โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เข้าพบสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนในวันนี้ (14 พฤษภาคม) ในโอกาสเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2017 โดยการพบกันระหว่างสองผู้นำมหาอำนาจครั้งนี้ถูกจับตามองจากทั่วโลกว่า ผลลัพธ์ของการหารือกันจะเปลี่ยนทิศทางของเกมการเมืองโลกไปอย่างไร
ประเด็นสำคัญ
THE STANDARD พูดคุยกับ อาจารย์ ดร. ภากร กัทชลี อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้เชี่ยวชาญด้านประเทศจีนและเจ้าของเพจ ‘อ้ายจง’ ถึงประเด็นที่ว่า การพบกันครั้งนี้มีความสำคัญต่อทั้งทรัมป์และสีจิ้นผิงอย่างไร
ทำไมถึงสำคัญต่อทรัมป์?
- ต้องการผลงาน เพื่อลดแรงกดดันในประเทศและสู้ศึกเลือกตั้ง
อาจารย์ภากร อธิบายว่า ขณะนี้สหรัฐฯ กำลังเผชิญปัญหาเงินเฟ้อและเศรษฐกิจ อีกทั้งเหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนก็จะถึงการเลือกตั้งกลางเทอม (Midterm) ทรัมป์จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีข้อตกลงบางอย่างติดมือกลับไปเพื่อสร้างชัยชนะและลดแรงกดดัน
สอดคล้องกับ แอรอน แกลสเซอร์แมน นักประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียที่ให้สัมภาษณ์กับ Al Jazeera โดยระบุว่า ทรัมป์กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก ทั้งจากปัญหาสงคราม แรงกดดันทางการเมืองในประเทศ เงินเฟ้อ และปัญหาเศรษฐกิจ เมื่อการเลือกตั้งกลางเทอมใกล้เข้ามา ทรัมป์จึงต้องการ ‘ชัยชนะทางการเมือง’ กลับไปอวดผลงานต่อพรรครีพับลิกันและฐานเสียงของเขา
ทางด้าน ซัลวาดอร์ ซานติโน เรคิลเม รองศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยไลเดน ประเทศเนเธอร์แลนด์ ให้สัมภาษณ์กับ Al Jazeera ว่า สไตล์นโยบายต่างประเทศของทรัมป์ให้ความสำคัญกับ ‘ภาพลักษณ์ของการเจรจาต่อรอง’ อย่างมาก ดังนั้นผลลัพธ์ที่ได้กลับไปจะต้องมองเห็นได้ชัดเจนและขายผลงานให้คนอเมริกันได้ง่าย ซึ่งชัยชนะที่จับต้องได้นี้อาจรวมถึงการปิดดีลการค้ากับจีน ความคืบหน้าเรื่องภาษี หรือแม้แต่เรื่องแร่หายาก (Rare earth)
- สูญเสียไพ่ต่อรองหลักและรับศึกหนักจากสงคราม
อาจารย์ภากรกล่าวว่า สถานการณ์ในตอนนี้เกมเปลี่ยนไปจากเดิม ทรัมป์ไม่สามารถใช้ไพ่ ‘กำแพงภาษี’ ได้เต็มที่เหมือนปีก่อนหน้า เนื่องจากศาลสูงสหรัฐฯ พิพากษาแล้วว่า ‘ไม่มีความชอบธรรม’ ประกอบกับสงครามอิหร่านที่ลากยาวกว่าที่ทรัมป์คาดคิด ยิ่งเป็นการเพิ่มแรงกดดันให้สหรัฐฯ ทรัมป์อาจใช้โอกาสนี้ขอแรงสนับสนุนจากจีนในกรณียุติสงครามกับอิหร่าน
- ต้องการทวงคืนฐานเสียง โดยเฉพาะเกษตรกรอเมริกัน
อาจารย์ภากรระบุว่า ทรัมป์ต้องการกดดันให้จีนซื้อเครื่องบินโบอิ้งและสินค้าเกษตรอย่าง ‘ถั่วเหลือง’ ส่วนเหตุผลว่าทำไมต้องเป็นถั่วเหลืองนั้น อาจารย์อธิบายว่า ตั้งแต่วิกฤติยูเครน ส่งผลให้ราคาปุ๋ยเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อการเกษตรของสหรัฐฯ ทำให้เกษตรกรชาวอเมริกันส่วนใหญ่หันมาปลูกถั่วเหลืองมากขึ้น เพราะใช้ปุ๋ยน้อยกว่า ซึ่งตลาดส่งออกสำคัญก็คือ ‘ตลาดจีน’ ซึ่งเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่สุดของโลก
ในปี 2025 จีนใช้ไพ่ ‘ถั่วเหลือง’ ใบนี้ ตอบโต้กำแพงภาษีทรัมป์ ด้วยการไม่สั่งซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ แต่หันไปซื้อจากบราซิลแทน จนเกษตรกรอเมริกันประสบปัญหาอย่างหนัก อาจารย์ระบุว่า นี่เป็นเหตุผลว่า ทำไมการพบกันของทั้งคู่ที่ปูซาน ประเทศเกาหลีใต้เมื่อปีที่แล้ว ทรัมป์ถึงคุยเรื่องถั่วเหลือง และถึงขั้นที่เมื่อช่วงที่เกิดสงครามอิหร่านใหม่ๆ ทรัมป์เคยออกมาแถลงข่าวสร้างความมั่นใจต่อเกษตรกรอเมริกันที่ถือเป็นฐานเสียงเขาอย่างน้อย 1ครั้ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่า เขาจะทำให้จีนกลับมาซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ ก่อนที่ทรัมป์จะขู่และใช้เครื่องมือต่างๆ ที่มีมากดดันเพื่อปิดดีลกับจีน
ทำไมถึงสำคัญต่อจีน?
- ตอกย้ำ ‘เส้นแดง’ เรื่องไต้หวัน
อาจารย์ระบุว่า จีนจะใช้โอกาสนี้เน้นย้ำความสำคัญของประเด็นไต้หวัน ซึ่งเป็น ‘เส้นแดง’ ที่ไม่ว่าประเทศไหนก็ไม่สามารถก้าวล่วงได้ โดยเฉพาะเรื่องดีลการซื้อขายอาวุธระหว่างสหรัฐฯ-ไต้หวัน
- ใช้ ‘ตลาดจีน’ เป็นอาวุธต่อรอง และยกระดับสถานะบนเวทีโลก
อาจารย์ภากรกล่าวว่า จีนรู้ตัวดีว่าตนเองถือไพ่เหนือกว่าในสภาวะนี้ โดยมุ่งเน้นนโยบายเปลี่ยนผ่านจาก ‘โรงงานโลก’ สู่การเป็น ‘ตลาดโลก’ ที่ทั่วโลกและผู้ประกอบการอเมริกันยังคงมีความจำเป็นต้องเข้ามาค้าขายด้วย จีนจึงจะใช้โอกาสนี้ขยายดีลการค้าและทำให้สหรัฐฯ และประชาคมโลกเห็นว่า ตลาดจีนสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ
อีกทั้งจีนจะได้ใช้โอกาสนี้เสริมสร้างภาพลักษณ์ว่า ตนเองเป็น ‘ตัวกลาง’ ที่ทรงอิทธิพลระดับโลก เป็นศูนย์กลางที่ทุกฝ่ายจะต้องเป็นคนวิ่งเข้าหา
ในภาพรวม อาจารย์ภากรมั่นใจว่า การพบกันครั้งนี้จะไม่จบลงด้วย ‘มือเปล่า’ และจะต้องมีความคืบหน้าด้านดีลการค้าออกมาอย่างแน่นอน เพราะถ้าทรัมป์กลับไปด้วยมือเปล่า จะยิ่งทำให้วาทกรรมที่จีนเองพูดถึงอเมริกา ว่า ‘อเมริกันดรีมได้เสื่อมถอยลงแล้ว’ ยิ่งโดนตอกย้ำ เพราะขณะนี้ทรัมป์เองก็ได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากประเด็นต่างๆ จนคะแนนนิยมลดลงอย่างมาก
อาจารย์ยังกล่าวอีกว่า ทรัมป์ต้องมีอะไรกลับไป เพื่อที่จะไปสร้างวาทกรรมว่า นี่คือ ‘ชัยชนะของสหรัฐฯ’ แต่เงื่อนไขอาจไม่ได้ดีมากนัก ถ้าเทียบกับปีที่แล้ว เนื่องจากเกมที่สหรัฐฯ เป็นฝ่ายตั้งกฎเกณฑ์ ใช้กำแพงภาษีเป็นเครื่องมือกดดันทั้งโลก และให้ทั้งโลกกดดันจีนนั้น ‘ได้เปลี่ยนไปแล้ว’
ภาพ: Evan Vucci / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.aljazeera.com/news/liveblog/2026/5/14/trump-xi-summit-live-us-china-leaders-to-hold-talks-on-trade-tech-iran
- https://www.bbc.com/news/live/cvgz8qverzqt
- https://edition.cnn.com/politics/live-news/trump-china-visit-xi-meeting-hnk


