×

ALLY REIT เปิดจองหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนครั้งที่ 2 วันที่ 28 ก.ย. – 2 ต.ค. 69 ระดมทุนสูงสุด 1,515 ล้านบาท ลงทุน 3 คอมมูนิตี้มอลล์ ดันพอร์ตแตะ 15,000 ล้านบาท [ADVERTORIAL]

23.09.2026
  • LOADING...
ภาพกราฟิกแสดงโลโก้ ALLY REIT และข้อมูลการเพิ่มทุนครั้งที่ 2 ดันพอร์ตแตะ 15,000 ล้านบาท

หากพูดถึงกองทรัสต์ชั้นนำที่ลงทุนในคอมมูนิตี้มอลล์ ชื่อ ALLY REIT ย่อมเป็นชื่อต้น ๆ ที่ทุกคนนึกถึง เพราะ ALLY REIT เป็นกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ที่ลงทุนใน Lifestyle Communities ศักยภาพที่เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในทุกวัน และล่าสุดกำลังเดินหน้าเพิ่มทุนครั้งที่ 2 ด้วยการออกและเสนอขายหน่วยทรัสต์ใหม่ต่อผู้ลงทุนทั่วไป ระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 2 ตุลาคม 2569

 

จาก 15 โครงการ สู่พอร์ตที่ใหญ่ขึ้นกว่า 15,000 ล้านบาท

 

ปัจจุบัน ALLY REIT มีสินทรัพย์ในพอร์ต 15 โครงการ ครอบคลุมคอมมูนิตี้มอลล์และมิกซ์ยูสในทำเลกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ มูลค่ารวมกว่า 13,600 ล้านบาท โดยมีอัตราการเช่าเฉลี่ยมากกว่า 90% ต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

 

ด้านผลการดำเนินงาน ปี 2568 ALLY REIT สร้างรายได้รวม 1,597 ล้านบาท รายได้จากการลงทุนสุทธิ 607 ล้านบาท และมีอัตรากำไร 38% ขณะที่ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีในช่วง 5 ปีย้อนหลังอยู่ที่ 9.5%*

 

ALLY REIT ยังได้รับอันดับเครดิตที่ระดับ BBB+ แนวโน้ม Stable จาก TRIS Rating (29 พ.ค. 2569) และมีนโยบายจ่ายผลตอบแทนไม่น้อยกว่า 90% ของกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้ว อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

 

ตัวเลขเหล่านี้เป็นฐานสำคัญก่อนที่ ALLY REIT จะเดินหน้าเพิ่มทุนครั้งที่ 2 เพื่อขยายพอร์ตไปยัง 3 สินทรัพย์ใหม่

 

ระดมทุน 1,515 ล้านบาท ลงทุน 3 คอมมูนิตี้มอลล์

 

ล่าสุด ALLY REIT เตรียมเพิ่มทุนครั้งที่ 2 วงเงินระดมทุนสูงสุด 1,515 ล้านบาท เพื่อลงทุนในคอมมูนิตี้มอลล์ 3 แห่ง ได้แก่ Charn at The Avenue แจ้งวัฒนะ, Saimai Avenue และ The Zone Town-in-Town ล้วนเป็นสินทรัพย์ที่เปิดดำเนินการแล้วและมีอัตราการเช่าในระดับสูง เพื่อเพิ่มขนาดพอร์ตควบคู่กับการสร้างโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งและคล่องตัว ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

 

การระดมทุนในครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือการออกและเสนอขายหน่วยทรัสต์ใหม่ไม่เกิน 151.5 ล้านหน่วย หรือคิดเป็นมูลค่าราว 757.5 ล้านบาท ควบคู่ไปกับการกู้ยืมเงินในส่วนที่เหลือ ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ช่วยให้กองทรัสต์ขยายขนาดสินทรัพย์ได้ตามเป้าหมาย โดยไม่พึ่งพาแหล่งเงินทุนทางใดทางหนึ่งเพียงอย่างเดียว

 

ไฮไลต์ของการเพิ่มทุนครั้งที่ 2 ครั้งนี้คือ

  • วงเงินระดมทุนรวมสูงสุด 1,515 ล้านบาท
  • ออกและเสนอขายหน่วยทรัสต์ใหม่ไม่เกิน 151.5 ล้านหน่วย 
  • ราคาเสนอขายสูงสุด 4.75 บาทต่อหน่วย
  • ระยะเวลาจองซื้อสำหรับผู้ลงทุนทั่วไป 28 กันยายน – 2 ตุลาคม 2569
  • สินทรัพย์รวมหลังเพิ่มทุนเพิ่มขึ้นแตะ 15,000 ล้านบาท 
  • พื้นที่เช่าสุทธิรวมกว่า 200,000 ตารางเมตร
  • คาดการณ์ First Year Yield ที่ 10.0%**

 

3 คอมมูนิตี้มอลล์ใหม่ ย่านศักยภาพ เติมพอร์ต ALLY REIT

 

การลงทุนครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มขนาดพอร์ต แต่คือการเลือกสินทรัพย์ที่มีจุดแข็งต่างกัน ทั้งทำเล ฐานผู้ใช้บริการ และศักยภาพของพื้นที่ เพื่อเติมความหลากหลายให้พอร์ต Lifestyle Communities ของ ALLY REIT

 
1. Charn At The Avenue — แจ้งวัฒนะ ใกล้ศูนย์ราชการ

 

ภาพกราฟิกแสดงโลโก้ ALLY REIT และข้อมูลการเพิ่มทุนครั้งที่ 2 ดันพอร์ตแตะ 15,000 ล้านบาท 1

 

Lifestyle Mall ที่อยู่ใกล้ศูนย์ราชการและ MRT สายสีชมพู สถานีแจ้งวัฒนะ 14 เพียง 100 เมตร วางตัวเป็น Neighborhood ที่มีทั้งฐานชุมชนขนาดใหญ่และการขยายตัวของศูนย์ราชการฯ ครบวงจรด้วยร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต โรงภาพยนตร์ Co-Learning Space และ Fitness & Wellness มีพื้นที่เช่า 19,747 ตารางเมตร และอัตราการเช่าสูงถึง 98.0% (ข้อมูล ณ สิ้นปี 2568) สะท้อนดีมานด์ของพื้นที่ค้าปลีกที่ยังแข็งแรงในย่านนี้

 

ภาพกราฟิกแสดงโลโก้ ALLY REIT และข้อมูลการเพิ่มทุนครั้งที่ 2 ดันพอร์ตแตะ 15,000 ล้านบาท 2

 

2. Saimai Avenue — สายไหม ย่านชุมชนขนาดใหญ่

 

ภาพกราฟิกแสดงโลโก้ ALLY REIT และข้อมูลการเพิ่มทุนครั้งที่ 2 ดันพอร์ตแตะ 15,000 ล้านบาท 3

 

Community Mall ขนาด 25 ไร่ บนถนนสายไหม ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการเติบโตของประชากรสูงของกรุงเทพฯ ครบครันด้วยร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต ฟิตเนส คลินิก Food Park และที่จอดรถกว่า 400 คัน บนพื้นที่เช่า 10,007 ตารางเมตร และมีอัตราการเช่าสูงถึง 99.4% (ข้อมูล ณ สิ้นปี 2568) สะท้อนความต้องการใช้พื้นที่จากฐานชุมชนขนาดใหญ่

 

ภาพกราฟิกแสดงโลโก้ ALLY REIT และข้อมูลการเพิ่มทุนครั้งที่ 2 ดันพอร์ตแตะ 15,000 ล้านบาท 4

 
3. The Zone Town In Town — ทำเลของธุรกิจครีเอทีฟ

 

Mixed-use Retail และ Office บนลาดพร้าว 94–ถนนศรีวรา ในย่าน Town in Town ช่วยเติมสินทรัพย์ที่มีทั้งกลุ่มผู้ใช้บริการในชุมชนและภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นแหล่งรวมธุรกิจสื่อและครีเอทีฟ ทั้ง Production House, Studio และบริษัทโฆษณา โดดเด่นด้วยฟรอนเทจติดถนนยาวประมาณ 450 เมตร ปัจจุบันมีพื้นที่เช่า 9,989 ตารางเมตร และอัตราการเช่า 94.8% (ข้อมูล ณ สิ้นปี 2568)

 

ภาพกราฟิกแสดงโลโก้ ALLY REIT และข้อมูลการเพิ่มทุนครั้งที่ 2 ดันพอร์ตแตะ 15,000 ล้านบาท 5

ภาพกราฟิกแสดงโลโก้ ALLY REIT และข้อมูลการเพิ่มทุนครั้งที่ 2 ดันพอร์ตแตะ 15,000 ล้านบาท 6

 

ทั้ง 3 โครงการเข้ามาเติมพอร์ต ALLY REIT ใน 3 รูปแบบ ตั้งแต่ทำเลศูนย์ราชการ ย่านที่อยู่อาศัย ไปจนถึงคลัสเตอร์ธุรกิจครีเอทีฟ โดยหลังการเพิ่มทุนครั้งที่ 2 คาดว่า ALLY REIT จะมีสินทรัพย์รวมแตะ 15,000 ล้านบาท และพื้นที่เช่าสุทธิมากกว่า 200,000 ตารางเมตร พร้อมคาดการณ์ First Year Yield ที่ 10.0%**

 

ภาพกราฟิกแสดงโลโก้ ALLY REIT และข้อมูลการเพิ่มทุนครั้งที่ 2 ดันพอร์ตแตะ 15,000 ล้านบาท 7

 

ไม่ได้เพิ่มแค่ขนาดพอร์ต แต่กำลังเปลี่ยนภาพของ ALLY

 

ภาพกราฟิกแสดงโลโก้ ALLY REIT และข้อมูลการเพิ่มทุนครั้งที่ 2 ดันพอร์ตแตะ 15,000 ล้านบาท 8

 

นอกจากนี้ ยังเตรียมรีแบรนด์ ALLY สู่ “Urban Experience Platform” ภายใต้ปรัชญา “WHERE LIFE FEELS RIGHT” โดยหลอมรวม CDC, The Crystal และ ALLY Village เข้าสู่ Ecosystem เดียวกันเพื่อการเติบโตที่แข็งแกร่ง 

 

รีแบรนด์ ALLY สู่ Urban Experience Platform เสริมมูลค่าพอร์ตในระยะยาว

 

การก้าวสู่ Urban Experience Platform คือการเปลี่ยนบทบาทของ ALLY จากผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ สู่ผู้ออกแบบความเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่และชุมชน ขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ Redefine การปรับบทบาทจาก Developer สู่ผู้บริหารสินทรัพย์ พร้อมจัดโครงสร้างการลงทุนเป็น Lifestyle Communities ที่มี ALLY REIT เป็นเรือธง, Global Platforms และ Landmark Developments ตามด้วย Rebrand & Renovate การปรับโครงสร้างแบรนด์และพื้นที่จาก Mall Identity สู่ Community Ecosystem และ Reignite การใช้ทุนขับเคลื่อนการเติบโตผ่านการลงทุนในสินทรัพย์ใหม่และการขยายพื้นที่เช่า

 

ภาพกราฟิกแสดงโลโก้ ALLY REIT และข้อมูลการเพิ่มทุนครั้งที่ 2 ดันพอร์ตแตะ 15,000 ล้านบาท 9

 

หนึ่งในโครงการสำคัญคือ CDC ซึ่งเตรียมเดินหน้า Major Renovation มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท เพื่อพัฒนาไปสู่ Integrated Design & Lifestyle District ขณะที่ The Crystal จะปรับภาพลักษณ์ภายใต้แนวคิด “Gathered in Good Taste” ครอบคลุม 3 ทำเล ได้แก่ เอกมัย-รามอินทรา ราชพฤกษ์ และชัยพฤกษ์ ส่วน ALLY Village จะเป็นแบรนด์ใหม่ในกลุ่ม Lifestyle Neighborhood โดยเริ่มจาก The Scene และขยายไปยัง ALLY Village Town-in-Town ก่อนทยอยปรับโฉมโครงการอื่นในพอร์ตภายใน 5 ปี

 

ภาพกราฟิกแสดงโลโก้ ALLY REIT และข้อมูลการเพิ่มทุนครั้งที่ 2 ดันพอร์ตแตะ 15,000 ล้านบาท 10

 

การเพิ่มทุนครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งส่วนของภาพใหญ่ที่ ALLY กำลังวางไว้ ทั้งในแง่ของการเพิ่มขนาดพอร์ต การกระจายสินทรัพย์ และการเปลี่ยนบทบาทของพื้นที่ให้เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของคนเมืองมากขึ้น

 

ผู้ถือหน่วยเดิมและผู้ลงทุนทั่วไป จองซื้อเมื่อไร?

 

สำหรับผู้ถือหน่วยเดิม จะได้รับสิทธิจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนในอัตรา 1 หน่วยเดิม ต่อ 0.1386 หน่วยใหม่ โดยสามารถจองซื้อผ่านธนาคารกรุงเทพทุกสาขาทั่วประเทศ ยกเว้นสาขาไมโคร และช่องทางออนไลน์ และคาดว่าจะประกาศราคาเสนอขายสุดท้ายผ่านเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ซึ่งได้ขึ้นเครื่องหมาย XR แล้วเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 

 

ในส่วนของวันจองซื้อ ผู้ถือหน่วยเดิมและผู้ลงทุนทั่วไปสามารถจองซื้อได้ระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 2 ตุลาคม 2569 ในราคาเสนอขายสูงสุด 4.75 บาทต่อหน่วย

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและจองซื้อได้ที่

  • ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โทร 02-645-5555 
  • บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด โทร 02-680-1111 
  • บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โทร 02-351-1801 
  • บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โทร 02-658-6300 
  • บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด โทร 02-633-6000 
  • บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด โทร 02-009-8351-56

 

คำเตือน:

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน และสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหน่วยทรัสต์และหนังสือชี้ชวนที่สำนักงาน ก.ล.ต.

 

หมายเหตุ:

*อัตราผลตอบแทนที่แสดงคำนวณจากอัตราการจ่ายเงินปันผลต่อหน่วย (DPU) ในแต่ละปี หารด้วยราคาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักตามปริมาณการซื้อขาย (Volume Weighted Average Price: VWAP) ของปีนั้นๆ เฉลี่ยที่ราคา 5.78 บาทต่อหน่วย เพื่อสะท้อนอัตราผลตอบแทนที่นักลงทุนพึงได้รับ หากซื้อในราคาเฉลี่ยที่มีการซื้อขายจริงตลอดทั้งปี

 

**อ้างอิงสมมติฐานในการจัดทำประมาณการงบกำไรขาดทุนตามสถานการณ์สมมติสำหรับงวด 12 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2569 ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2570 คำนวณจากกรณีที่กองทรัสต์ออกและเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมจำนวน 151.5 ล้านหน่วย ในราคาหน่วยละ 5.00 บาท และกู้ยืมเงินเพิ่มเติมเท่ากับ 757.5 ล้านบาท ทั้งนี้ สัดส่วนกู้ยืมอาจมีการเปลี่ยนแปลงในกรณีที่กองทรัสต์ไม่สามารถระดมทุนได้ครบตามเป้าหมาย

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories