ฝรั่งเศสกำลังเผชิญเหตุความไม่สงบรุนแรงที่สุดในรอบหลายปี หลังการประท้วงต่อต้านรัฐบาลลุกลามกลายเป็นเหตุจลาจลและการปล้นสะดม ยิ่งตอกย้ำความไม่พอใจต่อปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองที่สะสมมานาน
ประเด็นสำคัญ
อนึ่ง เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างแรงกดดันครั้งใหม่ต่อ เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและความไม่พอใจรัฐบาลที่สะสมมานาน โดยเฉพาะแผนลดรายจ่ายภาครัฐเพื่อแก้ปัญหาหนี้สาธารณะ ซึ่งกำลังถูกต่อต้านจากสหภาพแรงงานและประชาชนหลายกลุ่ม
อย่างไรก็ตาม การประท้วงครั้งนี้มีจุดสังเกตที่น่าสนใจ เพราะเกิดจากกลุ่มนักเรียนมัธยมปลายที่ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิรูประบบการศึกษา ก่อนขยายตัวกลายเป็นการเคลื่อนไหวระดับชาติที่มีทั้งครู เกษตรกร แรงงาน และกลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองเข้าร่วม
THE STANDARD สรุปสถานการณ์การประท้วง เกิดอะไรขึ้นกับฝรั่งเศส ทำไมความไม่พอใจของนักเรียนจึงขยายตัวเป็นการประท้วงครั้งใหญ่ แล้วเหตุการณ์ดังกล่าวกำลังสะท้อนปัญหาอะไรของประเทศนี้?
ม็อบนักเรียนจุดไฟประท้วง ไม่พอใจสภาพโรงเรียนย่ำแย่
การประท้วงเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา เมื่อกลุ่มนักเรียนมัธยมปลายในย่านชนชั้นแรงงานทางตอนเหนือของกรุงปารีส ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาด้านการศึกษา หลังต้องเผชิญสภาพแวดล้อมในโรงเรียนที่ย่ำแย่ ทั้งอาคารเรียนทรุดโทรม ห้องเรียนแออัด การขาดแคลนครูและบุคลากร รวมถึงตารางเรียนที่หนักเกินไป
นอกจากนี้ นักเรียนบางส่วนยังไม่พอใจต่อระบบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของฝรั่งเศส โดยมองว่า ระบบดังกล่าวมีการแข่งขันสูงและสร้างความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา โดยเฉพาะนักเรียนจากครอบครัวรายได้น้อย
อนึ่ง ข้อเรียกร้องเหล่านี้สะท้อนความกังวลของคนรุ่นใหม่ต่ออนาคตของตัวเอง หลังมีข้อวิจารณ์ว่า โรงเรียนของรัฐกำลังขาดทรัพยากรที่จำเป็น ขณะที่รัฐบาลยังไม่สามารถรับประกันได้ว่า ระบบการศึกษาจะช่วยสร้างโอกาสในการทำงานและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับพวกเขาได้
ความไม่พอใจนำไปสู่การปิดกั้นทางเข้าโรงเรียนหลายร้อยแห่ง ก่อนการชุมนุมจะขยายตัวจากกรุงปารีสไปยังเมืองสำคัญทั่วประเทศ เช่น บอร์กโดซ์ แรนส์ น็องต์ ลียง ลีลล์ และมาร์กเซย
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดขึ้นหลังตำรวจเข้าควบคุมการชุมนุม โดยมีรายงานจาก Human Rights Watch ว่า นักเรียนบางคนได้รับบาดเจ็บสาหัส เช่น เด็กชายวัย 15 ปีที่สูญเสียมือข้างหนึ่งจากระเบิดแสงของตำรวจ ขณะที่เด็กชายวัย 14 ปีที่กระดูกขากรรไกรแตก หลังถูกกระป๋องแก๊สน้ำตาที่ยิงจากระยะใกล้
การใช้กำลังของตำรวจกลายเป็นอีกชนวนที่กระตุ้นความไม่พอใจ โดย Al Jazeera รายงานว่า หน่วยงานตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจฝรั่งเศส (IGPN) เปิดการสอบสวนข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงของตำรวจแล้ว 36 กรณี นับตั้งแต่การประท้วงของนักเรียนเริ่มต้นขึ้น ตามข้อมูลที่กระทรวงมหาดไทยเปิดเผยเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม
คริสตอฟ คัลโว (Christophe Calvao) ประธานสหภาพทนายความรุ่นใหม่แห่งกรุงปารีส วิจารณ์ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีแนวโน้มใช้มาตรการควบคุมฝูงชนที่รุนแรงขึ้น ทั้งที่มาตรการเหล่านั้นควรสงวนไว้สำหรับสถานการณ์ที่มีความร้ายแรงมากกว่า พร้อมเตือนว่าการใช้กำลังลักษณะนี้มีแต่จะยิ่งกระตุ้นความโกรธแค้นของผู้ประท้วง
ค่าครองชีพพุ่ง น้ำมันแพง ดึงแรงงาน-เกษตรกรเข้าร่วม
จากการเคลื่อนไหวของนักเรียน การประท้วงเริ่มขยายตัวในช่วงเดือนตุลาคม หลังสหภาพแรงงาน ครู เกษตรกร และกลุ่มเคลื่อนไหวทางสังคมทยอยเข้าร่วม โดยแต่ละกลุ่มมีข้อเรียกร้องแตกต่างกันออกไป
ตัวอย่างเช่น กลุ่มแรงงานไม่พอใจปัญหาค่าจ้างที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ ขณะที่เกษตรกรเผชิญต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ส่วนบุคลากรภาครัฐกังวลเรื่องงบประมาณและทรัพยากรที่จำเป็นต่อการให้บริการประชาชน
นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ยังได้รับแรงสนับสนุนจากกลุ่มเสื้อกั๊กเหลือง (Yellow Vests) หรือ Gilets Jaunes ซึ่งเคยสร้างแรงสั่นสะเทือนให้ฝรั่งเศสมาแล้วในปี 2018 หลังมีความไม่พอใจต่อภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงของรัฐบาลมาครง ก่อนจะขยายตัวเป็นขบวนการประท้วงต้านความเหลื่อมล้ำ และนโยบายเศรษฐกิจที่เอื้อให้กับคนร่ำรวย
อนึ่ง มีการตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุที่กลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองออกมาอีกครั้ง แม้เวลาจะผ่านไปเกือบหนึ่งทศวรรษ เป็นเพราะปัญหาหลายอย่างยังคงไม่ได้รับการแก้ไขอย่างที่ประชาชนคาดหวัง โดยเฉพาะเรื่องปัญหาปากท้อง ความเหลื่อมล้ำ และคุณภาพบริการสาธารณะ
ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับความเห็นของ เอมิล ชาบาล (Emile Chabal) ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ร่วมสมัยจากมหาวิทยาลัยเอดินบะระ ซึ่งวิเคราะห์ผ่าน Al Jazeera ว่า การประท้วงครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากความไม่พอใจที่สะสมมาตลอดหลายปี นับตั้งแต่การเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อกั๊กเหลือง
เขาอธิบายว่า ความไม่พอใจดังกล่าวเกิดจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจและระบบการเมืองแบบประธานาธิบดีของฝรั่งเศส ซึ่งมักทำให้ผู้สมัครสายกลางอย่างมาครงได้รับเลือกตั้งขึ้นมาบริหารประเทศ แม้ประชาชนบางส่วนจะไม่พอใจแนวทางการดำเนินนโยบายก็ตาม
ชาบาลมองว่า การรวมตัวกันระหว่างกลุ่มนักเรียนกับประชาชนที่ไม่พอใจปัญหาเศรษฐกิจถือเป็น ‘สถานการณ์เลวร้ายที่สุด’ สำหรับรัฐบาลฝรั่งเศส เพราะทำให้ข้อเรียกร้องที่เคยกระจัดกระจายกลายเป็นแรงกดดันทางการเมืองระดับประเทศ
รัฐบาลออกมาตรการรัดเข็มขัด ยิ่งกระตุ้นความไม่พอใจ
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้การประท้วงขยายตัว คือ แผนงบประมาณปี 2027 เมื่อรัฐบาลฝรั่งเศสเสนอมาตรการรัดเข็มขัด เช่น ลดรายจ่ายและมาตรการภาษีรวมมูลค่า 5.4 หมื่นล้านยูโร หลังกำลังเผชิญปัญหาหนี้สาธารณะ และการขาดดุลงบประมาณในระดับสูง
หนึ่งในมาตรการที่สร้างความไม่พอใจ คือ ข้อเสนอให้ตรึงฐานเงินเดือนที่ใช้คำนวณเงินเดือนพื้นฐานของข้าราชการ โดยสหภาพแรงงานระบุว่า หากมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ จะเท่ากับเป็นการตรึงฐานเงินเดือนติดต่อกันเป็นปีที่ 4
แม้ในมุมมองของรัฐบาล มาตรการเหล่านี้มีความจำเป็นต่อการควบคุมรายจ่ายและลดภาระหนี้สาธารณะ แต่ประชาชนกลับมองว่า การลดรายจ่ายภาครัฐอาจทำให้คุณภาพบริการสาธารณะที่ย่ำแย่อยู่แล้วถดถอยลงไปอีก โดยเฉพาะโรงเรียนที่กำลังขาดแคลนครูและบุคลากร รวมถึงหน่วยงานรัฐที่ต้องให้บริการประชาชนภายใต้งบประมาณจำกัด
ขณะที่ โดนาเตลลา เดลลา ปอร์ตา (Donatella della Porta) นักสังคมวิทยาและนักรัฐศาสตร์ ตั้งข้อสังเกตกับ Al Jazeera ว่า ม็อบนักเรียนกำลังกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหวทางสังคมในประเด็นที่กว้างขึ้น ทั้งความเหลื่อมล้ำ การลดการลงทุนของภาครัฐ และสิทธิประชาธิปไตย
“พวกเขาไม่ต้องการไปรบในสงคราม พวกเขาต้องการอนาคตที่แตกต่างออกไป” เดลลา ปอร์ตายังเชื่อมโยงการเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่ในฝรั่งเศส เข้ากับกระแสการประท้วงเกี่ยวกับสงครามในฉนวนกาซา ซึ่งมีเยาวชนออกมาเคลื่อนไหวในหลายประเทศทั่วยุโรป
มาครงเรียกร้องความสงบ แต่ยังไม่มีมาตรการแก้ไขปัญหาชัดเจน
เมื่อคืนนี้ (18 ตุลาคม) มาครงออกแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์ โดยประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้น พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนอยู่ในความสงบ พร้อมย้ำว่า ขอให้แยกระหว่างประชาชนที่ออกมาเดินขบวนอย่างสันติกับผู้ชุมนุมที่สร้างความเสียหาย
“เมื่อเห็นภาพเหล่านี้ เราทุกคนต่างตั้งคำถามว่า พวกเขากำลังคิดอะไรอยู่? คนฝรั่งเศสทำสิ่งเหล่านี้กับประเทศฝรั่งเศสได้อย่างไร?
“ไม่มีสิ่งใดสามารถใช้เป็นเหตุผลรองรับ อธิบาย หรือแก้ตัวให้กับการกระทำเหล่านี้ได้ คืนนี้เราทุกคนต่างรู้สึกโกรธและอับอาย” มาครงย้ำ
อย่างไรก็ตาม ผู้นำฝรั่งเศสยังไม่ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตามข้อเรียกร้องของนักการเมืองฝ่ายขวาบางส่วน แต่ระบุว่า รัฐบาลจะดำเนินมาตรการเพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถสั่งห้ามการชุมนุมได้ หากจำเป็นต่อการปกป้องอาคารสาธารณะและธุรกิจในท้องถิ่น
ขณะเดียวกัน เขาให้คำมั่นว่าจะพยายามผลักดันให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงลดลง โดยเตรียมหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นหารือระหว่างการเดินทางเยือนภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียในสัปดาห์นี้ แต่ไม่ได้ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องหลักของผู้ประท้วงอย่างการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ งบประมาณการศึกษา และการลดรายจ่ายภาครัฐ
อนึ่ง ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้น หลังมีผู้ชุมนุมราว 5.5-8 แสนคน ออกมาเดินขบวนในพื้นที่ 110 แห่งทั่วประเทศ โดยในบางพื้นที่เกิดเหตุรุนแรงขึ้น เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งก่อเหตุจลาจลปะทะกับตำรวจ ทำลายกระจกหน้าร้านค้า และปล้นสะดมทรัพย์สิน
เช่น บริเวณจัตุรัส Place de la République ในกรุงปารีส กลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก มีรถยนต์ถูกเผา ร้านค้าถูกทุบกระจก และการปะทะระหว่างตำรวจปราบจลาจลกับผู้ประท้วง
ส่วนที่เมืองลิโมจส์ ศาลาว่าการเมือง อาคารเก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ถูกวางเพลิงจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยหอนาฬิกาของอาคารพังถล่มลงมาท่ามกลางเปลวไฟ สร้างความตกตะลึงให้กับประชาชนในพื้นที่ ทำให้หลายคนเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ไฟไหม้วิหารนอเทรอดามในปี 2019 เนื่องจากอาคารดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมือง
ทูตไทยเผยสถานการณ์ฝรั่งเศสเริ่มสงบ ยังไม่มีคนไทยได้รับบาดเจ็บ
นิกรเดช พลางกูร เอกอัครราชทูตไทยประจำฝรั่งเศส ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD ว่า ล่าสุด สถานการณ์การประท้วงเริ่มคลี่คลายลงในหลายเมือง รวมถึงกรุงปารีสที่ประชาชนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ โดยยอมรับว่า เหตุจลาจลครั้งนี้รุนแรงกว่าการประท้วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะการปล้นสะดมร้านค้าในกรุงปารีสและการวางเพลิงศาลาว่าการเมืองลิโมจส์
ทูตนิกรเดชอธิบายว่า การชุมนุมครั้งนี้เป็นการเคลื่อนไหวต่อเนื่องครั้งที่ 4 นับตั้งแต่เดือนกันยายน โดยมีนักเรียนและนักศึกษาเป็นแกนนำ ก่อนขยายไปสู่กลุ่มสหภาพแรงงาน กลุ่มเสื้อกั๊กเหลือง และประชาชนที่เดือดร้อนจากค่าครองชีพสูง ทำให้ข้อเรียกร้องครอบคลุมทั้งการศึกษา บริการสาธารณะ และความเหลื่อมล้ำ
สำหรับผลกระทบต่อคนไทย สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือธุรกิจไทยได้รับความเสียหายโดยตรง แต่อาจมีผลกระทบด้านการเดินทางและการเรียนการสอนในบางพื้นที่ โดยสถานทูตจะเปิดสายด่วนช่วยเหลือต่อเนื่องเป็นเวลา 7 วัน พร้อมแนะนำให้คนไทยติดตามข่าวสารจากทางการอย่างใกล้ชิด
นอกจกานี้ ทูตนิกรเดชประเมินว่า สถานการณ์มีแนวโน้มคลี่คลาย แต่ยังต้องจับตาการนัดชุมนุมรอบใหม่ รวมถึงท่าทีของรัฐบาลมาครงต่อข้อเรียกร้องของประชาชน โดยเฉพาะมาตรการลดรายจ่ายภาครัฐที่อาจกระทบต่อสวัสดิการประชาชน
ภาพ: Abdul Saboor / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.nytimes.com/article/france-student-protests-why.html
- https://www.nytimes.com/2026/10/18/world/europe/france-protests-shock-arson.html
- https://www.aljazeera.com/news/2026/10/18/why-have-frances-school-protests-become-a-wider-political-crisis
- https://www.reuters.com/world/europe/france-faces-aftermath-worst-unrest-years-2026-10-18/

