุณคิดว่ายังดูที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงามไม่เต็มอิ่ม หรืออยากเก็บเช็กลิสต์ให้หมดทั้งเทศกาล ให้มุ่งไปยังอุทยานแห่งชาติไทรทอง ในเขตพื้นที่อำเภอหนองบัวระเหว ที่นี่แบ่งทุ่งดอกกระเจียวออกเป็น 4 ทุ่ง มีระยะทางเดินทั้งหมดไป-กลับ ประมาณ 2-5 กิโลเมตร เส้นทางการชมผ่านป่าเต็งรังสลับกับจุดชมวิวริมผา อาจเดินยากกว่าป่าหินงามสักหน่อย แต่ก็ยังเข้าขั้นสะดวกสบาย

 

 

     นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมเดินจากทางเข้าแล้วมุ่งตรงไปยังทุ่งที่ 1 ซึ่งอยู่ไกลที่สุดและดอกเยอะที่สุด แต่เราแนะนำให้คุณค่อยๆ ละเลียดชมต้นไม้ใบหญ้า โดยเริ่มที่จุดชมวิวผาพ่อเมือง ผาหำหด ผ่านทุ่ง 3-4-2 และไปจบที่ทุ่ง 1 ตามลำดับ ระหว่างทางคุณจะได้ชมทั้งดอกกระเจียวสีชมพูอมม่วง (บัวสวรรค์) และดอกสีขาวกระจ่าง (บัวเทพอัปสร) เวลาเดินโปรดระมัดระวังตะไคร่ที่เกาะอยู่ตามดินหินด้วย เพราะรู้ตัวอีกทีคุณอาจลื่นล้มบนพื้นเหมือนผู้เขียนก็เป็นได้

 

 

     คำเตือนอีกอย่างที่อยากฝากไว้ พึงระวังสำหรับนักพักผ่อนทั้งหลาย ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม เวลาเที่ยวชม กรุณาอย่าแหวกพงหญ้ากระโจนลงไปในทุ่งดอกกระเจียว เพราะยอดดอกจะหัก ตัวหน่อจะตาย ลำต้นจะช้ำ และคนมาทีหลังก็จะอดชมความงาม เผลอๆ ปีหน้าหน่ออ่อนจะไม่แตกยอดออกมาอีก มีแต่ผลเสีย ไม่มีผลได้ แต่ใช่ว่าไม่ก้าวขาลงทุ่งแล้วคุณจะมีสิทธิหยิบดอก หักก้าน รวบตึงมาเป็นช่อ เพื่อการถ่ายรูปอัพโซเชียล ขอให้ดูแต่ตา มืออย่าต้อง ปลุกจิตสำนักการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน เพื่อเมืองไทยเราจะได้มีสถานที่สวยๆ ไว้อวดคนทั้งโลกไปนานๆ

 

FYI
  • การเที่ยวชมที่อุทยานแห่งชาติไทรทอง จากตัวอุทยานต้องขับรถเข้าไปถึงจุดเริ่มเดินเท้า ซึ่งรถที่ได้รับอนุญาตต้องเป็นรถกระบะ หรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อ เท่านั้น หากใครที่นำรถอื่นมา กรุณาจอดไว้ที่ทำการและโดยสารรถกระบะบริการนักท่องเที่ยว สนนราคาไป-กลับ 550 บาท นั่งได้ 8-10 คน สามารถนั่งรวมหรือแชร์ได้
  • เทศกาลดอกกระเจียว จัดขึ้นราวเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมของทุกปี
  • ควรจัดเตรียมเสื้อกันฝนและอุปกรณ์กันชื้นสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มาด้วย
  • ใครที่ห่วงเรื่องทาก เจ้าหน้าที่อุทยานทั้งสองแห่งให้ข้อมูลว่า ไม่มี ‘ทาก’ อยู่อาศัย ขอให้สบายใจได้ ไม่ต้องกังวล

 

Getting There

     การเดินทางไปจังหวัดชัยภูมิ ไม่มีสายการบินใดให้บริการ แนะนำให้ขับรถยนต์ส่วนตัว หรือรถขนส่งมวลชนสาธารณะ ดังนี้

  1. รถตู้: บริษัทเทพสถิตทัวร์ มีรถออกทุกๆ ชั่วโมง เส้นทาง จตุจักร-รังสิต-สระบุรี-ชัยบาดาล-ลำสนธิ-เทพสถิต อัตราค่าบริการท่านละ 200 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 08 9946 8279
  2. รถโดยสารประจำทาง: บริษัทเพชรประเสริฐทัวร์ สาย 9903 รถทัวร์โดยสารรถปรับอากาศชั้น 1 กรุงเทพมหานคร-หนองบัวระเหว-ชัยภูมิ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 0 2936 1977
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories