วันนี้เรามีโอกาสได้คุยกับคีริน ตันติเวทย์ นักวิ่งที่เพิ่งกลายเป็นเจ้าของสถิติมาราธอนคนใหม่ของไทย หลังจบมาราธอนครั้งแรกที่ชิคาโกมาราธอน ด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 8 นาที 1 วินาที เรียกว่าเปิดตัวกับระยะ 42.195 กิโลเมตรได้ยอดเยี่ยมมาก (แม้เจ้าตัวจะบอกระหว่างสัมภาษณ์ว่า เรซหน้าน่าจะทำเวลาได้ดีกว่านี้อีก)

แต่อย่างที่นักวิ่งบอก มาราธอนแรกมีได้แค่ครั้งเดียว และนั่นก็ทำให้มันพิเศษและน่าจดจำ ไม่ว่าหลังจากนั้นเราจะวิ่งจบอีกกี่สนามก็ตาม ทั้งความประหม่า ความตื่นเต้น ระยะทางที่ยังไม่เคยสัมผัสในการซ้อม และเรื่องไม่คาดคิดที่ต่อให้เตรียมตัวมาดีขนาดไหนก็ตาม คีรินเองก็มีเรื่องเหล่านี้เหมือนกัน
และเหล่านี้คือสิ่งที่คีรินพบเจอและอยากแชร์ให้พวกเราฟัง
วางแผน วางแผน วางแผน
เตรียมตัวรอบด้าน ทั้งการซ้อมที่ต้องมีแรงจูงใจและความมุ่งมั่น การวางแผนเรื่องน้ำ เกลือแร่ และคาร์โบไฮเดรต วางแผนไว้ด้วยว่าเช้าวันแข่งจะทำอะไร จะกินอะไร รวมถึงคืนก่อนแข่งด้วย เตรียมทุกอย่างให้พร้อม พอถึงวันจริงจะได้ไม่ต้องมานั่งคิด เพราะรู้อยู่แล้วว่าตัวเองจะทำอะไร
ความกดดันเป็นเรื่องปกติ
มาราธอนใช้เวลานานและมีหลายอย่างที่อยู่นอกเหนือการควบคุม ทั้งอากาศ น้ำ และคนจำนวนมาก เราไม่ควรคาดหวังว่าจะควบคุมทุกอย่างได้ มันเลยเรื่องปกติที่จะรู้สึกกดดัน เราควบคุมได้เฉพาะสิ่งที่เราควบคุมได้ ดังนั้นให้กลับมาโฟกัสที่ตัวเอง ถ้าทำ PB ได้ก็ดีมาก แต่ถ้าไม่ได้ อย่างน้อยเราก็รู้ว่าได้ทำทุกอย่างที่ทำได้แล้ว

เลิกคิดถึงระยะทางที่เหลือ
ผมจะบอกตัวเองว่า ยินดีด้วยนะ เราวิ่งมาได้ตั้งเท่านี้แล้ว สำหรับผม ช่วงประมาณกิโลเมตรที่ 30 คือจุดที่เริ่มรู้สึกว่ายากขึ้น ผมก็จะคิดว่า เราวิ่งมาได้ตั้ง 30 กิโลเมตรแล้ว ยินดีกับตัวเองด้วย พยายามคิดในแง่บวกเข้าไว้
การคิดว่ายังเหลืออีกตั้ง 10 กิโลเมตร หรือ ยังต้องวิ่งอีก 12 กิโลเมตร ไม่ค่อยช่วยเท่าไร ลองเปลี่ยนเป็น ‘เราวิ่งมาได้ 30 กิโลเมตรแล้ว’ หรือ ‘ตอนนี้เราทำได้ 32 กิโลเมตรแล้ว’ จะดีกว่า
อย่ามัวเครียดเมื่อเกิดความผิดพลาด
เรื่องใหญ่ที่เกิดขึ้นคือเราเตรียมขวดน้ำที่มีคาร์โบไฮเดรตไว้ทุกๆ 5 กิโลเมตร และขวดที่กิโลเมตร 30 เป็นขวดที่สำคัญที่สุดสำหรับผม แต่ผมกลับพลาดขวดนั้นไป เพราะมองไม่เห็นมัน ตอนนั้นก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว ผมเลยคิดว่า โอเค ช่างมัน อย่างไรเราก็ต้องวิ่งให้จบอยู่ดี
แต่เราก็เรียนรู้จากมันได้ ครั้งหน้าผมอาจพกเจลติดกระเป๋าไว้เผื่อฉุกเฉิน ถ้าพลาดขวดน้ำอีกจะได้มีสำรอง เราเก็บเหตุการณ์พวกนี้มาเป็นบทเรียนได้ แต่ระหว่างแข่ง เราจะมัวเครียดกับมันไม่ได้ครับ

มีแผนแต่ต้องพร้อมปรับ
เราไม่ควรลงแข่งพร้อมความคาดหวังที่ตายตัวเกินไป เราต้องยืดหยุ่นและปรับตัวให้เป็น ก่อนแข่งที่ชิคาโก ผมตั้งใจจะวิ่งด้วยเพซสำหรับเวลาจบประมาณ 2 ชั่วโมง 6 นาที แต่พอเห็นสภาพอากาศ วันก่อนแข่งผมก็ตัดสินใจว่า โอเค อาจจะออกตัวด้วยเพซสำหรับเวลาจบประมาณ 2 ชั่วโมง 7 นาที 30 วินาทีแทน ผมไม่ได้ยึดติดกับแผนเดิมจนเปลี่ยนไม่ได้ แต่พร้อมปรับตามสถานการณ์

การพลาดเป้าไม่ใช่จุดจบของโลก
ผมมองภาพรวมว่า นี่เป็นมาราธอนครั้งแรกของเรา เราวิ่งจบแล้ว มีเพื่อนฝูง มาร่วมยินดีและดีใจกับผม มันเลยทำให้ผมรู้สึกว่า ‘นี่ไม่ใช่จุดจบของโลก เรายังมีสิ่งที่น่าภูมิใจอยู่ และยังมีครั้งหน้าให้ลองใหม่เสมอ’ ทุกอย่างคงไม่เป็นไปตามหวังได้ทุกครั้งหรอกครับ
หานาฬิกาคู่ใจในการซ้อม
เริ่มจากช่วงเตรียมตัวก่อนแข่ง ผมวิ่งทุกวัน วันละสองครั้ง ทั้งเช้าและบ่าย แล้วใช้ Suunto Run 2 บันทึกระยะทาง เวลา และอัตราการเต้นของหัวใจ เพื่อส่งข้อมูลให้โค้ช
นอกจากนี้ ในช่วงสี่สัปดาห์สุดท้าย ผมเข้าซาวน่าด้วย Suunto Run 2 ก็มีประโยชน์ในช่วงนั้นเหมือนกัน อย่างแรกคือการอยู่ในซาวน่ามันค่อนข้างน่าเบื่อ ผมเลยเปิดเพลงจากโทรศัพท์ แล้วควบคุมหรือเปลี่ยนเพลงผ่านนาฬิกาได้

อีกอย่างคือผมมีอัตราการเต้นของหัวใจที่ตั้งไว้สำหรับการเข้าซาวน่าของตัวเอง พอขึ้นไปถึงประมาณ 118–119 ครั้งต่อนาที ผมก็ออกได้เลย ใช้การดูค่าจากนาฬิกาแล้วมันก็แสดงอุณหภูมิด้วย ผมเลยดูอุณหภูมิที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นไปด้วย ช่วยฆ่าเวลาและทำให้สนุกขึ้น

