“AI จะแย่งงานเราไหม” เป็นคำถามที่กลับมาทุกครั้งที่มีโมเดลใหม่เปิดตัว
ประเด็นสำคัญ
บนเวที Analytical Corner หัวข้อ Labor Markets in Asia: Challenges and Opportunities in the Age of AI ระหว่างการประชุมประจำปี IMF–World Bank 2026 ที่กรุงเทพฯ Divya Kirti จากฝ่ายเอเชียและแปซิฟิกของ IMF ตอบคำถามนี้ด้วยข้อมูลจากประกาศรับสมัครงานหลายล้านตำแหน่ง
คำตอบโดยสรุปคือ AI เริ่มกระทบการจ้างงานแล้ว แต่นายจ้างยังต้องการคน และยิ่ง AI เก่งขึ้น นายจ้างก็ยิ่งต้องการคนที่ใช้ AI เป็น
งานที่ AI ถนัดถูกเปิดรับน้อยลง 10% คนใช้ AI เป็นกลับเป็นที่ต้องการ
ทีมวิจัยเทียบงานสองกลุ่ม กลุ่มแรกคืองานที่ AI ทำได้ดีอย่างการเขียนโค้ด กลุ่มที่สองคืองานที่ยังยากจะยกให้ AI ทำ เช่น การบริหารความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์ ผลคือความต้องการจ้างงานในกลุ่มแรกลดลงราว 10%
การเปลี่ยนแปลงเริ่มเห็นชัดในปี 2024–2025 หลังจาก AI พัฒนาจากการตอบคำถามง่ายๆ ในยุคแรกของ ChatGPT ปี 2022 มาเป็นการหาและแก้บั๊กในโค้ด และวันนี้ทำงานที่คนต้องใช้เวลาทั้งวันได้แล้ว เช่น เทรนโมเดล Machine Learning ตั้งแต่ต้นจนจบ
ถึงอย่างนั้น ภาพรวมการจ้างงานก็ไม่ได้แย่ลงอย่างที่กังวล เพราะนายจ้างหันไปหาคนที่มีทักษะ AI และนำ AI มาต่อยอดงานได้ ยิ่ง AI เก่งขึ้น ความต้องการคนกลุ่มนี้ก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
ทักษะ AI ที่นายจ้างมองหาแบ่งได้ 3 แบบ
- ความคุ้นเคยกับ AI ในระดับทั่วไป
- ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น การเขียนคำสั่ง (Prompt) ให้ AI ทำงานได้ตรงจุด และความเข้าใจ AI Agent
- การเชื่อม AI เข้ากับคลังความรู้และข้อมูลภายในองค์กร ซึ่ง Kirti มองว่าเป็นจุดที่เปิดโอกาสได้มหาศาล
งานเขียนโค้ดเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดที่สุด ความต้องการโปรแกรมเมอร์แบบเดิมลดลง ขณะที่ความต้องการทักษะ AI ในสายนี้สูงกว่าอาชีพอื่นราว 2 เท่า ส่วนงานที่เน้นการบริหารความสัมพันธ์ได้รับผลกระทบน้อยกว่า
ประเทศรวยโดนก่อน ประเทศกำลังพัฒนาต้องเร่งสร้างงาน
ช่วงแรกผลกระทบตกกับประเทศร่ำรวยมากกว่า เพราะแรงงานส่วนใหญ่อยู่ในภาคส่วนที่ AI เข้าถึงได้สูง แต่ประเทศกลุ่มนี้มักเป็นสังคมสูงวัย AI จึงอาจช่วยให้เศรษฐกิจปรับตัวได้ในวันที่แรงงานลดลง
ประเทศกำลังพัฒนาได้รับผลกระทบช่วงแรกน้อยกว่า เพราะแรงงานจำนวนมากยังอยู่ในภาคเกษตร แต่มีโจทย์ที่ยากกว่า Kirti ระบุว่าประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียต้องสร้างงานใหม่ราว 150 ล้านตำแหน่งภายใน 10 ปี และงานเหล่านั้นจะเกิดในภาคส่วนที่ AI กำลังเข้าไปเปลี่ยนแปลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เด็กจบใหม่ ค่าจ้าง และ AI ที่เก่งกว่านี้
ค่าจ้าง: ทีมวิจัยไม่พบหลักฐานว่า AI กดค่าจ้างให้ต่ำลง ภาพที่เห็นคือ AI กำลังจัดรูปตลาดแรงงานใหม่ ความต้องการแรงงานลดลงในงานที่ AI ทำแทนได้ง่าย ขณะที่โอกาสเปิดกว้างขึ้นสำหรับคนที่ใช้ AI เป็น
เด็กจบใหม่: วิศวกรซอฟต์แวร์และผู้ประกอบการรุ่นใหม่รายหนึ่งถามหามาตรการคุ้มครองคนรุ่นใหม่ เพราะเห็นนายจ้างเริ่มใช้ AI คัดใบสมัคร และวิศวกรรุ่นน้องถูก AI เข้ามาแทนที่
Kirti ตอบว่าข้อมูลยังไม่พบหลักฐานทางสถิติว่า AI กระทบแรงงานระดับเริ่มต้นหนักกว่าแรงงานอาวุโส และงานเขียนโค้ดยังมีความต้องการต่อเนื่อง โดยเฉพาะคนที่ใช้ AI เป็น
AI ที่เก่งกว่านี้: เมื่อถูกถามว่าถ้า AI ก้าวไปถึงระดับ Superintelligence ผลกระทบจะรุนแรงกว่านี้หรือไม่ Kirti ตอบว่าเรายังอยู่ช่วงต้นของเรื่องนี้ ถ้าต้นทุนพลังงานในการประมวลผลสูงมาก หรือผู้ใช้ต้องจ่ายต้นทุนจริงของโมเดล AI อาจพัฒนาช้าลง ตลาดแรงงานก็จะมีเวลาปรับตัว แต่ถ้า AI พัฒนาเร็วขึ้น คำถามเชิงโครงสร้างและนโยบายจะใหญ่ขึ้นอีกมาก
Kirti ทิ้งท้ายว่าสัญญาณที่ดีคือมนุษย์ยังเป็นที่ต้องการอย่างมากในงานที่ใช้ความรู้ แต่ผู้กำหนดนโยบายต้องจับตาใกล้ชิด โดยเฉพาะคำถามว่าจะสร้างงานต่อเนื่องได้อย่างไร เมื่อ AI ขยับเส้นชัยไปเรื่อยๆ

