ฤดูใบไม้ร่วงไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วเอเชีย แต่ค่อยๆ เดินทางจากพื้นที่สูงและดินแดนทางเหนือ ไล่ลงมายังเมืองและพื้นที่ทางใต้ ตั้งแต่ภูเขาของฮอกไกโดที่เริ่มเปลี่ยนสีตั้งแต่เดือนกันยายน ป่าแดงบนเทือกเขาของเกาหลีในเดือนตุลาคม ก่อนจะมาถึงเกียวโตในเดือนพฤศจิกายน และลากยาวไปจนถึงภูเขาของไต้หวันในช่วงปลายปี สำหรับคนที่กำลังวางแผน Autumn Trip นี่คือ 10 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในเอเชียที่น่าเก็บไว้ในลิสต์
10 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในเอเชีย
1. Daisetsuzan National Park, ญี่ปุ่น

ตามหาใบไม้แดงชุดแรกของญี่ปุ่น
ถ้าอยากเห็นใบไม้เปลี่ยนสีก่อนใครในญี่ปุ่นให้ขึ้นเหนือไปยัง Daisetsuzan อุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในฮอกไกโด พื้นที่ธรรมชาติขนาดมหึมากว่า 2,000 ตารางกิโลเมตรที่เต็มไปด้วยภูเขาไฟ หุบเขา บ่อน้ำพุร้อน และยอดเขาสูงหลายลูก รวมถึง Asahidake ยอดเขาที่สูงที่สุดของฮอกไกโด ด้วยตำแหน่งทางเหนือและพื้นที่ซึ่งมีระดับความสูงแตกต่างกันมาก Daisetsuzan จึงเป็นหนึ่งในสถานที่แรกๆ ของญี่ปุ่นที่ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี บางพื้นที่เริ่มเห็นสีตั้งแต่เดือนกันยายน โดยเริ่มจากพุ่มไม้สีแดงบนยอดเขา ก่อนค่อยๆ ไหลลงสู่หุบเขาเบื้องล่าง ที่นี่จุดเที่ยวนิยมคือ Asahidake และ Kurodake ที่มีกระเช้าพาขึ้นสู่พื้นที่สูง จึงสามารถชมทิวทัศน์ใบไม้เปลี่ยนสีได้กว้างสุดสายตาได้โดยไม่จำเป็นต้องเดินเขาระยะไกล
Best Time: กลางกันยายน–ต้นตุลาคม
2. Nikko, ญี่ปุ่น

เมืองมรดกโลกที่ไล่เฉดสีจากภูเขาลงมาถึงวัด
ห่างจากโตเกียวเพียงราว 2 ชั่วโมง Nikko เป็นเมืองกลางขุนเขาที่มีทั้งวัดและศาลเจ้าเก่าแก่ รวมถึงธรรมชาติสวยๆ อยู่ในพื้นที่เดียวกัน ไฮไลต์สำคัญคือ Toshogu Shrine ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มวัดและศาลเจ้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ที่ไม่ว่าจะเดินหรือถ่ายรูปมุมไหนก็สวย นอกจากนี้ยังมี Oku-Nikko พื้นที่ธรรมชาติบนภูเขาที่มีทั้งทะเลสาบ Chuzenji น้ำตก Kegon และทุ่งชุ่มน้ำ Senjogahara
ความพิเศษของ Nikko ในฤดูใบไม้ร่วงคือ ใบไม้ไม่ได้เปลี่ยนสีพร้อมกันทั้งเมือง เพราะแต่ละพื้นที่มีระดับความสูงต่างกัน สีแดงและเหลืองจึงเริ่มปรากฏบนภูเขาและบริเวณ Oku-Nikko ก่อน แล้วค่อยๆ ไล่ลงมายังทะเลสาบ น้ำตก และพื้นที่รอบตัวเมือง ทำให้ Nikko มีช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสีค่อนข้างยาว และแต่ละช่วงเวลาก็ให้ภาพของฤดูใบไม้ร่วงที่แตกต่างกัน
Best Time: ต้นตุลาคม–กลางพฤศจิกายน


3. Kyoto, ญี่ปุ่น

เมืองหลวงเก่าถูกย้อมด้วยสีแดงของ Momiji
ถ้าซากุระคือภาพจำของเกียวโตในฤดูใบไม้ผลิ Momiji หรือใบเมเปิลแดงก็คงเป็นตัวแทนของฤดูใบไม้ร่วง เกียวโตเป็นเมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่นแห่งนี้เต็มไปด้วยวัด ศาลเจ้า สวน และสถาปัตยกรรมเก่าแก่ เมื่อทั้งหมดถูกล้อมด้วยใบไม้สีแดง ส้ม และทอง เมืองทั้งเมืองจึงเหมือนเปลี่ยนบรรยากาศไปอีกแบบ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีมีแทบทุกย่าน ตั้งแต่ Tofuku-ji ที่มองจากสะพานลงไปเห็นทะเลเมเปิลเบื้องล่าง, Eikando ที่ขึ้นชื่อเรื่องใบไม้แดง, Nanzen-ji ไปจนถึง Arashiyama ซึ่งมีภูเขาเปลี่ยนสีเป็นฉากหลังของแม่น้ำ Katsura ยิ่งไปกว่านั้นวัดหลายแห่งยังเปิด Autumn Illumination ให้ชมสวนและใบไม้แดงยามค่ำคืน เพราะฉะนั้นถ้าเลือกแบบเจาะจงไม่ได้ เราเลยยกให้เกียวโตทั้งเมืองเป็นหนึ่งในจุดหมายของฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่คลาสสิกที่สุดของเอเชีย
Best Time: กลาง–ปลายพฤศจิกายน
4. Seoraksan National Park, เกาหลีใต้

ภูเขาหินกลางทะเลใบไม้แดงของเกาหลี
หนึ่งในภาพจำของฤดูใบไม้ร่วงเกาหลีคือภูเขาหินสีเทาที่โผล่ขึ้นมาท่ามกลางป่าสีแดง ส้ม และเหลือง และ Seoraksan คือหนึ่งในสถานที่ที่ได้เห็นภาพนั้นชัดที่สุด
อุทยานแห่งชาติแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาหลีใต้ ใกล้เมืองชายทะเล Sokcho ภูมิประเทศเต็มไปด้วยยอดเขาหินแกรนิต หน้าผา หุบเขา ลำธาร น้ำตก และวัดพุทธเก่าแก่ จึงเป็นจุดหมายของนัก Hiking ตลอดทั้งปี แต่จะสวยเป็นพิเศษในเดือนตุลาคม เมื่ออากาศเย็นจากทางเหนือทำให้ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีก่อนพื้นที่อื่นของประเทศ หากไม่อยากเดินเขาหนัก สามารถขึ้น Seorak Cable Car ไปยังบริเวณ Gwongeumseong เพื่อชมแนวภูเขาและป่าที่กำลังเปลี่ยนสีจากมุมสูงได้
Best Time: กลาง–ปลายตุลาคม
5. Naejangsan National Park, เกาหลีใต้

อุโมงค์เมเปิลแห่งฤดูใบไม้ร่วง
เมื่อฤดูใบไม้เปลี่ยนสีของ Seoraksan ทางเหนือเริ่มผ่านช่วงพีก สีสันของฤดูใบไม้ร่วงจะค่อยๆ เดินทางลงมายังทางตอนใต้ Naejangsan ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่โด่งดังที่สุดของเกาหลีใต้ ซึ่งเส้นทางยอดนิยมคือ เส้นทางสู่ Naejangsa Temple วัดพุทธกลางหุบเขาที่เรียงรายด้วยต้นเมเปิลทั้งสองฝั่ง เมื่อเข้าสู่ช่วงพีกกิ่งไม้เหนือศีรษะจะเปลี่ยนเป็นแดง ส้ม และทองจนเกิดเป็นอุโมงค์ใบไม้ตามธรรมชาติ รอบอุทยานยังมีน้ำตก ทะเลสาบ เส้นทางเดินป่า และกระเช้าที่พาขึ้นไปชมผืนป่าจากมุมสูง หากอยากเห็นฤดูใบไม้ร่วงของเกาหลีใต้แบบจัดเต็ม ที่นี่คือหนึ่งในจุดที่ไม่ควรพลาด
Best Time:ปลายตุลาคม–กลางพฤศจิกายน
6. Seoul, เกาหลีใต้

ใบไม้เปลี่ยนสีกลางเมืองที่ไม่ต้องขึ้นเขาก็เจอ
โซลเป็นอีกหนึ่งเมืองที่เรารู้สึกว่าคล้ายกับเกียวโต คือไม่จำเป็นต้องออกเดินทางไกลเพื่อสัมผัสฤดูใบไม้ร่วง เพราะตั้งแต่พระราชวังเก่า ถนน มหาวิทยาลัย ไปจนถึงสวนสาธารณะทั่วเมือง ต่างพร้อมใจกันเปลี่ยนสีในช่วงปลายตุลาคมถึงพฤศจิกายน ใคร
อยากได้ภาพคลาสสิกให้ไป Gyeongbokgung หรือ Changdeokgung ที่ใบเมเปิลสีแดงและแปะก๊วยสีทองตัดกับหลังคาพระราชวังเกาหลี หรือเดินเล่นบริเวณ Deoksugung Stone Wall Road ซึ่งเปลี่ยนเป็นถนนสีเหลืองเมื่อใบแปะก๊วยเริ่มร่วง ส่วนใครอยากใกล้ธรรมชาติขึ้นอีกหน่อย Namsan และ Bukhansan ก็อยู่ไม่ไกล ความสนุกจึงอยู่ตรงที่เราสามารถเที่ยวเมือง กิน ดื่ม และเข้าพิพิธภัณฑ์ตามปกติ โดยมีใบไม้เปลี่ยนสีเป็นฉากหลังตลอดทั้งทริป
Best Time: ปลายตุลาคม–กลางพฤศจิกายน
7. Mutianyu Great Wall, จีน

กำแพงเมืองจีนทอดตัวผ่านภูเขาสีแดงและทอง
Mutianyu เป็นหนึ่งในช่วงของกำแพงเมืองจีนที่เดินทางไปได้สะดวกจากปักกิ่ง และมีแนวกำแพงกับหอสังเกตการณ์ที่ได้รับการบูรณะค่อนข้างสมบูรณ์ แต่สิ่งที่ทำให้ที่นี่พิเศษในฤดูใบไม้ร่วงคือภูเขาซึ่งโอบล้อมกำแพงแทบทุกทิศทาง เมื่อเข้าสู่เดือนตุลาคม ป่าบนภูเขาจะค่อยๆ เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นแดง ส้ม และทอง ขณะที่กำแพงหินทอดตัวขึ้นลงตามแนวสันเขาไปจนลับสายตา กลายเป็นทิวทัศน์ใบไม้เปลี่ยนสีที่แตกต่างจากสวนและวัดของญี่ปุ่นอย่างสิ้นเชิง นักท่องเที่ยวสามารถเดินบนกำแพงเพื่อหามุมชมวิว หรือใช้ Cable Car ขึ้นไปด้านบนก่อนค่อยเดินสำรวจตามแนวกำแพงก็ได้
Best Time: กลางตุลาคม–ต้นพฤศจิกายน
8. Jiuzhaigou Valley, จีน

ป่าสีทอง ทะเลสาบสีฟ้า เหมือนหลุดออกมาจากภาพวาด
Jiuzhaigou หรือ ‘หุบเขาเก้าหมู่บ้าน พื้นที่อนุรักษ์และมรดกโลกบนพื้นที่สูงทางตอนเหนือของมณฑลเสฉวน มีชื่อเสียงจากทะเลสาบสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ น้ำตก ภูเขา และป่าที่กระจายตัวอยู่ตามหุบเขา ฤดูใบไม้ร่วงทำให้ภูมิทัศน์ที่มีสีสันอยู่แล้วของ Jiuzhaigou ยิ่งโดดเด่นขึ้นไปอีก เพราะป่ารอบทะเลสาบจะเปลี่ยนเป็นเหลือง ส้ม และแดง สะท้อนลงบนผิวน้ำสีฟ้าใส บางจุดยังมองเห็นยอดเขาสูงเป็นฉากหลัง ภาพที่ได้จึงไม่ใช่แค่ ‘ใบไม้สีส้มแดง’ หากแต่เป็นการวางสีของน้ำ ป่า และภูเขาที่สวยงามรวมกับภาพวาด ซึ่งทำให้ช่วงเดือนตุลาคมถือเป็นช่วงสวยที่สุดช่วงหนึ่งของที่นี่
Best Time: กลาง–ปลายตุลาคม
9. Hunza Valley, ปากีสถาน

หุบเขาสีทองกลางเทือกเขาคาราโครัม
ทางตอนเหนือของปากีสถาน ท่ามกลางเทือกเขา Karakoram คือที่ตั้งของ Hunza Valley หุบเขาบนพื้นที่สูงที่รายล้อมด้วยยอดเขาสูงหลายพันเมตร ธารน้ำแข็ง และหมู่บ้านเล็กๆ ที่กระจายตัวตามไหล่เขา ด้วยภูมิประเทศอันยิ่งใหญ่ ที่นี่จึงสวยแทบทุกฤดู แต่หนึ่งในช่วงที่โดดเด่นที่สุดคือฤดูใบไม้ร่วง
เมื่อเข้าสู่เดือนตุลาคม ต้น Poplar, Apricot, Mulberry และไม้ผลต่างๆ ที่ปลูกอยู่ทั่วหุบเขาจะค่อยๆ เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นเหลืองทอง ส้ม และแดง ทำให้หมู่บ้านและพื้นที่เกษตรด้านล่างดูราวกับถูกย้อมด้วยสีอันสดใสขณะที่ฉากหลังยังคงเป็นยอดเขาสูงของ Karakoram โดยเฉพาะบริเวณ Passu ที่มองเห็นยอดเขาแหลมของ Passu Cones โผล่ขึ้นเหนือผืนป่าสีทอง เป็นหนึ่งในภาพฤดูใบไม้ร่วงที่แตกต่างจากภาพใบเมเปิลแดงของญี่ปุ่นและเกาหลีอย่างสิ้นเชิง
Best Time: ต้น–ปลายตุลาคม
10. Alishan, ไต้หวัน

รถไฟสายเก่า ทะเลหมอก และใบไม้เปลี่ยนสีบนภูเขา
หลายคนรู้จัก Alishan จากพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลหมอก ป่าสนไซเปรส รวมถึงรถไฟสีแดงของ Alishan Forest Railway แต่เมื่ออากาศเริ่มเย็นในช่วงปลายปี ภูเขาแห่งนี้ก็มีอีกหนึ่งบรรยากาศให้ตามหา นั่นคือสีแดงและทองของไม้ผลัดใบที่ค่อยๆ แทรกตัวเข้ามาในผืนป่า
Alishan ไม่ใช่ภูเขาเพียงลูกเดียว แต่เป็นพื้นที่ภูเขาขนาดใหญ่ที่มีระดับความสูงแตกต่างกัน จึงมีทั้งป่าสน ไซเปรส ไร่ชา และพืชพรรณหลากหลายชนิด ใบไม้ร่วงของที่นี่ไม่ได้มาในรูปภูเขาสีแดงทั้งลูกแบบเกาหลี แต่เป็นใบเมเปิลและไม้ผลัดใบที่แต้มสีอยู่ท่ามกลางป่าสีเขียว ยิ่งเมื่อจับคู่กับหมอกยามเช้า ทางรถไฟสายเก่า และแสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านต้นไม้ ก็กลายเป็นฤดูใบไม้ร่วงอีกแบบที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว
Best Time: พฤศจิกายน–ธันวาคม

