Menu
122947

ชำแหละความสัมพันธ์ เลือดข้นคนจาง เมื่อซีรีส์ชี้ชวนให้คุณขบคิดมากกว่าแค่ใครฆ่าใคร

21.09.2018
  • LOADING...
  • Loading...

“แล้วฉันไม่ใช่ลูกป๊าเหรอ พูดออกมาได้ เฮงซวย!”


สิ้นเสียงฝ่ามือฟาดดังเพียะ วงหน้าสวยๆ ของ คัทลียา แมคอินทอช ก็ปลิวถลาไปตามแรงมือของ ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี แค่เพียงเสี้ยววินาทีนั้นที่เราได้เห็นในตัวอย่างเต็มของ เลือดข้นคนจาง ซีรีส์ลำดับล่าสุดจากค่ายนาดาว บางกอก วินาทีนั้นเราก็รู้ทันทีว่านี่จะเป็นซีรีส์ที่เข้มข้นและสนุกสนานเรื่องหนึ่งของปีนี้ทันที

 

เพิ่งจะออกอากาศไปได้ 2 ตอนถ้วนเท่านั้นกับ เลือดข้นคนจาง ซีรีส์ลำดับล่าสุดของ ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์ ผู้กำกับที่สร้างปรากฏการณ์ว้าวุ่นจากซีรีส์วัยรุ่นยอดฮิตอย่าง Hormones วัยว้าวุ่น ทั้ง 3 ซีซัน ซึ่งซีรีส์เรื่องนี้คือการกลับมาทำงานอีกครั้งในรอบ 3 ปี หลังจากที่เขาจัดการทำศพของนานะใน I Hate You I Love You ไปเรียบร้อย

 

เลือดข้นคนจาง คือเรื่องราวที่ว่าด้วยตระกูล ‘จิระอนันต์’ ตระกูลมหาเศรษฐีเจ้าของโรงแรมที่ยังอยู่ภายใต้ระบบกงสีในแบบคนจีน และเกิดมีการเสียชีวิตของ ประเสริฐ เฮียคนโตสุดของบ้าน นำมาซึ่งการสืบสวนสอบสวนว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ฆาตกรรมนี้ โดยมีแรงจูงใจเป็นสินทรัพย์หลักร้อยล้านที่หอมหวาน พาให้ผู้ชมต่างงุนงงและสร้างปรากฏการณ์การตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องราวตั้งแต่ในเอพิโสดต้นๆ ของเรื่อง

 

 

ความโดดเด่นของซีรีส์เรื่องนี้คือประเด็นของการหยิบยกเอาลักษณะพื้นฐานความสัมพันธ์มนุษย์มาพูดถึงได้อย่างเรียบง่ายและเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการยกเอาครอบครัวคนจีนมาเป็นโครงสร้างหลักของเรื่องราว ซึ่งครอบครัวจีนจะมีลักษณะรูปแบบสังคมที่ค่อนข้างเฉพาะตัว ตั้งแต่เรื่องการนับญาติ ระบบกงสี หรือภาพของครอบครัวใหญ่ที่อาจจะไม่ได้แตกต่างกับครอบครัวคนไทยสักเท่าไรนัก ดังนั้นหลังจากซีรีส์ออกอากาศ เราจึงได้เห็นกลุ่มผู้ชมที่มีความเชื่อมโยงกับสังคมดังกล่าวออกมาเล่าเรื่องราวของตัวเองหรือการให้ความรู้ในเรื่องการนับญาติ แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลและการมีอยู่ของกลุ่มคนไทยเชื้อสายจีนจำนวนมากที่ดูจะอินเรื่องราวเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย และกลุ่มที่ไม่ใช่เชื้อสายจีนเองก็ต่างได้ความรู้ในลักษณะครอบครัวแบบอื่นๆ ไปด้วย

 

 

รวมไปถึงอีกประเด็นที่แข็งแรงมากๆ คือเรื่องของการสะท้อนสังคมในรูปแบบชายเป็นใหญ่ (Patriarchy) ที่ส่งอิทธิพลมาจากการนับญาติแบบจีนและการถือ ‘เพศชาย’ เป็นใหญ่เสมอ สังเกตได้จากเรื่องราวในฉากงานศพของ อากง (รับบทโดย นพพล โกมารชุน) ที่ใช้ลักษณะการเดินเรียงลำดับที่ให้ความสำคัญกับลูกชาย รวมไปถึงภรรยาของลูกชายมากกว่าลูกสาวในตระกูล โดยในซีรีส์เองก็หยิบยกเอาเหตุผลของเรื่องประเพณีและวัฒนธรรมที่สืบต่อกันมาขึ้นมาอธิบายได้อย่างน่าสนใจ

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ซีรีส์ก็ยังสร้างสถานการณ์การต่อต้านระบบดังกล่าวจากการให้ผู้หญิงอย่าง ภัสสร (รับบทโดย คัทลียา แมคอินทอช) ลุกขึ้นมามีปากมีเสียง และแน่นอนว่าพลังของมันไม่มากพอที่จะทำลายระบบดังกล่าว และนี่จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ชมอยากเอาใจช่วยพร้อมทั้งตั้งข้อสงสัยถึงพฤติกรรมของเธอด้วยเช่นกันว่า ด้วยการเป็นลูกสาวที่ถูกละเลยหรือเปล่า เธอจึงตัดสินใจฆาตกรรมพี่ชายตัวเอง นอกจากนี้ตัวละครหญิงอีกตัวอย่าง เหม่เหม (รับบทโดย ศวรรยา ไพศาลพยัคฆ์) หลานสาวคนเดียวของตระกูลนี้เช่นกันที่ลุกขึ้นมาต่อต้านระบบชายเป็นใหญ่กลายๆ หลังจากที่ตัวละครของ เวกัส (รับบทโดย ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ) พูดจาถึงเรื่องชุดนอนวาบหวิวของเธอที่พานให้เราคิดถึงประเด็น #DontTellMeHowToDress พูดถึงการวิพากษ์วิจารณ์สิทธิส่วนบุคคลในการใส่เสื้อผ้าของผู้หญิง แต่ทั้งนี้มันเป็นประเด็นระหว่างพี่น้องในตระกูลเดียวกัน เราอาจมองได้ว่าเป็นสายใยครอบครัวมากกว่า ซึ่งในอีกด้านหนึ่งคือตัวละครของ เต้ย (รับบทโดย จักริน กังวานเกียรติชัย) ที่ดูมีความใคร่ในเหม่เหมอย่างเห็นได้ชัด แม้เธอจะเป็นญาติแท้ๆ ของเขาเอง อยากรู้เหมือนกันว่าซีรีส์จะพาประเด็นเรื่องความรักร่วมสายเลือด (Incest Taboo) เข้ามาพูดถึงหรือไม่ในเอพิโสดถัดๆ ไป

 

 

อีกสิ่งหนึ่งที่เราชื่นชมที่สุดในซีรีส์เรื่องนี้น่าจะเป็นการกวาดต้อนนักแสดงเบอร์ใหญ่มาเล่นละครด้วยกัน และต่างแสดงแสนยานุภาพแบบไม่มีใครล้มหายตายจากไปจากจอแม้แต่คนเดียว ซึ่งตัวละครอย่างภัสสรที่รับบทโดย คัทลียา แมคอินทอช เราต้องขอยกย่องให้เป็นการแสดงที่ดีที่สุดของเธอในยุคหลังจริงๆ เพราะเธอมีเสน่ห์เหลือเกินในบทบาทที่ต้องเป็นทั้งผู้หญิงอ่อนนอกแต่แข็งใน รวมไปถึงเลเวลความโวยวายที่ยังดูมีเลือดเนื้อ และทุกครั้งที่เธอเข้าฉากกับประเสริฐ (รับบทโดย ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี) พวกเขาต่างรับส่งกันได้อย่างเข้าขาและดูมีอะไรอยู่ในแววตาอย่างมากที่ทำให้เรารู้สึกว่าความสัมพันธ์ของคนคู่นี้คือความสัมพันธ์แบบทั้งรักทั้งเกลียด (Love-hate Relationship) อย่างชัดเจน

 

ส่วนนักแสดงท่านอื่นๆ ก็ต่างทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม ตั้งแต่การกลับมารับงานแสดงอีกครั้งของ ครูเล็ก-ภัทราวดี มีชูธน ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ประจำปี 2557 เธอฝากตัวละคร อาม้า ให้เป็นที่จดจำทั้งน้ำเสียง วิธีการเดิน การพูดที่ต้องยอมรับว่าเฉียบ! รวมไปถึง เมษ ที่รับบทโดย ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง เองก็ดูเป็นผู้ชายที่จับต้องได้ขึ้นมาอย่างน่าสนใจ ในที่นี้เราเปรียบเทียบกับการแสดงของเขา (รวมถึงคัทลียาด้วย) ในละครที่เพิ่งลาจอไปอย่าง วิมานจอเงิน ซึ่งเรื่องนั้นพวกเขาทั้งคู่ต่างแสดงกันชัดเจน เสียงดังโวยวาย แต่กับเรื่องนี้พวกเขาดูจะได้ใช้ฝีมือและเทคนิคการแสดงที่มากขึ้น โดยเฉพาะศักดิ์สิทธิ์ที่รับส่งกับตัวละครเด็กๆ หน้าใหม่ในเรื่องได้อย่างดี ใช้เทคนิคส่งอารมณ์ผ่านการสัมผัสได้อย่างน่าสนใจ

 

เหตุผลต่างๆ ที่เรากล่าวอ้างมาดูจะเป็นเพียงบริบทโดยรอบที่ทำให้ซีรีส์ เลือดข้นคนจาง ถูกพูดถึงอย่างมากมายในวงกว้าง แต่ในความเป็นจริงแล้วผู้ชมในยุคนี้ต้องการความบันเทิงที่มีชั้นเชิงกันมากขึ้นหรือเปล่า และ เลือดข้นคนจาง คือตัวอย่างของสาระบันเทิงที่สนุก อิ่มเอม และไม่ดูถูกผู้ชม ควรค่าแก่เป็นซีรีส์รสชาติใหม่ๆ ไว้ประดับวงการบันเทิงไทย – ว่าแต่คุณคิดว่าใครฆ่าประเสริฐ

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

FYI
  • ซีรีส์ เลือดข้นคนจาง ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.45 น. และวันเสาร์ เวลา 20.10 น. ทางช่อง ONE 31 และสามารถรับชมย้อนหลังได้ทาง LINE TV แต่เชื่อเรา ถ้าคุณมีโอกาสและเวลาที่เหมาะสม ดูสด อิ่มกว่า!
  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US

RELATED STORIES