ภาพของ ‘โค้ชอ๊อต’ เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร ที่วิ่งเข้าสู่สนามทั้งน้ำตาหลังพาวอลเลย์บอลหญิงไทยคว้าตั๋วโอลิมปิกเมื่อวานนี้ หากมองย้อนกลับไปตลอดเส้นทางของเขา มันแทบเป็นเรื่องราวดุจนิยายก็ว่าได้..
ชายคนนี้คือหนึ่งในผู้ก่อร่างสร้างทีมขึ้นมาตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1990 เจียระไนนักกีฬาจนกลายเป็นยุคทองของ ‘7 เซียน’ พาทีมออกกรำศึกใหญ่ครั้งแล้วครั้งเล่า ผ่านทั้งเกียรติยศและความเจ็บปวด
ก่อนจะวางมือจากทีมชาติไปในปี 2016 โดยที่ภารกิจสำคัญที่สุดยังคงทำไม่สำเร็จ นั่นคือ… ตั๋วไปโอลิมปิก
เวลาผ่านไปร่วม 9 ปี เขากลับมารับหน้าที่เดิมอีกครั้ง ท่ามกลางนักกีฬาคนละรุ่น และคำถามมากมายต่อการกลับมาของเขา
ใครจะคิดว่า สุดท้ายแล้วคนที่ยืนอยู่ข้างสนามในวันที่วอลเลย์บอลหญิงไทยทลายกำแพงโอลิมปิกได้สำเร็จ จะเป็นชายคนเดิมที่เคยเริ่มต้นสร้างความฝันนี้ขึ้นมาเมื่อเกือบ 30 ปีก่อน
และสำหรับโค้ชอ๊อต มันคือวันที่เรื่องราวบทหนึ่งซึ่งเคยเขียนค้างไว้ ได้เดินทางมาถึงบรรทัดสุดท้ายเสียที
ย้อนกลับไปในช่วงปลายทศวรรษ 1990 สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยมอบหมายให้โค้ชอ๊อตเสาะหาดาวรุ่งจากทั่วประเทศ นำพวกเธอมาเก็บตัว ฝึกซ้อม และใช้ชีวิตร่วมกัน
จากเด็กสาวกลุ่มนั้น ค่อยๆ ปรากฏชื่อของ วรรณา บัวแก้ว, วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์, ปลื้มจิตร์ ถินขาว และเพื่อนร่วมรุ่น ซึ่งต่อมากลายเป็นแกนหลักของยุคทองที่คนไทยรู้จักกันในนาม ‘7 เซียน’
จากทีมที่เคยแพ้มากกว่าชนะ พวกเธอค่อยๆ เติบโตจนสามารถต่อกรกับจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และทีมระดับโลกได้อย่างไม่เกรงกลัว และเมื่อทีมแข็งแกร่งขึ้น ความฝันก็ยิ่งใหญ่ตามไปด้วย… นั่นคือ ‘โอลิมปิก’
ทว่าเส้นทางไปยังเวทีนั้นไม่เคยโรยด้วยกรีบดอกกุหลาบ..
ปี 2012 ในศึกคัดเลือกโอลิมปิกที่โตเกียว ไทยปิดภารกิจของตัวเองด้วยชัยชนะเหนือคิวบา ก่อนต้องฝากความหวังไว้กับผลการแข่งขันคู่สุดท้ายระหว่างญี่ปุ่นกับเซอร์เบีย
ท้ายที่สุดเซอร์เบียเอาชนะญี่ปุ่น 3-2 เซ็ต ขณะที่ญี่ปุ่นยังได้โควตาทีมเอเชียจากอัตราส่วนคะแนนที่ดีกว่าไทย
ประตูสู่ลอนดอน 2012 ปิดลงตรงหน้า นั่นคือวันที่ลูกยางสาวไทยเข้าใกล้ความฝันมากที่สุดครั้งหนึ่ง
4 ปีต่อมา โค้ชอ๊อตพาทีมกลับไปตามหาตั๋วอีกครั้งในศึกคัดเลือก ริโอ 2016 และคราวนี้ความเจ็บปวดกลับเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา
เกมกับเจ้าภาพญี่ปุ่นเดินทางถึงเซ็ตที่ 5 และไทยขึ้นนำถึง 12-6 ก่อนจะเกิดปัญหากับระบบแท็บเล็ตสำหรับการเปลี่ยนตัวและการชาเลนจ์ ตามด้วยการที่โค้ชอ๊อตได้รับใบแดงถึง 2 ครั้ง เกมที่ไทยเคยกุมความได้เปรียบ พลิกกลับมาจบลงด้วยชัยชนะของญี่ปุ่น 15-13
ไทยพลาดตั๋วริโอ 2016 และอีกครั้งที่โค้ชอ๊อตต้องเดินออกจากสนามโดยที่ความฝันโอลิมปิกยังไม่เกิดขึ้นจริง
ไม่กี่เดือนต่อมา เขาตัดสินใจวางมือจากทีมชาติหลังทำงานร่วมกับทีมมาอย่างยาวนานถึง 18 ปี เพื่อไปรับงานสโมสรในประเทศจีนและใช้เวลากับครอบครัว
โค้ชอ๊อตต้องเดินจากไปโดยไม่มีโอกาสพาทีมที่ตัวเองสร้างขึ้นมากับมือไปถึงโอลิมปิก ส่วนความฝันนั้นถูกส่งต่อให้คนรุ่นหลังเดินหน้าต่อ
วอลเลย์บอลหญิงไทยเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน นักกีฬายุค 7 เซียนทยอยอำลาทีมชาติ ขณะที่นักกีฬารุ่นใหม่ค่อยๆ ก้าวขึ้นมารับช่วง
แต่ประตูแห่งความฝันบานเดิมยังคงเปิดไม่ออก… ไทยพลาดตั๋ว โตเกียว 2020 หลังแพ้เกาหลีใต้ในรอบชิงฯ คัดเลือกโซนเอเชีย ก่อนที่เส้นทางสู่ ปารีส 2024 จะจบลงด้วยความผิดหวังซ้ำรอยเดิม
กระทั่งปี 2024 ชื่อของชายคนเดิมกลับมาอีกครั้ง สมาคมฯ ประกาศให้ เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร กลับมารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย หลังจากวางมือไป 8 ปี
การกลับมาหนนี้ โค้ชอ๊อตไม่ได้เจอทีมที่มี ‘7 เซียน’ อยู่เหมือนเดิมอีกแล้ว ตรงหน้าคือนักกีฬารุ่นใหม่ที่เติบโตและรับช่วงต่อมาจากยุคที่เขาเคยสร้างไว้ ขณะเดียวกัน ตัวโค้ชเองก็ต้องพิสูจน์ตัวเองใหม่อีกครั้ง
การกลับมาของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เสียงวิจารณ์เกิดขึ้นทั้งเรื่องแนวทางการทำทีม วิธีการเล่น ไปจนถึงคำถามว่าโค้ชที่เคยประสบความสำเร็จในอดีต ยังสามารถพาทีมเดินหน้าในวอลเลย์บอลยุคใหม่ได้หรือไม่ และทุกครั้งที่ผลงานไม่เป็นอย่างที่หวัง ชื่อของ ‘โค้ชอ๊อต’ มักเป็นหนึ่งในชื่อแรกๆ ที่ถูกตั้งคำถาม
โดยเฉพาะช่วงต้นศึก VNL 2026 เมื่อผลงานของทีมไม่สู้ดีจนสถานการณ์เริ่มน่าเป็นห่วง ทั้งนักกีฬาและตัวโค้ชต้องเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ท่ามกลางเสียงวิจารณ์เหล่านั้น โค้ชอ๊อตเลือกขอโอกาสและขอเวลาจากแฟนวอลเลย์บอลให้กับนักกีฬาชุดนี้
“อยากขอโอกาสและขอเวลาให้นักกีฬาได้เรียนรู้และเติบโต… ย้อนไปปี 1997 เด็กกลุ่มนั้นก็ไม่ได้กลายเป็นทีมระดับโลกในทันที พวกเขาต้องแพ้ ต้องซ้อม และต้องแก้ปัญหาอยู่หลายปี”
เกือบ 30 ปีหลังจากวันที่เขาเคยสร้างนักกีฬากลุ่มหนึ่งขึ้นมาจนกลายเป็นยุคทอง โค้ชคนเดิมกำลังขอสิ่งเดียวกันให้กับนักกีฬาอีกเจเนอเรชัน นั่นคือ ‘เวลา’ ที่จะให้พวกเธอได้เติบโต
หลังจากนั้น ผลงานในสนามเริ่มตอบคำถามแทนเขา…
ลูกยางสาวไทยค่อยๆ เรียกความมั่นใจกลับมา ก่อนมุ่งหน้าสู่ศึกชิงแชมป์เอเชีย 2026 ที่ประเทศจีน ผ่านเกาหลีใต้ในรอบก่อนรองชนะเลิศ สยบญี่ปุ่นในรอบรองชนะเลิศ และเดินเข้าสู่เกมสุดท้ายกับเจ้าภาพจีน
เกมที่มีทั้งตำแหน่งแชมป์เอเชียและตั๋ว LA 2028 วางอยู่ตรงหน้า
ไทยเอาชนะจีน 3-2 เซ็ต คว้าแชมป์เอเชียสมัยที่ 4 และตั๋วโอลิมปิกใบแรกในประวัติศาสตร์ของวอลเลย์บอลหญิงไทยได้สำเร็จ
ข้างสนามในค่ำคืนที่ผ่านมา ชายวัย 60 ปีที่รู้ดีว่าตั๋วใบนี้มีความหมายมากเพียงใด คราวนี้เขาไม่ต้องนั่งรอผลการแข่งขันของใครเหมือนปี 2012 ไม่ต้องเดินออกจากสนามพร้อมคำถามและความเจ็บปวดเหมือนปี 2016 เพราะนักกีฬารุ่นใหม่ที่เขาเคยขอโอกาสและขอเวลาให้เติบโต ได้พาวอลเลย์บอลหญิงไทยไปโอลิมปิกแล้ว
แน่นอนว่า ตั๋วใบนี้ไม่ได้เป็นผลงานของโค้ชอ๊อตเพียงคนเดียว มันมีชื่อของนักกีฬา ทีมงาน สมาคมฯ รวมถึงโค้ชทุกยุคที่ช่วยกันสร้างวอลเลย์บอลหญิงไทยขึ้นมาตลอดหลายสิบปี
นี่ไม่ใช่ตอนจบของเรื่องราวระหว่างโค้ชอ๊อตกับ 7 เซียน เพราะเรื่องราวของทีมชุดนั้นจบลงไปนานแล้ว
หากนี่คือการกลับมา ‘ปิดเรื่องราวที่ค้างไว้’ หลังจากภารกิจพาวอลเลย์บอลหญิงไทยไปโอลิมปิกถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นมานานเกือบ 30 ปี
จนวันนี้ ความฝันนั้นเดินทางมาถึงปลายทางเสียที… วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยได้ไปโอลิมปิกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
และในค่ำคืนที่ผ่านมา หากจะมีใครสักคนที่เข้าใจทั้งความสุขและความหมายของความสำเร็จครั้งนี้ได้ดีที่สุด หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้น ‘โค้ชอ๊อต’
ชายที่เคยอยู่ทั้งในวันที่เข้าใกล้ วันที่ต้องผิดหวัง และวันนี้…วันที่ทำสำเร็จ
บางทีน้ำตาที่ไหลออกมาในวินาทีนั้น อาจบอกเล่าความหมายของตั๋วโอลิมปิกใบนี้ได้มากกว่าคำพูดใดๆ แล้ว


