สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ให้สัมภาษณ์กับ RT สื่อรัสเซีย ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย (ASEAN-Russia Summit) โดยระบุว่า อาเซียนและรัสเซียหารือแนวทางยกระดับความร่วมมือในอนาคต ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง เทคโนโลยี และการรักษาสันติภาพระหว่างประเทศ
ประเด็นสำคัญ
สีหศักดิ์ยังย้ำจุดยืนของไทยว่า ไม่เลือกข้าง แต่ยืนหยัดตามหลักการ พร้อมกล่าวถึงประเด็นไทย-กัมพูชาว่า สิ่งสำคัญในขณะนี้ คือ การรักษาข้อตกลงหยุดยิงและสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน โดยต้องการเปิดหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่กับกัมพูชา เพราะเป็นเพื่อนบ้านที่ต้องอยู่ร่วมกัน
มองการค้าอาเซียน-รัสเซียยัง ‘ต่ำกว่าศักยภาพ’
สีหศักดิ์กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบความสัมพันธ์ 35 ปี โดยไม่ได้มาที่นี่เพื่อทบทวนว่า เวลานี้ความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับรัสเซียอยู่ตรงจุดใดเท่านั้น แต่ยังมองไปข้างหน้าด้วยว่า อาเซียนและรัสเซียจะทำอะไรได้บ้างเพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนให้เข้มแข็งขึ้น โดยเฉพาะการหาความร่วมมือใหม่
“ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ เราต้องการทำงานร่วมกันเพื่อรักษาสันติภาพและเสถียรภาพ ทั้งในภูมิภาคของเราและในโลก เพราะขณะนี้มีความขัดแย้งเกิดขึ้นมากมาย และเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องรักษาระเบียบระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่บนกติกา
“ผมคิดว่าเรามีมุมมองสอดคล้องกันในเรื่องความจำเป็นที่จะต้องธำรงไว้ซึ่งพหุภาคีนิยม ดังนั้น ในประเด็นสันติภาพและความมั่นคง เรื่องนี้จึงเป็นประเด็นสำคัญ”
อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาจากขนาดเศรษฐกิจของรัสเซียและอาเซียน สีหศักดิ์มองว่า อาเซียนทำได้ต่ำกว่าศักยภาพ เพราะมูลค่าการค้ารวมอยู่ที่ประมาณ 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ไทยอยู่ที่ประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งตนคิดว่า อาเซียนและไทยสามารถขยายมูลค่าการค้าได้มากกว่านี้ รวมถึงในด้านการลงทุนด้วย
สีหศักดิ์กล่าวว่า รัสเซียเป็นผู้นำในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นพลังงาน เทคโนโลยีสารสนเทศ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม รวมถึงเทคโนโลยีอวกาศ อาเซียนจึงคาดหวังว่า จะได้ทำงานร่วมกับรัสเซียทั้งในระดับรัฐบาลและภาคเอกชน
ผลักดันความร่วมมือปราบ ‘แก๊งคอลเซ็นเตอร์’ และ ‘อาชญากรรมไซเบอร์’
ในประเด็นความมั่นคง สีหศักดิ์กล่าวว่า ภัยคุกคามรูปแบบใหม่จำนวนมากเกิดขึ้นในโลกไซเบอร์ โดยเฉพาะปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาลและเชื่อมโยงกับการค้ามนุษย์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า ไทยกำลังผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อต่อสู้กับอาชญากรรมออนไลน์ และได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับโลกว่าด้วยการต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ที่กรุงเทพฯ เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยหวังให้เกิดแนวร่วมระหว่างประเทศในประเด็นนี้ รวมถึงความร่วมมือกับรัสเซียซึ่งมีศักยภาพด้านเทคโนโลยีไซเบอร์
“สิ่งที่เราให้ความกังวลเป็นพิเศษคือการแพร่ขยายของการหลอกลวงออนไลน์ หรือ Online Scams เราต้องยอมรับว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถูกมองว่า เป็นศูนย์กลางของกิจกรรมเหล่านี้ แต่เหยื่อของอาชญากรรมเหล่านี้อยู่ทั่วโลก และอาชญากรรมเหล่านี้ก่อให้เกิดความสูญเสียทางการเงินอย่างมหาศาล”
สีหศักดิ์ระบุว่า อาเซียนและรัสเซียสามารถทำงานร่วมกันได้ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความมั่นคงไซเบอร์โดยตรง
สงครามตะวันออกกลางกระทบเศรษฐกิจโลก เร่งกระจายแหล่งพลังงาน
เมื่อถูกถามถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กระทบกับทั่วโลกว่า อาเซียนจะร่วมมือกับรัสเซียเพื่อบรรเทาปัญหาในห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างไร สีหศักดิ์ระบุว่า ทุกประเทศได้รับผลกระทบจากสงคราม โดยเฉพาะด้านพลังงาน การขนส่ง และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น
สีหศักดิ์แสดงความหวังว่า อาจมีข่าวดีเกี่ยวกับความพยายามยุติความขัดแย้ง หากข้อตกลงสันติภาพเป็นไปตามแผน เช่น มีการลงนามหรือการเจรจายุติความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความมั่นคงทางทะเล จุดคอขวดทางยุทธศาสตร์ เส้นทางคมนาคมทางทะเล และความมั่นคงทางพลังงาน
รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศย้ำว่า โลกยังคงพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลอยู่มาก แต่ทุกฝ่ายก็ต้องทำงานให้มากขึ้นในการหาแหล่งพลังงานใหม่ พลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียน และต้องกระจายแหล่งจัดหาพลังงานให้หลากหลายมากขึ้น ซึ่งรัสเซียเป็นผู้ผลิตน้ำมัน ก๊าซ และปุ๋ยรายใหญ่ ขณะที่ไทยยังมองหาแหล่งพลังงานทางเลือกอื่นๆ
ไทย–กัมพูชาต้องสร้างความเชื่อมั่นหลังเหตุปะทะชายแดน
เมื่อถูกถามถึงความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา หลังเกิดเหตุปะทะบริเวณชายแดนเมื่อปีที่ผ่านมา สีหศักดิ์กล่าวว่า สิ่งสำคัญในขณะนี้คือการรักษาข้อตกลงหยุดยิงและสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน
“ประเทศไทยต้องการเปิดหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่กับกัมพูชา เพราะสุดท้ายแล้วเราคือประเทศเพื่อนบ้านที่ต้องอยู่ร่วมกัน มีความมั่นคงร่วมกัน และเจริญเติบโตไปด้วยกัน” เขากล่าว
อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่า กระบวนการฟื้นฟูความสัมพันธ์ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังมีความรู้สึกจากความขัดแย้งที่ผ่านมา พร้อมเรียกร้องให้กัมพูชาหลีกเลี่ยงการกระทำใด ๆ ที่จะเพิ่มความตึงเครียด และใช้กลไกการเจรจาทวิภาคีเพื่อแก้ไขปัญหา โดยหวังว่า สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่การฟื้นฟูและภาวะปกติของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ
ย้ำไทยไม่เลือกข้าง แต่ยืนหยัดตามหลักการ
ไทยไม่เลือกข้าง ยืนหยัดตามหลักการ
สีหศักดิ์ยังกล่าวถึงทิศทางของระเบียบโลกในปัจจุบันว่า โลกหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่ได้สะท้อนดุลอำนาจในปัจจุบันอีกต่อไป และกำลังก้าวเข้าสู่ยุค ‘โลกหลายขั้ว’ (Multipolar World) ที่ประเทศกำลังพัฒนาหรือ Global South มีบทบาทมากขึ้น
เขาระบุว่า ประเทศไทยอยู่ท่ามกลางการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ ภูมิเศรษฐศาสตร์ และเทคโนโลยี จำเป็นต้องดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างยืดหยุ่น โดยไม่เลือกข้างมหาอำนาจ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งเกี่ยวข้องกับการถ่วงดุล การปรับตัว และการปรับเปลี่ยน โดยต้องคำนึงอยู่เสมอว่า ผลประโยชน์ของไทยอยู่ตรงไหน
“เราไม่เลือกข้าง แต่เรายืนหยัดในหลักการ และต้องรักษาอิสระเชิงยุทธศาสตร์ของตนเอง (Strategic Autonomy) เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ”
สีหศักดิ์ย้ำว่า ความเป็นเอกภาพของอาเซียนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรับมือกับความท้าทายในโลกที่มีการแข่งขันสูงขึ้นในอนาคต
อ้างอิง:


