×

รีวิว iPhone 18 Pro Max มีอะไรใหม่ และฟีเจอร์เหล่านี้ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นยังไงบ้าง?

21.09.2026
  • LOADING...
ภาพสมาร์ทโฟน iPhone 18 Pro Max สีดำ แสดงหน้าจอและตัวเครื่อง

ถ้าย้อนกลับไปตอนที่เราเปลี่ยนจาก iPhone รุ่น Pro มาใช้ Pro Max สิ่งที่รู้สึกได้ชัดที่สุดไม่ใช่เรื่องความแรงหรือกล้อง แต่เป็นเรื่องง่ายๆ อย่างหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น มองอะไรได้เต็มตากว่าเดิม และแบตเตอรี่ที่ทำให้เราออกไปใช้ชีวิตข้างนอกโดยไม่ต้องคอยมองหา Power Bank บ่อยเหมือนก่อน

 

 
 

พอมาปีนี้ iPhone 18 Pro Max ก็มีของใหม่เพิ่มเข้ามาหลายอย่าง ตั้งแต่กล้องที่ปรับรูรับแสงได้, Pro Controls, ชิป A20 Pro, ระบบระบายความร้อนใหม่ ไปจนถึงแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น

 

แต่ในวันที่ สมาร์ทโฟนเร็ว แรง และมีกล้องที่ดีมากอยู่แล้ว ขณะที่ตัวเลขต่างๆ ก็ถูกพัฒนาให้ดีขึ้นแทบทุกปี เมื่อ iPhone เดินทางมาถึงรุ่นที่ 18 สิ่งที่เราสนใจจึงไม่ใช่แค่ว่า มีอะไรใหม่ แต่คือของใหม่เหล่านี้ ทำให้ชีวิตประจำวันของเราดีขึ้นหรือสะดวกขึ้นตรงไหนบ้าง และ หลังจากลองใช้จริง นี่คือสิ่งที่เราเจอ

 

ภาพสมาร์ทโฟน iPhone 18 Pro Max สีดำ แสดงหน้าจอและตัวเครื่อง 1

ภาพสมาร์ทโฟน iPhone 18 Pro Max สีดำ แสดงหน้าจอและตัวเครื่อง 2

ภาพสมาร์ทโฟน iPhone 18 Pro Max สีดำ แสดงหน้าจอและตัวเครื่อง 3

 

กล้องที่ให้เราเลือกได้มากขึ้น

 

ของใหม่ที่น่าสนใจที่สุดของ iPhone 18 Pro Max น่าจะเป็นกล้องหลัก Fusion Main 48MP ที่มาพร้อม Variable Aperture หรือรูรับแสงแบบปรับได้เป็นครั้งแรกบน iPhone ภายในใช้ใบเบลด 6 ชิ้น และเปิดให้เลือกรูรับแสงได้ทั้งหมด 4 ค่า

 

ความน่าสนใจจึงไม่ใช่แค่เรื่องคุณภาพของภาพ แต่คือการควบคุม Depth of Field หรือระยะชัดลึก ได้มากขึ้น เช่น

 

  • ถ่าย Portrait สามารถใช้รูรับแสงกว้างเพื่อแยกคนออกจากฉากหลัง
  • ถ่ายรูปกลุ่ม เลือกรูรับแสงแคบลงเพื่อให้คนหลายระยะอยู่ในโฟกัสมากขึ้น
  • ถ่ายอาหารหรือสิ่งของ เลือกได้ว่าอยากแยก Subject ออกจาก Background มากน้อยแค่ไหน
  • ในสภาพแสงน้อย รูรับแสงกว้างช่วยให้กล้องรับแสงได้มากขึ้น

 

ถ้าไม่ได้เล่นกล้อง คำว่า Aperture อาจฟังดูเป็นเรื่องเทคนิค แต่มันทำให้เราควบคุม Depth of Field หรือระยะชัดลึก ของภาพมากขึ้น เช่น ถ่าย Portrait แล้วอยากแยกคนออกจากฉากหลังมากขึ้น ถ่ายรูปกลุ่มแล้วอยากให้คนหลายระยะยังคงชัด หรือถ่ายอาหารและสิ่งของแล้วอยากเลือกเองว่าฉากหลังควรละลายมากน้อยแค่ไหน ส่วนในสภาพแสงน้อย การเปิดรูรับแสงกว้างก็ช่วยให้กล้องรับแสงได้มากขึ้น

 

ที่ผ่านมา Computational Photography ของ iPhone จัดการเรื่องเหล่านี้ให้เราเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ iPhone 18 Pro และ Pro Max เปิดโอกาสให้เราควบคุมภาพเองได้มากขึ้น

 

และ Variable Aperture ก็ไม่ได้ทำงานอยู่โดดๆ เพราะ Apple ยังปรับกระบวนการประมวลผลภาพใหม่ รวมถึง Photographic Styles ยังเพิ่มทางเลือกในการปรับ Texture และ Grain ทำให้การเลือกลุคของภาพไม่ได้จบแค่เรื่องสี แต่รวมถึงผิวสัมผัสและอารมณ์ของภาพด้วย เช่น เลือก Soft Skin เพื่อให้ผิวดูนุ่มขึ้น หรือเพิ่ม Grain เพื่อให้ภาพมีเม็ดเกรนและบรรยากาศใกล้เคียงภาพฟิล์มมากขึ้น ส่วนฝั่งวิดีโอก็สามารถใส่ Cinematic Effect หลังถ่ายเสร็จได้สูงสุด 60 fps รวมถึงถ่าย 4K Dolby Vision ในโหมด Time-lapse ได้แล้วด้วย

 

นั่นหมายความว่าภาพถ่ายของเราจะขยับเข้าไปใกล้ระดับโปรเฟสชั่นนัลยิ่งขึ้น สนุกกับการถ่ายภาพมากขึ้น สามารถสร้างภาพที่ครีเอทีฟสูงๆ ได้เลย

 

ภาพสมาร์ทโฟน iPhone 18 Pro Max สีดำ แสดงหน้าจอและตัวเครื่อง 4

ภาพสมาร์ทโฟน iPhone 18 Pro Max สีดำ แสดงหน้าจอและตัวเครื่อง 5

 

Pro Controls เมื่ออยากคุมภาพเองมากกว่าเดิม

 

อีกของใหม่ที่มาคู่กับ Variable Aperture คือ Pro Controls ซึ่งนำการตั้งค่าหลายอย่างที่คนใช้กล้องคุ้นเคยเข้ามาไว้ในแอป Camera โดยตรง ทั้ง Aperture, Shutter Speed, White Balance รวมถึง Histogram สำหรับดูระดับแสงของภาพ

 

  • Aperture
  • Shutter Speed
  • White Balance
  • พร้อมเรียกดู Histogram เพื่อเช็กการกระจายระดับแสงในภาพ

 

รูรับแสงใหม่นี้ไม่ได้หมายความว่าเราต้องตั้งค่ากล้องเองทุกครั้ง เพราะ iPhone สามารถปรับให้เหมาะกับสภาพแสงและระยะชัดลึกได้โดยอัตโนมัติ ส่วนคนที่อยากกำหนดภาพด้วยตัวเองมากขึ้น ก็สามารถเลือกควบคุมผ่าน Pro Controls ได้เช่นกัน

 

จากที่ลองใช้ เรามองว่า Pro Controls ไม่ได้เข้ามาแทน Auto แต่เป็นเหมือน อีกขั้นหนึ่งที่เปิดให้เข้าไปเล่นเมื่อเราอยากตั้งใจถ่ายภาพมากขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นวิธีใช้งานที่เหมาะกับคนส่วนใหญ่มากกว่า

 

ภาพสมาร์ทโฟน iPhone 18 Pro Max สีดำ แสดงหน้าจอและตัวเครื่อง 6

 

แบตเตอรี่จุใจ จนเราไม่ต้องคิดถึงการชาร์จระหว่างวัน

 

อีกเรื่องที่น่าจะส่งผลกับชีวิตประจำวันมากกว่าการเพิ่มสเปกหลายอย่างรวมกัน นั่นคือ แบตเตอรี่ เมื่อ Apple ระบุว่า iPhone 18 Pro Max สามารถเล่นวิดีโอได้นานสูงสุด 43 ชั่วโมง และเป็น iPhone รุ่น Pro ที่มีแบตเตอรี่ใช้งานได้นานที่สุดเท่าที่เคยมีมา ส่วนหนึ่งเกิดจากประสิทธิภาพของ A20 Pro และการเพิ่มขนาดแบตเตอรี่ภายในเครื่อง

 

การชาร์จก็เร็วขึ้นเช่นกัน โดยการเสียบสายเพียง 5 นาที สามารถให้พลังงานสำหรับการเล่นวิดีโอได้ประมาณ 7 ชั่วโมง ในขณะที่การชาร์จถึง 50% ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ดังนั้น หากคุณเป็นคนใช้งานมือถือกับทุกอย่าง ไม่ว่าจะเปิด Google map, แชตคุยกับเพื่อนและตอบเรื่องงาน, ทำงาน, เช็กโซเชียลมีเดีย, ดู Youtube, เปิด 5G ถ่ายภาพและวิดีโอตลอดวัน เราต้องการแบตฯ ที่ใช้งานได้ทั้งวัน หรืออย่างน้อย การชาร์จแบตฯ ที่เต็มไว หรือแค่ 5 นาทีก็นำไปใช้ต่อได้อย่างอุ่นใจ ก็ถือเป็นสิ่งที่เยี่ยมยอดแล้ว

 

ภาพสมาร์ทโฟน iPhone 18 Pro Max สีดำ แสดงหน้าจอและตัวเครื่อง 7

 

แรงขึ้น ใช้งานได้นาน ลื่นไหลยิ่งขึ้น

 

ภายใน iPhone 18 Pro Max คือ A20 Pro ชิปที่ผลิตด้วยกระบวนการ 2 นาโนเมตร พร้อม CPU 6-core, GPU 7-core และ Neural Engine แบบคู่ รวม 32-core สำหรับรองรับการประมวลผล AI บนอุปกรณ์และ Computational Photography ที่หนักขึ้น แต่ในชีวิตประจำวัน ความเร็วอาจไม่ใช่ประเด็นใหญ่ที่สุด เพราะ iPhone รุ่น Pro หลายรุ่นที่ผ่านมาก็เร็วมากพอสำหรับงานทั่วไปอยู่แล้ว

 

สิ่งที่น่าสนใจกว่าจึงเป็น Vapor Chamber เจเนอเรชั่นใหม่ ที่ Apple เพิ่มพื้นที่ผิวขึ้น 3 เท่าจากรุ่นก่อน พร้อมปรับโครงสร้างภายในให้ A20 Pro เชื่อมต่อกับระบบระบายความร้อนได้โดยตรง ซึ่ง Apple ระบุว่าช่วยเพิ่ม Sustained Performance หรือประสิทธิภาพเมื่อต้องทำงานต่อเนื่องได้สูงสุด 40% ทำให้การใช้โทรศัพท์ที่หนักต่อเนื่องกัน เช่น ถ่ายวิดีโอ 4K, ใช้กล้องกลางแดด, เปิด Maps และ 5G เป็นเวลานาน, เล่นเกม หรือตัดต่อวิดีโอนั้นลื่นไหลเร็วยิ่งขึ้น

 

ภาพสมาร์ทโฟน iPhone 18 Pro Max สีดำ แสดงหน้าจอและตัวเครื่อง 8

 

เรื่องเล็กๆ ที่อาจทำให้ใช้ทุกวันง่ายขึ้น

 

เราชอบ iPhone 18 Pro Max ตรงที่ Dynamic Island เล็กลง ช่วยเพิ่มพื้นที่บนหน้าจอ และสามารถแสดง Live Activities ได้พร้อมกันสูงสุด 3 กิจกรรม เช่น ติดตามรถที่เรียกไว้ / จับเวลา / ดูสถานะกิจกรรมอื่นโดยไม่ต้องเปิดแต่ละแอปขึ้นมา (เพราะอย่างที่บอกหลายๆ ครั้งเรามักทำหลายๆ พร้อมกัน)

 

อีกฟีเจอร์ที่น่าสนใจสำหรับคนทำภาพคือ Apple Reference Image เมื่อเปิดโหมด Reference กล้องจะเก็บข้อมูลภาพที่มีการรับรองจากเซ็นเซอร์ไว้สำหรับสร้างภาพอ้างอิง เปรียบได้กับเนกาทีฟดิจิทัลที่สามารถเปิดดูคู่กับภาพหลักในแอป Photos เพื่อสังเกตว่าภาพถูกครอป ปรับสี หรือเปลี่ยนแปลงไปจากสิ่งที่กล้องบันทึกไว้อย่างไร จึงเป็นอีกเครื่องมือสำหรับคนที่ต้องการแสดงที่มาของภาพและความแตกต่างระหว่างภาพอ้างอิงกับภาพที่นำไปใช้งาน

 

ภาพสมาร์ทโฟน iPhone 18 Pro Max สีดำ แสดงหน้าจอและตัวเครื่อง 9

Apple Reference Image

 

รีวิวจากการใช้งานจริง

 

หลังจากได้ลองลองใช้ iPhone 18 Pro Max สิ่งที่เราใช้เวลาลองมากที่สุดยังคงเป็นกล้อง โดยเฉพาะ Variable Aperture ที่ครั้งนี้เปิดให้เลือกควบคุมรูรับแสงได้มากขึ้น ความต่างจะเห็นง่ายขึ้นเมื่อเราตั้งใจถ่ายและนำภาพมาเทียบกัน เช่น Portrait ที่ต้องการแยกตัวแบบออกจากฉากหลัง หรือภาพอาหาร และตอนกลางคืนในที่แสงน้อยที่ต้องบาลานซ์ระหว่างแสงกับระยะชัด

 

  • ส่วน Pro Controls อย่าง Shutter Speed, White Balance และ Histogram ทำให้การถ่ายสนุกขึ้นสำหรับคนที่อยากคุมภาพเอง แต่ในชีวิตประจำวัน Auto ก็ยังเป็นโหมดที่หยิบขึ้นมาใช้ได้เร็วและง่ายกว่า
  • ขณะที่ Dynamic Island ที่เล็กลง มองเห็นความต่างชัดเมื่อเอาเครื่องไปวางเทียบกับ iPhone 17 Pro Max แต่พอใช้จริงตลอดวัน ต้องยอมรับว่า เราไม่ได้รู้สึกว่าต่างจากเดิมมากนัก มากกว่าเป็นการทำให้พื้นที่ด้านบนของหน้าจอดูสะอาดขึ้น
  • แต่สิ่งที่เรากลับรู้สึกถึงความต่างได้ชัดกว่า คือ แบตเตอรี่และความร้อน เราลองใช้ 1 ตามวันปกติ ออกจากบ้านตอน 12.00 น. ด้วยแบตเตอรี่ 100% ใช้งานทั้งถ่ายรูป เล่นโซเชียล ตอบข้อความ ฟังเพลง และหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใช้เรื่อยๆ โดยไม่ได้ชาร์จเพิ่ม ก่อนกลับถึงบ้านประมาณ 21.00 น. แบตเตอรี่ยังเหลือ 49% แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ Battery Test ที่ควบคุมทุกตัวแปร แต่ในฐานะการใช้งานจริงหนึ่งวัน ถือว่าเป็นตัวเลขที่ทำให้เราแทบไม่ต้องกังวลเรื่องหาที่ชาร์จระหว่างวัน
  • อีกเรื่องที่สังเกตได้ชัดคือเครื่อง ร้อนน้อยกว่า iPhone 17 Pro Max แม้จะใส่เคสตลอด เครื่องยังมีอุ่นขึ้นเวลาใช้กล้องหรือใช้งานต่อเนื่องตามปกติ แต่ก็ร้อนไม่เท่ารุ่นก่อนๆ ซึ่งน่าจะเป็นหนึ่งในการอัปเกรดที่ดูไม่หวือหวาบนหน้าสเปก แต่กลับรู้สึกได้ค่อนข้างชัดเมื่อใช้จริงในแต่ละวัน

 

Good for….

 

iPhone 18 Pro Max น่าจะเหมาะกับคนที่อยากได้ iPhone รุ่นใหญ่ที่จบในเครื่องเดียว โดยเฉพาะคนที่ใช้กล้องเยอะ อยากลอง Variable Aperture และ Pro Controls หรือให้ความสำคัญกับแบตเตอรี่ที่อยู่ได้ยาวๆ ตลอดวัน

 

สำหรับคนที่ใช้ iPhone 14 หรือ 15 Series อยู่ การขยับมารุ่นนี้จะมีหลายอย่างให้รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงมากกว่าแค่ความแรง ตั้งแต่กล้อง แบตเตอรี่ ไปจนถึงการจัดการความร้อน แต่ถ้าใช้รุ่น Pro เจเนอเรชันใหม่กว่านั้นอยู่แล้ว เหตุผลในการเปลี่ยนอาจขึ้นอยู่กับว่า Variable Aperture, แบตเตอรี่ และกล้องที่ควบคุมได้มากขึ้น สำคัญกับวิธีใช้โทรศัพท์ของคุณแค่ไหน

 

ส่วนถ้าใครไม่ได้สนใจรูปทรงจอพับของ iPhone Duo และยังชอบโทรศัพท์ทรงเดิมที่ได้กล้องและแบตเตอรี่แบบเต็มที่สุดในไลน์ Pro ตอนนี้ iPhone 18 Pro Max ก็คือทางเลือกนั้น

 

iPhone 18 Pro Max มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Burgundy, Glacier, Silver และ Black ความจุ 256GB, 512GB, 1TB และ 2TB ราคาเริ่มต้น 52,900 บาท และเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories