×

เพื่อนที่ทำงานทะเลาะกัน เราเป็นคนกลาง ทำอย่างไรไม่ให้ถูกมองว่าเป็นนกสองหัวคะ

06.11.2019
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

3 MINS. READ

 

  • ความสัมพันธ์ของคนทำงานร่วมกันมันมีผลต่องานอยู่แล้วครับ ถ้าความสัมพันธ์ดี เราจะอยากทำงานด้วยกัน อาจจะขัดแย้งกันบ้าง แต่ก็ยังไปสู่เป้าหมายเดียวกันได้ แต่ถ้าความสัมพันธ์ไม่ดี ประสิทธิภาพในการทำงานมันลดลงอยู่แล้วครับ ต่อให้บอกว่าไม่ชอบขี้หน้าเธอนะ แต่ก็ทนทำงานกับเธอได้ อย่างไรผลงานก็สู้เวลาเรารู้สึกว่าเราทำงานกับคนที่เรารัก คนที่เข้าใจเรา ไม่ได้หรอกครับ

 

  • ถ้าเพื่อนที่ทำงานทะเลาะกัน ให้เราเลือกที่จะอยู่ข้างงานครับ ไม่ใช่ข้างของเพื่อนคนไหน เพราะเรามาทำงาน ยังไงอยู่ข้างงานและเป็นคนทำงานให้ออกมาดี เราก็ปลอดภัย แต่ไม่ได้แปลว่าเราทิ้งเพื่อน ไม่รักเพื่อนนะครับ เพียงแต่เราต้องแสดงออกว่า เราไม่อยากอยู่ในความขัดแย้งนี้ร่วมกับเขา 
  • เราไม่จำเป็นต้องออกโรงไปเป็นคู่กรณีเพิ่มนะครับ ปัญหามันจะลุกลามมากขึ้น อย่าไปสุมไฟเพิ่มเป็นอันขาด ขณะเดียวกันก็อย่าให้ไฟมันลามมาถึงตัวเราได้ เรามาทำงาน เราไม่ได้มาทำสงครามกับใคร เราทำงานกับทุกคนที่อยากทำงานได้หมด เอางานเป็นที่ตั้ง ถ้าใครตีกันแล้วไม่ทำงาน อย่าไปอยู่ตรงนั้นครับ เราจะกลายเป็นคนที่ไม่ทำงานไปด้วย พอไม่ทำงาน เรานี่แหละจะมีปัญหา  
  • ที่จริงเราสามารถอยู่บนพื้นที่ปลอดภัย ไม่เอาตัวเราเข้าไปอยู่ในวงความขัดแย้งได้ กรณีของการเป็นนกสองหัวนั้นผมคิดว่า มันจะเกิดขึ้นถ้าเกิดว่าเวลาเราอยู่กับฝ่ายหนึ่ง เราก็ด่าคู่กรณีให้เขาฟัง แต่พอเราอยู่กับอีกฝ่าย เราก็ด่าอีกฝั่งเสียอย่างนั้น แบบนี้อันตรายครับ เพราะความลับไม่มีในโลก ใครพูดอะไรไว้ มันทั่วถึงกันหมดแน่นอน และถ้าเราออกตัวแรงเบอร์นั้น เวลาคู่กรณีเขากลับมาจูบปากกัน นอกจากจะเป็นนกสองหัวแล้ว เรายังจะเป็นหมาด้วยนะครับ

Q: เพื่อนที่ออฟฟิศทะเลาะกันค่ะ เราเป็นเพื่อนของทั้งสองฝ่าย วางตัวไม่ถูกเลยค่ะ เหมือนถูกบีบให้ต้องเลือกข้าง พอเราไม่เลือกข้างและคบได้ทั้งสองฝ่าย ก็จะดูเป็นนกสองหัวอีก ปวดหัวมากค่ะ

A: น่าเห็นใจนะครับ ต้องอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดแบบนี้ เอาจริงๆ ผมคิดว่าไม่ใช่แค่คนกลางหรอกครับที่อึดอัด คู่กรณีก็อึดอัดเหมือนกัน เวลาทะเลาะกันมันไม่มีความสุขกันสักฝ่ายหรอกครับ ดูสิครับ เพื่อนร่วมทุกข์ของคุณเต็มไปหมดเลย ฮ่าๆ

 

เวลาเกิดความขัดแย้ง บางคนสามารถแยกแยะได้ คือจะทะเลาะกันแค่ไหนก็ตามแต่ ก็ยังทำงานด้วยกันได้อยู่ แต่บางคนก็แยกแยะไม่ออก พอทะเลาะกันก็ไม่อยากจะทำงานร่วมกัน หรือบางทีตีกันเรื่องงานไปด้วย เพราะตีกันเรื่องส่วนตัวมาก่อนอยู่แล้ว ความเยินก็จะมาตกที่งานครับ เพราะงานจะออกมาไม่ดีแน่นอน

 

ความสัมพันธ์ของคนทำงานร่วมกันมันมีผลต่องานอยู่แล้วครับ ถ้าความสัมพันธ์ดี เราจะอยากทำงานด้วยกัน อาจจะขัดแย้งกันบ้าง แต่ก็ยังไปสู่เป้าหมายเดียวกันได้ แต่ถ้าความสัมพันธ์ไม่ดี ประสิทธิภาพในการทำงานมันลดลงอยู่แล้วครับ ต่อให้บอกว่าไม่ชอบขี้หน้าเธอนะ แต่ก็ทนทำงานกับเธอได้ อย่างไรผลงานก็สู้เวลาเรารู้สึกว่าเราทำงานกับคนที่เรารัก คนที่เข้าใจเราไม่ได้หรอกครับ ความรู้สึกอยากทำงานมันต่างกัน ทำงานด้วยความสุขมันให้ผลดีกว่า และความสุขมันเกิดจากการทำงานกับคนที่เรารัก ว่าไหมล่ะครับ

 

ถ้าเพื่อนที่ทำงานทะเลาะกัน ให้เราเลือกที่จะอยู่ข้างงานครับ ไม่ใช่ข้างของเพื่อนคนไหน เพราะเรามาทำงาน ยังไงอยู่ข้างงานและเป็นคนทำงานให้ออกมาดี เราก็ปลอดภัย แต่ไม่ได้แปลว่าเราทิ้งเพื่อน ไม่รักเพื่อนนะครับ เพียงแต่เราต้องแสดงออกว่าเราไม่อยากอยู่ในความขัดแย้งนี้ร่วมกับเขา เรารับฟังเขาได้ ให้เขาระบายความไม่สบายใจของเขาได้ นั่นเป็นการกระทำของเพื่อนที่ดีแล้ว แต่ถ้าให้เราไปเพิ่มความขัดแย้ง เราไม่ทำ  

 

เราไม่จำเป็นต้องออกโรงไปเป็นคู่กรณีเพิ่มนะครับ ปัญหามันจะลุกลามมากขึ้น อย่าไปสุมไฟเพิ่มเป็นอันขาด ขณะเดียวกัน ก็อย่าให้ไฟมันลามมาถึงตัวเราได้ เรามาทำงาน เราไม่ได้มาทำสงครามกับใคร เราทำงานกับทุกคนที่อยากทำงานได้หมด เอางานเป็นที่ตั้ง ถ้าใครตีกันแล้วไม่ทำงาน อย่าไปอยู่ตรงนั้นครับ เราจะกลายเป็นคนที่ไม่ทำงานไปด้วย พอไม่ทำงาน เรานี่แหละจะมีปัญหา  

 

เวลาเขากำลังจับกลุ่มด่าคนที่ไม่ชอบอยู่ เราก็เดินออกมาครับ ชีวิตเราควรรับมาแต่สิ่งดีๆ อย่าไปรับสารพิษเข้ามา ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราเงียบไว้ ไม่ด่าใคร ถ้าด่าปุ๊บ แปลว่าเรากระโจนเข้าสู่สมรภูมิกับเขาด้วยแล้ว ฟังผ่านหูไปเลย เพราะฉะนั้นถ้าจะคุยกันเรื่องด่ากัน เราเด้งตัวออกมา เราไม่เกี่ยว เราไม่ยุ่ง แต่ถ้าคุยกันเรื่องงาน เราจะอยู่คุย

 

วิธีของการวางตัวที่ดีในสถานการณ์ความขัดแย้งก็คือ ใครจะทะเลาะกันก็แล้วแต่ แต่เราจะไม่ทำร้ายใคร เราจะไม่ด่าใคร ไม่เลวกับสักฝ่าย เป็นการแสดงออกที่ชัดเจนว่าเราไม่เกี่ยวนะ เวลาเราเป็นคนที่มองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แน่นอนว่าเรามีความเห็นอยู่แล้วครับ แต่เราต้องรู้ว่าเมื่อไรจะพูด และพูดกับใคร ถ้าพูดแล้วเป็นการสุมไฟทำให้คนทะเลาะกันมากกว่าเดิม เผลอๆ จะลากเราไปซวยด้วย ไม่จำเป็นต้องพูดครับ เก็บไว้ในใจได้

 

ที่จริงเราสามารถอยู่บนพื้นที่ปลอดภัย ไม่เอาตัวเราเข้าไปอยู่ในวงความขัดแย้งได้ กรณีของการเป็นนกสองหัวนั้นผมคิดว่ามันจะเกิดขึ้นถ้าเกิดว่าเวลาเราอยู่กับฝ่ายหนึ่ง เราก็ด่าคู่กรณีให้เขาฟัง แต่พอเราอยู่กับอีกฝ่าย เราก็ด่าอีกฝั่งเสียอย่างนั้น แบบนี้อันตรายครับ เพราะความลับไม่มีในโลก ใครพูดอะไรไว้มันทั่วถึงกันหมดแน่นอน และถ้าเราออกตัวแรงเบอร์นั้น เวลาคู่กรณีเขากลับมาจูบปากกัน นอกจากจะเป็นนกสองหัวแล้ว เรายังจะเป็นหมาด้วยนะครับ ฮ่าๆ ถ้าเราไม่เสี้ยม เราไม่ด่าใคร เราก็ไม่เป็นนกสองหัวหรอกครับ

 

อีกเรื่องที่ผมอยากจะบอกก็คือ ในฐานะที่เราเป็นคนกลาง เราต้องเป็นหลักที่แข็งแกร่ง อย่าเอาเรื่องที่เขาตีกันมาทุกข์ให้เราปวดหัว เพราะทั้งคู่เขาปวดหัวอยู่แล้วครับ คนเกลียดกันนี่ใช่ว่าจะนอนหลับสบายนะครับ ในหัวจะมีแต่เรื่องของอีกฝ่าย เราถึงต้องหลับให้ดีที่สุด อย่าพังตาม รักษาตัวเองให้อยู่ในจุดที่มองเห็นปัญหา แต่ไม่แบกปัญหาให้ได้ครับ ถ้าเราพังไปอีกคน ใครจะเป็นคนที่มีสติพอในการทำงานล่ะครับ 

 

แต่ถ้าเมื่อไรที่ใครเอาเรื่องการทะเลาะมาลากให้งานเสีย ทำให้งานออกมาไม่ดี เราควรต้องแสดงออกนะครับว่าเขาทำไม่ถูก ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็เถอะ เป็นมืออาชีพต้องรับผิดชอบเรื่องงานก่อน ตอนทำงานเราสวมหมวกคนทำงาน เราไม่ได้สวมหมวกคนตีกัน เราอยู่ทีมเดียวกัน 

 

ถ้าคุณเป็นเพื่อนทั้งคู่อยู่แล้ว และคุณก็แสดงออกชัดเจนว่าคุณไม่ได้เข้าข้างใคร พอเวลาผ่านไปถึงจุดหนึ่งที่อารมณ์ของทั้งคู่คลี่คลายลง คุณอาจจะเป็นกาวใจให้ทั้งสองฝ่ายก็ได้นะครับ 

 

วางตัวให้ดี ไม่สร้างปัญหาเพิ่ม และเมื่อทั้งสองฝ่ายเย็นลงแล้ว คุยกันได้แล้ว เข้าใจกันแล้ว ถึงตอนนั้นเราก็จะไม่มีปัญหากับใครครับ

 

ส่งคำถามดราม่าในที่ทำงานที่คุณสงสัยมาได้ที่อีเมล [email protected] หรืออินบ็อกซ์มาที่ Facebook: ท้อฟฟี่ แบรดชอว์

 

ภาพประกอบ: นิสากร ฤทธาภัย

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories