×

เจรจาการค้าจีน-สหรัฐฯ คืบหน้า, จับตาตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ, ธนาคารกลางอินเดียคงดอกเบี้ยสวนทางการคาดการณ์: 5 ปัจจัยที่นักลงทุนต้องรู้ (6 ธ.ค. 2562)

โดย FINNOMENA
06.12.2019
  • LOADING...
FINNOMENA
  • เจรจาการค้าใกล้บรรลุข้อตกลงเฟสแรก วานนี้สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า การเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ใกล้บรรลุข้อตกลงเฟสแรก ซึ่งจะรวมไปถึงการยกเลิกการเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากจีนบางส่วนในช่วงก่อนหน้าด้วย พร้อมทั้งระบุว่าท่าทีของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่สวนทางกับการเจรจา ไม่ควรถูกนำมาตีความว่าการเจรจาการค้าได้สะดุดลง เนื่องจากทรัมป์กล่าวโดยไม่มีการเตรียมตัวมาก่อน สร้างความคาดหวังให้กับนักลงทุนว่าจะมีข้อตกลงการค้าเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้

 

  • กระบวนการถอดถอนทรัมป์เริ่มแล้ว วานนี้ แนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ แถลงว่าได้ดำเนินการให้คณะกรรมาธิการฝ่ายตุลาการของสภาผู้แทนราษฎรร่างคำร้องเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในข้อกล่าวหาใช้อำนาจในทางมิชอบเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวทางการเมืองโดยการทำลายความมั่นคงของชาติ จากกรณีการเจรจากับประธานาธิบดียูเครนเพื่อกดดันให้มีการสอบสวน โจ ไบเดน คู่แข่งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนสำคัญจากพรรคเดโมแครต

 

  • จับตาตลาดแรงงานสหรัฐฯ คาดอัตราว่างงานอยู่ในระดับเดิม โดยคืนนี้สหรัฐฯ มีกำหนดการประกาศตัวเลขอัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) เดือนพฤศจิกายน คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 3.6% เท่ากับเดือนก่อนหน้า ส่วนตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Nonfarm Payrolls) เดือนพฤศจิกายน คาดจะเพิ่มขึ้น 186,000 ตำแหน่ง จากเดือนก่อนที่ขยายตัว 128,000 ตำแหน่ง ด้านค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมง (Average Hourly Earnings) เดือนพฤศจิกายน คาดว่าจะขยายตัวต่อที่ระดับ 3.0% (YoY)

 

  • ธนาคารกลางอินเดียคงดอกเบี้ยเซอร์ไพรส์ตลาด วานนี้ธนาคารกลางอินเดียมีมติคงอัตราดอกเบี้นโยบายที่ 5.15% สวนทางการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระบุว่ามีแนวโน้มที่อินเดียจะปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% ท่ามกลางความกังวลเศรษฐกิจชะลอตัว อย่างไรก็ตามธนาคารอินเดียย้ำว่าจะยังคงการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายนานเท่าที่จำเป็น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

 

  • สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าเดือนธันวาคมลดลง ตัวเลขส่งออกของสหรัฐฯ ลดลง 0.2% (YoY) ขณะที่ตัวเลขนำเข้าลดลง 1.7% (YoY) ทำให้สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าลดลง 7.6% อยู่ที่ระดับ 47,200 ล้านดอลลาร์ ส่วนยอดขาดดุลการค้ากับจีนลดลง 1.1% จากเดือนก่อนหน้า ขณะที่ยอดนำเข้ารถยนต์ก็ลดลงเช่นเดียวกัน

 

สรุปภาพรวมตลาดวานนี้

  • ดัชนี Dow Jones ปรับตัวขึ้น จากความคาดหวังว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนจะบรรลุข้อตกลงในเฟสแรกเร็วๆ นี้ รวมไปถึงตัวเลขการขอรับสวัสดิการว่างงานที่ประกาศออกมาดีกว่าคาด แสดงถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ด้านตลาดหุ้นยุโรปปิดลบหลังจากประเทศเยอรมนีประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาอ่อนแอ ทำให้นักลงทุนชะลอการลงทุนในหุ้นฝั่งยุโรป

 

  • ราคาน้ำมันดิบปิดบวกหลังรัฐมนตรีพลังงานในกลุ่ม OPEC เสนอให้ลดการผลิตน้ำมันลงอีก 500,000 บาร์เรลต่อวัน ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2563 ในการประชุมเมื่อวานนี้ ด้านตลาดทองคำปิดบวกจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก รวมไปถึงการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ทำให้นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น

 

สหรัฐ

  • Dow 30 ปิดที่ 27677.79 เพิ่มขึ้น 28.01 (0.1%)
  • S&P 500 ปิดที่ 3117.43 เพิ่มขึ้น 4.67 (0.15%)
  • Nasdaq ปิดที่ 8570.7 เพิ่มขึ้น 4.03 (0.05%)

 

ยุโรป

  • DAX ปิดที่ 13054.8 ลดลง -85.77 (-0.65%)
  • FTSE 100 ปิดที่ 7137.85 ลดลง -50.65 (-0.7%)
  • Euro Stoxx 50 ปิดที่ 3648.13 ลดลง -11.89 (-0.32%)
  • FTSE MIB ปิดที่ 22969.4 ลดลง -64.8 (-0.28%)

 

เอเชีย

  • Nikkei 225 ปิดที่ 23300.09 เพิ่มขึ้น 164.86 (0.71%)
  • S&P/ASX 200 ปิดที่ 6683 เพิ่มขึ้น 76.5 (1.16%)
  • Shanghai ปิดที่ 2899.47 เพิ่มขึ้น 21.35 (0.74%)
  • SZSE Component ปิดที่ 9799.07 เพิ่มขึ้น 111.12 (1.15%)
  • China A50 ปิดที่ 13743.61 เพิ่มขึ้น 77.97 (0.57%)
  • Hang Seng ปิดที่ 26217.04 เพิ่มขึ้น 154.48 (0.59%)
  • Taiwan Weighted ปิดที่ 11594.65 เพิ่มขึ้น 84.18 (0.73%)
  • SET ปิดที่ 1565.45 ลดลง -2.18 (-0.14%)
  • KOSPI ปิดที่ 2060.74 ลดลง -8.15 (-0.39%)
  • IDX Composite ปิดที่ 6152.12 เพิ่มขึ้น 39.24 (0.64%)
  • BSE Sensex ปิดที่ 40779.59 ลดลง -70.7 (-0.17%)
  • PSEi Composite ปิดที่ 7790.91 ลดลง -25.02 (-0.32%)

 

Commodity

  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดที่ 58.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.05 (0.09%)
  • ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ปิดที่ 63.31 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.31 (0.49%)
  • ราคาทองคำปิดที่ 1483.35 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 3.15 (0.21%)

finnomena in partnership

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง: 

  • Infoquest
  • Bloomberg
  • Investing
  • CNBC
  • Reuters
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories