วันนี้ (5 พฤษภาคม) อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ภายหลังจากที่ สส.พรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยข้อมูลถึงความล้าหลังของหลักสูตร สกร. ว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดี สกร. ตอบคำถามว่าทำไมถึงยังใช้หลักสูตรเดิม และเรื่องการตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในการแก้ปัญหานี้
ส่วนหลักสูตรของ สกร. ที่ไม่ทันสมัยนั้น อัครนันท์กล่าวว่า หลักสูตรของ สกร. ขณะนี้มีอยู่ 2 หลักสูตร คือหลักสูตรปี 2551 และปี 2567 ที่มีการทดลองใช้แล้ว 12 จังหวัด และจากการลงพื้นที่ในจังหวัดชัยภูมิพบว่า ยังคงใช้หลักสูตรในปี 2551 อยู่ ซึ่งเนื้อหาก็ไม่ได้ทันสมัย โบราณ เพราะบางเรื่องเปลี่ยนไปมากแล้ว
“วันนี้เราต้องทันโลก ทันสถานการณ์ เพราะหลักสูตรควรเดินไปข้างหน้าและปรับปรุงเพราะการศึกษาใน สกร. ปีหนึ่งมีน้องๆ มาเรียนกว่า 8 แสนคน พอเรามีหลักสูตรที่ไม่มีคุณภาพไม่มีมาตรฐานจะกลายเป็นปัญหา ถ้าเราไม่ทำตั้งแต่วันนี้ก็จะกลายเป็นปัญหายืดยาวในอนาคต”
ส่วนการพัฒนาหลักสูตรของ สกร. จำเป็นต้องใช้เวลามากน้อยเพียงใด อัครนันท์กล่าวว่า หลักสูตรของ สกร. เป็นหลักสูตรต่อเนื่อง ซึ่งในวันที่ 9 และ 10 พฤษภาคม จะมีการพาผู้เรียนในหลักสูตรเดิมย้ายมาหลักสูตรใหม่ให้หมด เพื่อเข้าสู่หลักสูตรในปี 2567 และคาดว่าในช่วงเทอมการศึกษาที่ 1 ในปี 2570 จะทำการเปลี่ยนหลักสูตรใหม่ได้ทั้งหมดทั่วประเทศ
อัครนันท์กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการหารือร่วมกับอธิบดี สกร. ขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจรับหนังสือและคณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพหนังสือ ซึ่งหลังจากนี้จะไม่มีการปล่อยปละละเลย ทั้งสองคณะกรรมการจะช่วยกันทำงานในระยะยาวและต่อเนื่อง เพราะการศึกษาไม่มีที่สิ้นสุด ตนในฐานะที่กำกับดูแล สกร. มีนโยบายอยากให้ปรับปรุงหลักสูตรให้ทันยุคสมัยอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นแนวนโยบายที่ชัดเจน ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนผ่านรัฐบาลไปแล้วยกเลิก เพราะอยากให้เป็นมาตรฐานการศึกษาของ สกร. ในอนาคตว่าต้องมีการตรวจคุณสมบัติทุกประเด็น ทั้งหลักสูตรและตัวหนังสือ
ส่วนการทำงานร่วมกันของรัฐมนตรีและอธิบดี สกร. อัครนันท์กล่าวว่า อธิบดีเป็นคนที่ทำงานดี ทำงานไว ใส่ใจ และมีแนวนโยบายคล้ายกัน เช่นกลุ่มเปราะบางที่จะไปทำงานร่วมกันที่กรมราชทัณฑ์ ส่วนตัวและอธิบดีทำงานร่วมกันได้ดี ให้เกียรติอธิบดีในการทำงานอย่างอิสระ
ส่วนกรณีที่ สส.พรรคประชาชนเตรียมที่จะตั้งกระทู้ถามในสภา หรือตั้งกระทู้เพื่อขอให้ตอบในราชกิจจานุเบกษานั้น อัครนันท์กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ สส.พรรคประชาชน เพราะประเด็นนี้ตนได้ให้ความสำคัญตั้งแต่แรก ยืนยันว่า การทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายค้านและรัฐบาลรอบนี้น่าจะทำงานด้วยกันได้อย่างดี ส่วนเรื่องนี้ตนมีคำตอบให้พรรคประชาชนอย่างแน่นอน เพราะการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญของชาติ
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ที่พรรคประชาชนมองว่าประเด็นดังกล่าวอาจเสี่ยงทำให้หลุดจากเก้าอี้รัฐมนตรี อัครนันท์กล่าวว่า ตนจะทำให้ดีที่สุด วันนี้ถ้าเราทำดีอีก 10 ปีประเทศไทยก็จะดี เรื่องอาจจะไม่เป็นที่พอใจในวันนี้แต่ตนจะทำให้เต็มที่


