ถ้าจะบอกว่านี่เป็นเกมที่ “เกือบหลับ แต่กลับมาได้” ก็คงไม่ผิดนัก
ในเกมที่วอลเลย์บอลหญิงไทยเปิดฉากรอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยการชนะอินโดนีเซียขาดลอย 25-10 ในเซ็ตแรก
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในเซ็ตสอง กลับกลายเป็นหนังคนละม้วน
อินโดนีเซียยกระดับเกมรับขึ้นมา เล่นเกมรุกได้เฉียบคมและกล้าแลกมากขึ้น ขณะที่ไทยเริ่มเสียจังหวะ คุมเกมของตัวเองไม่ได้ ก่อนถูกทิ้งห่างถึง 8-20
ตาม 12 แต้มในช่วงท้ายเซ็ต โอกาสกลับมาย่อมไม่ง่าย แต่ไทยยังไม่ยอมปล่อยเซ็ตนี้ไปง่ายๆ
ทีมเริ่มกลับมาตั้งหลักจากเกมรับ ดักบล็อกได้มากขึ้น และลดความผิดพลาดของตัวเองลง เมื่อบอลเริ่มกลับมาอยู่ในมือ คะแนนที่เคยห่างก็ค่อยๆ ถูกไล่คืนทีละแต้ม
อีกจุดสำคัญคือการหมุนผู้เล่นลงมาช่วยเปลี่ยนสถานการณ์ แต่ละคนลงมาทำหน้าที่ในจังหวะที่แตกต่างกัน ทั้งเกมรับ หน้าเน็ต และการเติมพลังในช่วงที่โมเมนตัมอยู่กับอินโดนีเซีย
จาก 8-20 ไทยไล่มาเสมอ 24-24 ก่อนพลิกกลับมาปิดเซ็ต 29-27
อีกมุมหนึ่งต้องชื่นชมอินโดนีเซียที่เตรียมแผนมารับมือสาวไทยได้ดี พวกเขาพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเกมรับที่เหนียวแน่นและเกมรุกที่สร้างปัญหาให้ไทยได้หลายจังหวะ
ก่อนหน้านี้ในรอบแบ่งกลุ่ม อินโดนีเซียเพิ่งแบ่งหนึ่งเซ็ตจากเจ้าภาพญี่ปุ่น ก่อนแพ้ 1-3 เซ็ต (19-25, 13-25, 25-23, 23-25) โดยเฉพาะสองเซ็ตหลังที่สกอร์สูสีจนญี่ปุ่นเองก็ต้องออกแรงไม่น้อยกว่าจะผ่านไปได้
ตัวเลขเหล่านี้จึงพอสะท้อนว่า สิ่งที่ไทยเจอในเซ็ตสองไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย เพราะเมื่ออินโดนีเซียเล่นได้ตามแผน พวกเขาก็สามารถสร้างปัญหาให้ทีมระดับแนวหน้าของเอเชียได้เช่นกัน
หลังจบเกม ‘บีม’ พิมพิชยา ก๊กรัมย์ ยอมรับว่า เซ็ตสองเป็นช่วงที่ไทยคุมเกมของตัวเองไม่ได้ จนปล่อยให้อินโดนีเซียทำคะแนนหนีห่าง และเป็นสิ่งที่ทีมต้องกลับไปแก้ก่อนเกมต่อไป
“ในทีมพยายามกระตุ้นกันค่ะ วันนี้เซ็ตสองเราดูเฉื่อยไปหน่อย การแข่งช่วงเช้าก็มีส่วน แต่ก็ไม่อยากใช้เป็นข้ออ้าง เพราะเมื่อลงสนามแล้วทุกคนต้องเต็มที่
เราพยายามกระตุ้นทีมให้มากที่สุด แล้วลงไปเล่นให้ Aggressive ขึ้น จนสุดท้ายไล่ตามกลับมาชนะได้”
ชัยชนะ 3-0 เหนืออินโดนีเซียพาไทยเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ แต่เซ็ตสองก็ทิ้งการบ้านเอาไว้ชัดเจน
การกลับมาจาก 8-20 แสดงให้เห็นถึงความนิ่ง ประสบการณ์ และการช่วยกันของผู้เล่นทั้งทีม ขณะเดียวกัน การปล่อยให้เกมหลุดจนตามถึง 12 แต้ม คือสถานการณ์ที่ไทยคงไม่อยากให้เกิดขึ้นอีกในเกมถัดไป โดยเฉพาะหากคู่แข่งในรอบรองฯ คือจีน
หากทั้งสองทีมได้เจอกันอีกครั้ง นี่จะเป็นการรีแมตช์จากศึกชิงแชมป์เอเชีย 2026 และเป็นอีกหนึ่งด่านสำคัญบนเส้นทางลุ้นเหรียญทองเอเชียนเกมส์สมัยแรกของวอลเลย์บอลหญิงไทย
เซ็ตสองกับอินโดนีเซียจึงมีทั้งสิ่งที่ไทยต้องกลับไปแก้ และสิ่งที่ทีมควรเก็บเอาไว้ เพราะจาก 8-20 จนกลับมาชนะ 29-27 อย่างน้อยเกมนี้ก็แสดงให้เห็นว่า เมื่อสถานการณ์ไม่เป็นใจ ไทยยังหาทางกลับเข้าสู่เกมได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในคุณสมบัติสำคัญที่ทีมต้องมี เมื่อการแข่งขันเดินทางเข้าสู่รอบที่ยากขึ้น
สำหรับรอบรองชนะเลิศ ไทยจะพบกับผู้ชนะระหว่าง จีน กับ เวียดนาม โดยจะแข่งขันวันพรุ่งนี้ เวลาประมาณ 17.20 น. ถ่ายทอดสดทาง PPTV HD 36 และ AIS PLAY
หมายเหตุ: เวลาแข่งขันอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามกำหนดการแข่งขันของฝ่ายจัด
ภาพ: ดิษยุตม์ ธนบุญชัย


