×

FETCO ชงยกเว้นภาษีกำไร Capital gain ชั่วคราว ดึงเงินลงทุนกลับไทย หวังเพิ่มสภาพคล่องตลาดหุ้น พร้อมอัปเดตความคืบหน้า TISA

06.07.2026
  • LOADING...
ภาพไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธาน FETCO ซ้อนทับธงชาติไทยและเหรียญกษาปณ์

วันนี้ (6 ก.ค. 2569) ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) แถลงวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การดำเนินงานของสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ตั้งเป้าหมายยกระดับสถานะตลาดหุ้นไทยสู่ ‘ตลาดพัฒนาแล้ว’ ภายใน 15 ปี รับโจทย์รัฐบาลดันไทยเป็นประเทศรายได้สูง เล็งรื้อแนวคิดยกเว้นภาษี Capital gain ชั่วคราว หวังดึงเงินนักลงทุนไทยกลับประเทศ เพิ่มสภาพคล่องตลาด

 

 
 

นอกจากนี้ นักลงทุนยังหลีกเลี่ยงนำกำไรต่างประเทศกลับเข้าไทย เพราะต้องนำกำไรดังกล่าวมาคำนวณรวมกับเงินได้ในประเทศ เพื่อยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

 

ทั้งนี้ การยกเว้นภาษีกำไรชั่วคราว เพื่อแลกกับเงื่อนไข เช่น การนำเงินบางส่วนกลับมาลงทุนในประเทศ จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดหุ้นไทย

 

แนวคิดดังกล่าวเป็นหนึ่งในแนวทางขับเคลื่อนเป้าหมายระยะสั้น ยกระดับตลาดทุนไทยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น ผ่านการเพิ่มสภาพคล่องระยะยาวและฐานนักลงทุนที่เข้มแข็ง เพราะในช่วงที่ผ่านมา สาเหตุที่ตลาดทุนไทยซบเซา มีบริษัทเข้าระดมทุนน้อย เป็นผลมาจากการมีสภาพคล่องระยะสั้นมากกว่าระยะยาว ทำให้ตลาดโดยรวมค่อนข้างผันผวน

 

TISA ยกเลิกตัวคูณ-แยกวงเงินลดหย่อนภาษี

 

สำหรับความคืบหน้า TISA โครงการบัญชีออมและลงทุนส่วนบุคคลเพื่อการเกษียณ ซึ่ง FETCO, สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และกระทรวงการคลัง ได้หารือร่วมกันในช่วงที่ผ่านมา ปัจจุบันรายละเอียดโครงการคืบหน้าไปกว่า 90% เหลือเพียงการเคาะวงเงินลงทุนลดหย่อนภาษีจากกระทรวงการคลัง และกรอบเวลาเริ่มโครงการดังกล่าว ซึ่งจะมีการหารือร่วมกันอีกครั้ง โดยคาดว่าทุกอย่างจะเสร็จสิ้นภายในช่วงครึ่งหลังของปี 2569

 

ทั้งนี้ รายละเอียดเบื้องต้นที่มีความชัดเจนแล้ว คือ ยกเลิกเงื่อนไขตัวคูณ ซึ่งกำหนดเพดานลดหย่อนภาษี เนื่องจากสร้างความยุ่งยากและสับสนให้กับประชาชน หลังจากที่ก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังกำหนดให้ผู้ที่มีเงินได้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี จะได้สิทธิลดหย่อน 1.3 เท่า ส่วนผู้มีเงินได้เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี จะได้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ 0.7 เท่า โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ทำให้คนที่ฐานภาษีน้อยได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีมากขึ้น

 

นอกจากนี้ วงเงินลงทุนใน TISA จะไม่นับรวมกับวงเงินลดหย่อนภาษีเพื่อการเกษียณเดิม 500,000 บาท อย่าง RMF และ PVD ทำให้ผู้ลงทุนสามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้เพิ่มเติมจากสิทธิเดิม

 

สำหรับวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การดำเนินงานของสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ภายใต้การนำของประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) คนใหม่ ซึ่งมีวาระ 2 ปี ไพบูลย์ มองว่า เป้าหมายของตลาดทุนไทยในวันนี้คือ ต้องมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศด้วยการเป็นแหล่งระดมทุนของภาคธุรกิจที่ได้มาตรฐานสากล เป็นไม่ใช่แค่แหล่งซื้อขายหุ้น สร้างความมั่งคั่งให้คนบางกลุ่ม เหมือนภาพจำในอดีต

 

ยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ยกระดับตลาดทุนไทย

 

เพื่อผลักดันเป้าหมายดังกล่าว สภาธุรกิจตลาดทุนไทยจะดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ประกอบด้วย

 

  • Demand Side: ขยายฐานผู้ลงทุน

 

มุ่งสร้างฐานนักลงทุนระยะยาวของประเทศ ผ่านการส่งเสริมวัฒนธรรมการลงทุนด้วยโครงการ TISA ผลักดันการจัดตั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ ดึงดูดเงินลงทุนระยะยาวจากกองทุนต่างชาติและผู้มีความมั่งคั่งสูง (Global HNW) ตลอดจนสร้างแรงจูงใจให้เงินลงทุนของคนไทยในต่างประเทศไหลกลับเข้าสู่ตลาดทุนไทย รวมถึงผลักดันการแก้ไขกฎหมายเพื่อขยายโอกาสการลงทุนของภาคเอกชน

 

  • Supply Side: เพิ่มศักยภาพและความน่าสนใจของตลาดทุน

 

พัฒนาผลิตภัณฑ์และกลไกการระดมทุนให้ตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคใหม่ ผ่านการเพิ่มสภาพคล่องของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุนให้กิจการในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ผลักดันสิทธิประโยชน์สำหรับบริษัทในโครงการ Jump+ เพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุนของ SMEs ขนาดใหญ่ และปรับปรุงกฎหมายเพื่อรองรับการระดมทุนของบริษัทเทคโนโลยี

 

  • Ecosystem & Infrastructure: พัฒนาโครงสร้างตลาดทุนและลดอุปสรรค

 

ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุน ผ่านการเชื่อมโยงตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล การพัฒนาระบบข้อมูลกลางด้านลงทุน การจัดตั้ง SME Credit Scoring Agency และการปรับปรุงกฎหมายทรัสต์ เพื่อรองรับการบริหารและวางแผนทรัพย์สิน

 

  • Trust & Confidence: ยกระดับธรรมาภิบาลและความเชื่อมั่น

 

ผลักดันการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด การกำกับดูแลเชิงรุก การจัดตั้งศาลตลาดทุน การแก้ไขกฎหมายล้มละลาย และการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับการคุ้มครองผู้ลงทุน

 

  • Investor Relations: ยกระดับการสื่อสารกับนักลงทุน

 

ผลักดันการจัด Government Outbound Roadshow เพื่อประชาสัมพันธ์ตลาดทุนไทยสู่ผู้ลงทุนทั่วโลก จัดกิจกรรม “ตลาดทุนพบภาครัฐ” อย่างสม่ำเสมอเพื่อสร้างความเชื่อมั่น จัดทำและเผยแพร่ดัชนี FETCO Investor Confidence Index ทุกเดือน และร่วมให้ข้อมูลเศรษฐกิจและการลงทุนผ่านเวทีสำคัญทั้งในประเทศและต่างประเทศ

 

สำหรับเป้าหมายระยะยาว FETCO มุ่งยกระดับสถานะตลาดทุนไทยสู่ ‘ตลาดพัฒนาแล้ว’ (Developed Market) ภายใน 15 ปี สอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการยกระดับประเทศไทยเป็นประเทศรายได้สูง ภายใน 12 ปี ถ้าทำได้ตามเป้าหมาย จะดึงดูดให้กองทุนทั่วโลกเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตลาดทุนไทย

 

ทั้งนี้ การจะเป็นตลาดพัฒนาแล้ว จะต้องผ่าน 3 เกณฑ์ตามมาตรฐานสากล ดังนี้

 

  • ต้องเป็นประเทศรายได้สูงต่อเนื่อง 3 ปี
  • ขนาดตลาดหุ้นต้องใหญ่ มี market cap สูง และมีสภาพคล่องในการซื้อขายที่หนาแน่น
  • กฎเกณฑ์เป็นไปตามมาตรฐานสากล นักลงทุนทั่วโลกเข้าถึงการลงทุนได้จริง

 

ทั้งนี้ ปัจจุบัน ตลาดหุ้นไทยเริ่มเห็นสัญญาณเงินทุนต่างชาติไหลกลับ โดยมีทั้งเม็ดเงินระยะสั้นที่เข้ามาหนุนโมเมนตัม และเงินลงทุนระยะยาวที่เริ่มให้ความสนใจตลาดไทยมากขึ้น โดยส่วนใหญ่เป็นกองทุนต่างประเทศที่ทยอยเข้าสะสมหุ้นไทยมากขึ้น โดยปัจจัยหนุนหลักมาจาก การโยกเงินออกจากหุ้นเทคโนโลยีและหุ้น AI หลังราคาปรับขึ้นแรงและมีแรงขายทำกำไร รวมถึงความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไทยที่ปรับดีขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี

 

ภาพ: Dilok Klaisataporn/ Shutterstock

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories