×

‘เรือธง’ หรือ ‘เป้านิ่ง’ ใน งบประมาณ 2568 ฝ่ายค้านรุมเร้า ดิจิทัลวอลเล็ต

โดย THE STANDARD TEAM
19.06.2024
  • LOADING...

ความสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 คือ เป็นครั้งแรกของการจัดทำงบประมาณหลังรัฐบาลเศรษฐามีอำนาจเต็มและบริหารประเทศมาแล้วเกือบ 1 ปี ต่างจากงบประมาณปี 2567 ที่เป็นการปรับแก้จากการจัดสรรงบโดยรัฐบาลประยุทธ์

 

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมวันแรกของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างงบประมาณปี 2568 วาระที่ 1 อาจเรียกได้ว่าค่อนข้างราบเรียบ สาเหตุส่วนหนึ่งคงเป็นดังที่ ชัยธวัช ตุลาธน ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวไว้ว่า งบประมาณปี 2568 ทุกอย่างแทบจะเหมือนเดิม ‘เพิ่มเติมคือดิจิทัลวอลเล็ต’

 

เนื่องจากเมื่อรัฐบาลเศรษฐาได้เข้ามามีบทบาทในการจัดทำงบเต็มตัวแล้ว หลายฝ่ายจึงเพ่งเล็งว่างบประมาณส่วนใดจะถูกนำไปรองรับนโยบายในระดับเรือธงของรัฐบาล โดยเฉพาะดิจิทัลวอลเล็ตที่กลายเป็น ‘เป้านิ่ง’ อันสำคัญที่สุด

 

เงินดิจิทัลมาจากไหน?

 

เมื่อดูในรายละเอียดของงบประมาณปี 2568 งบประมาณที่จะใช้ในการทำโครงการดิจิทัลวอลเล็ตถูกจัดอยู่ใน ‘งบกลาง’ หมวดแผนงานบริหารเพื่อรองรับกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ในรายการ ‘ค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ’ วงเงิน 152,700 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 18.9% ของงบกลางทั้งหมด

 

โดยระบุวัตถุประสงค์ว่า เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายเม็ดเงินในพื้นที่ต่างๆ และเพื่อรักษาระดับการบริโภคและการลงทุนในประเทศ เพิ่มสภาพคล่องแก่ประชาชนในการดำรงชีพและประกอบอาชีพ อีกทั้งยังเป็นการรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

 

อย่างไรก็ตาม พรรคร่วมฝ่ายค้านได้พากันตั้งข้อสังเกตว่า วงเงินดังกล่าวอาจไม่เพียงพอต่อโครงการเงินดิจิทัลที่จะแจกเงิน 10,000 บาทให้ประชาชนราว 50 ล้านคน จึงคาดการณ์ต่อไปว่า อาจมีการนำงบมาจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) อีก 1.7 แสนล้านบาท ถ้ายังไม่พอก็จะของบกลางจากปี 2567 เพิ่มอีก 1.2 แสนล้านบาท และหากยังไม่พออีก รัฐบาลอาจออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณจากงบสำรองรายจ่ายฉุกเฉินหรือจำเป็น มาเพิ่มอีกก็ได้

 

แล้วฝ่ายค้านมองเห็นปัญหาอะไรบ้างในแหล่งที่มาของโครงการเงินดิจิทัลนี้?

 

ทุบสถิติหนี้ เพื่อนโยบายเดียว

 

ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายว่า การจัดทำงบประมาณปี 2568 ครั้งนี้ได้ทำลายสถิติในหลายเรื่อง เช่น กู้ขาดดุลต่อ GDP สูงที่สุดในรอบ 36 ปี, รายจ่ายลงทุนต่องบสูงที่สุดในรอบ 17 ปี, ดอกเบี้ยต่อรายได้สูงที่สุดในรอบ 14 ปี, หนี้สาธารณะต่อ GDP สูงที่สุดในรอบ 29 ปี และชำระคืนเงินต้นต่องบสูงที่สุดในรอบ 31 ปี 

 

“ทั้งหมดทั้งมวล เพื่อเป็นการดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ต” ศิริกัญญาชี้

 

นอกจากนี้เธอยังเปรียบว่ารัฐบาลนี้เสพติดการขาดดุล ซึ่งทำให้ต้องกู้อย่างเต็มที่ทุกปี โดยเฉพาะการกู้ในปี 2568 สูงถึง 99% ของเพดานการกู้ ซึ่งหากมีการใช้จ่ายเกินตัวแต่หาเงินไม่ทัน ก็จะเกิดความเสี่ยง โดยเฉพาะหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน จะไม่เหลืองบประมาณที่จะรองรับสถานการณ์

 

“รัฐบาลทำตัวโนสนโนแคร์ที่จะทำให้ประเทศไปอยู่ในภาวะเสี่ยงแบบนี้ เพียงเพื่อทำให้มีเงินมากพอที่จะทำโครงการเดียวนั่นก็คือดิจิทัลวอลเล็ต ที่ทำให้เราต้องกู้จนเต็มเพดาน 2 ปีติดต่อกัน“ ศิริกัญญากล่าวในช่วงหนึ่ง

 

นอกจากนี้ศิริกัญญายังเผยอีกว่า รัฐบาลมีการรวมงบประมาณโครงการดิจิทัลวอลเล็ตเข้าไปในรายจ่ายลงทุนด้วย และเมื่อหักงบของโครงการดังกล่าวออก จะเหลืองบการลงทุนเพียง 20.8% เท่านั้น พร้อมสันนิษฐานว่า รัฐบาลอาจไปตัดงบประมาณรายจ่ายประจำเพื่อเปลี่ยนมาเป็นงบลงทุน รวมแล้วประมาณ 167,000 ล้านบาท 

 

และหนี้สาธารณะที่ไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ นับจากปี 2567 ไปจนถึงปี 2570 ซึ่งจะสูงถึงร้อยละ 68.9 เกือบเต็มเพดานการกู้ ทำให้ศิริกัญญามองว่าเป็นการส่งต่อหนี้สาธารณะให้รัฐบาลต่อไป เป็นผลมาจากการกู้เต็มเพดาน 2 ปีติด ทั้งที่ประเทศไม่ได้เจอวิกฤตอะไร ซึ่งรัฐบาลทำเพียงเพื่อโครงการเดียวคือดิจิทัลวอลเล็ต 

 

“ถ้าท่านจะผลักดันขับเคลื่อนนโยบายอื่นๆ ของตัวเองให้ได้จริงจังสักครึ่งหนึ่งของที่ผลักดันดิจิทัลวอลเล็ตก็จะดีมากเลย เพราะเห็นได้ชัดมากว่าไม่ใช่แค่งบประมาณ ภาระทางการคลัง และทรัพยากร แต่ยังรวมถึงสมาธิของคณะรัฐมนตรีด้วยที่หายไป เพราะถูกทุ่มไปให้กับโครงการดิจิทัลวอลเล็ตโครงการเดียว”

 

ไต่เส้นเหนือเหวข้อกฎหมาย

 

อีกข้อกังวลสำคัญที่ทั้งฝ่ายค้านรวมถึงหน่วยงานต่างๆ ได้เตือนรัฐบาลมาในทุกช่วงของโครงการคือ ความสุ่มเสี่ยงที่โครงการเงินดิจิทัลอาจมีส่วนที่ไปขัดต่อกฎหมาย

 

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย เรียกปัญหานี้ว่า ‘การไต่ลวด’ และ ‘ซิกแซ็ก’ ของรัฐบาล ที่พยายามหลีกเลี่ยงการทำผิด พ.ร.บ.การเงินการคลังปี 2561 จนเกิดความเปลี่ยนแปลง จากเดิมที่รัฐบาลวางแผนจะออก พ.ร.บ.เงินกู้ มาใช้ในโครงการ กลับกลายเป็นใช้วิธี ‘ซิกแซ็ก’ หาวิธีกู้แบบอื่นแทน

 

โดยรัฐบาลกู้เงินผ่านงบกลาง 152,700 ล้านบาท รวมกับกู้เงินผ่านการทำงบรายจ่ายเพิ่มเติมอีก 112,000 ล้านบาท รวมเป็น 264,700 ล้านบาท ซึ่งในอนาคตมีความเสี่ยงที่จะถูกยื่นตีความทางกฎหมาย และนำมาซึ่งปัญหาแก่รัฐบาลในอนาคตได้

 

ขณะที่ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยังยกตัวอย่างว่า การจะเอาเงิน ธ.ก.ส. จำนวน 172,300 ล้านบาท นักวิชาการ นักเศรษฐศาสตร์ และนักกฎหมาย ต่างยืนยันว่านำมาแจกไม่ได้ เพราะมีไว้ดูแลเกษตรกรเท่านั้น หมิ่นเหม่ผิดกฎหมาย 

 

“จะเอาไปให้รัฐบาลกู้มาแจกแบบเฮลิคอปเตอร์เหวี่ยงแหมันนี่ไม่ได้ วันนี้รัฐบาลก็ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าสุดท้ายแล้วทำได้หรือไม่ เพราะรัฐบาลยังไม่ได้ถามกฤษฎีกาว่าเงินที่จะไปเอาจาก ธ.ก.ส. มาใช้นั้นผิดกฎหมายหรือไม่ มีเวลาผ่านมาไม่รู้กี่เดือนแล้ว แต่รัฐบาลไม่ถาม กลับเอางบปี 2568 มาขอก่อน เหมือนเอาหน้ามาทำหลัง เอาหลังไปทำหน้า เหมือนตั้งใจที่จะมาลักไก่กับสภาต่อหน้าประชาชน” 

 

จุรินทร์ย้ำว่า ตอนนี้ ธ.ก.ส. ยังไม่ถามกฤษฎีกา แล้วถ้าสภาอนุมัติไปวันนี้ วันหลังกลับไปถามกฤษฎีกา หากกฤษฎีกาบอกว่าใช้ไม่ได้แล้วจะทำอย่างไร โครงการก็เป็นหมัน สุดท้ายก็กู้มาแจกไม่ได้ เปรียบเหมือนโครงการนี้อนาคตยังแขวนอยู่บนเส้นด้าย

 

“ผมเชื่อว่ามะรืนนี้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2568 จะผ่านความเห็นชอบของสภาในวาระแรก แต่ในวาระที่ 3 อาจต้องไปถามศาลรัฐธรรมนูญ” จุรินทร์ทิ้งท้ายในการอภิปราย

 

ต้นตอคือ ‘ความชอบธรรม’ จึงเสียหน้าไม่ได้

 

ด้าน ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ฝ่ายค้านคนแรกที่ลุกขึ้นอภิปราย ได้ทิ้งโวหารที่เป็นประเด็นของวันนี้ไว้ว่า รัฐบาลพยายามผลักดัน “อย่างที่เรียกว่าดันทุรัง” โครงการดิจิทัลวอลเล็ตอย่าง “เจ๊งไม่ว่า แต่เสียหน้าแกนนำพรรครัฐบาลไม่ได้”

 

ชัยธวัชชี้ว่า เหตุผลที่รัฐบาลยังยืนยันเดินหน้านโยบายนี้ต่อไป แม้จะมีความเสี่ยงมากมาย เป็นเพราะรัฐบาลชุดนี้ประสบวิกฤตความชอบธรรมทางการเมืองในการจัดตั้งรัฐบาล จนถึงวันนี้ก็ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ว่าจะแก้ปัญหาปากท้องได้ 

 

“พรรคแกนนำรัฐบาลจึงเหลือความหวังเดียวคือ คิดว่าหากสามารถผลักดันนโยบายเรือธงได้สำเร็จ ความชอบธรรมของรัฐบาลก็จะฟื้นคืนกลับมา ที่มาของปัญหานี้คือความชอบธรรมของรัฐบาล” ชัยธวัชระบุ

 

ตลอดวันแรกของการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2568 ยังมี สส. ฝ่ายค้าน อีกหลายคนที่หยิบยกประเด็นของโครงการดิจิทัลวอลเล็ตมาวิพากษ์วิจารณ์ในทำนองเดียวกัน ขณะที่ สส. พรรคเพื่อไทย ต่างพยายามปกป้องและแก้ต่าง อย่างไรก็ตาม ยังไม่ปรากฏว่ามีรัฐมนตรีท่านใด โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี ในฐานะเจ้าภาพหลักของนโยบายนี้ ใช้สิทธิชี้แจงต่อที่ประชุมแต่อย่างใด

 

ต้องติดตามกันต่อไปว่า ในอีก 2 วันที่เหลืออยู่ของการอภิปราย ประเด็นเงินดิจิทัลยังจะถูก ‘ชำแหละ’ ต่อเนื่องอีกมากเพียงใด หรือฝ่ายค้านจะหยิบยกเอาเรื่องอื่นๆ ขึ้นมาเป็นประเด็นอีก

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising