×

จุรินทร์ยืนยัน ประเทศมีทางออก กรรมการสมานฉันท์คือช่องคลี่คลาย ย้ำชัดประชาธิปัตย์เดินหน้าแก้ รธน.

โดย THE STANDARD TEAM
27.11.2020
  • LOADING...
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

วันนี้ (27 พฤศจิกายน) จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญที่จะมีการเข้าชื่อเพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ได้ผ่านการพิจารณารับหลักการในวาระที่ 1 ไปแล้วนั้นมีความชอบโดยรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่ามีความชอบโดยรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว เพราะก่อนที่จะมีการลงชื่อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมรัฐสภานั้นก็ได้มีการตรวจสอบโดยรอบคอบทั้งหมดแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ต้องถือว่าเป็นสิทธิของผู้ที่จะยื่นไปวินิจฉัยอีกครั้งว่ามีความชอบโดยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะมีการบรรจุญัตตินี้เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 1 ธันวาคมที่จะถึงนี้ 

 

“หากมีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวในวันนั้น ความเห็นของตนและพรรคประชาธิปัตย์นั้นไม่สนับสนุนที่จะให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพราะเรามั่นใจว่าร่างที่เราเสนอไปนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว นอกจากนี้หากมีความประสงค์จะตรวจสอบความชอบโดยรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้นก็สามารถทำได้หลังจากรัฐธรรมนูญผ่านวาระ 3 ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ได้เปิดโอกาสให้สามารถตรวจสอบความชอบโดยรัฐธรรมนูญก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้อยู่แล้วในระยะเวลานั้น เพราะฉะนั้นจึงไม่มีความจำเป็นต้องไปทำตอนนี้ ที่สำคัญคือหากมีการส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก็จะทำให้เกิดความรู้สึกได้ว่าต้องการยื้อเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ และไม่มีความจริงใจเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่โดยไม่จำเป็น” จุรินทร์กล่าว

 

จุรินทร์ยังกล่าวถึงเรื่องคณะกรรมการสมานฉันท์ที่ ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้เตรียมการตั้งคณะกรรมการ 7 ฝ่ายขึ้นมาตามข้อเสนอที่ตนได้เคยเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภาไปว่า พรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่จะให้การสนับสนุนและพร้อมที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมหากได้รับโอกาสที่จะเข้าไปอยู่ในคณะกรรมการสมานฉันท์ 7 ฝ่ายดังกล่าว ส่วนข้อกังวลที่คาดว่าอาจมีบางฝ่ายไม่เข้าร่วมนั้นก็ไม่อยากให้คาดการณ์ไปก่อน แต่อยากให้รอระยะเวลาให้ทุกฝ่ายได้พิจารณาให้ครบถ้วน แต่ก็เห็นด้วยกับชวนที่บอกว่าหากได้เท่าไรก็เอาเท่านั้น แล้วประชุมกันไปก่อน ถ้าหากมีความประสงค์จะเข้าร่วมเพิ่มเติมภายหลังก็สามารถเข้าร่วมได้ต่อไป ซึ่งอันนี้เห็นด้วย และมีความเห็นเพิ่มเติมในเรื่องนี้ว่าฝ่ายที่ยังลังเลว่าจะเข้าร่วมหรือไม่นั้นก็ไม่ต้องกังวลว่าถ้าเข้าร่วมแล้วจะกลายเป็นเสียงข้างน้อยในที่ประชุม เพราะหากพรรคประชาธิปัตย์ได้มีโอกาสเข้าร่วมในคณะนี้ก็จะเสนอว่าไม่ควรใช้ระบบมติเสียงข้างมากบังคับให้เสียงข้างน้อยจะต้องปฏิบัติไปอย่างใดอย่างหนึ่ง ควรใช้ความเห็นที่เป็นเอกฉันท์ หรือที่เป็นฉันทามติร่วมกันจึงนำไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งจะเป็นหลักที่ควรจะเป็น 

 

อย่างไรก็ตาม จุรินทร์ยังมีความเห็นว่ากรรมการชุดนี้แม้บางฝ่ายมีความเห็นว่าไม่น่าจะนำไปสู่ข้อยุติที่จะเกิดความสมานฉันท์ แต่ก็คิดว่าไม่อยากเห็นการตีตนไปก่อนไข้ เพราะอย่างน้อยการมีกรรมการชุดนี้ยังดีกว่าไม่มี และก็ยังเป็นความหวังที่จะให้ประเทศมีทางออกได้ในช่วงระยะเวลาต่อสถานการณ์สั้นๆ นี้ ส่วนปัญหาใดที่คิดว่ายังค้างคาและไม่สามารถหาความเห็นร่วมหรือฉันทามติร่วมกันได้ ก็จะมีกรรมการอีกชุดที่ประธานรัฐสภาจะตั้งขึ้น โดยให้สถาบันพระปกเกล้าไปออกแบบคณะทำงานชุดนี้ ดังนั้นปัญหาระยะกลางและระยะยาวก็สามารถยกยอดไปพูดในที่ประชุมนั้นได้อีก 

 

“การมีกรรมการชุดนี้ อย่างน้อยที่สุดก็ยังมีช่องทางที่จะให้ทุกฝ่ายได้มาพูดคุยกัน แล้วจะช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายไปได้อย่างน้อยระดับหนึ่ง เพียงแต่ขอให้เข้าร่วมแล้วมาคุยกัน อะไรที่เห็นพ้องต้องกันก็ช่วยกันแก้ อะไรที่ยังไม่เห็นพ้องต้องกันก็คุยกันใหม่ คุยกันต่อไปจนกว่าจะได้ประเด็นที่เห็นพ้องกัน อะไรที่สุดท้ายไม่เห็นตรงกันก็ยกยอดไปให้กรรมการชุดที่ 2 ที่จะแก้ระยะกลางและระยะยาว ให้คุยกันต่อไป ผมยังหวังว่าน่าจะมีทางออกได้ในบางเรื่อง สำหรับกรรมการชุดนี้แล้วก็มีดีกว่าไม่มี” จุรินทร์กล่าวในที่สุด

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories