Formula 1 ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าอยู่ระหว่างการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง จากเหตุโจมตีตอบโต้ระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้หลายประเทศในภูมิภาคปิดน่านฟ้า และกระทบต่อเส้นทางการบินระหว่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
แม้สนามเปิดฤดูกาลที่เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ 6-8 มีนาคม รวมถึงสนามต่อไปอย่างจีนและญี่ปุ่น จะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงโดยตรง แต่บาห์เรน (10-12 เมษายน) และซาอุดีอาระเบีย (17-19 เมษายน) ซึ่งเป็นเรซลำดับที่ 4 และ 5 ของฤดูกาล กลายเป็นสนามที่ถูกจับตามองจากการอยู่ในพื้นที่เสี่ยง
โดยมีรายงานว่าฐานทัพสหรัฐฯ ในบาห์เรน ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากสนามแข่งและสนามบินนานาชาติ ตกเป็นหนึ่งในเป้าหมายการโจมตีล่าสุด อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการแข่งขันที่บาห์เรนยืนยันว่าอยู่ระหว่างประสานงานใกล้ชิดกับ F1
ขณะเดียวกัน ผลกระทบเริ่มปรากฏชัดในด้านการเดินทาง เมื่อสนามบินสำคัญอย่างโดฮา (กาตาร์) และดูไบ (ยูเออี) ปิดทำการชั่วคราว ทำให้ทีมงาน F1 และแฟนกีฬาจำนวนมากจากยุโรปต้องปรับเส้นทางบินไปเมลเบิร์นผ่านเอเชียหรือสหรัฐฯ แทน
ส่งผลให้ราคาตั๋วเครื่องบินพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีรายงานว่าแต่ละทีมมีบุคลากรกว่า 100 คนต้องเดินทางไปออสเตรเลีย และขณะนี้มีเพียงประมาณ 1 ใน 4 ที่เดินทางถึงแล้ว ทำให้บางทีมอาจต้องตัดสินใจใช้เส้นทางบินอ้อมผ่านขั้วโลกเหนือ หรือข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกเพื่อเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง แม้จะต้องใช้เวลาเดินทางเพิ่มขึ้นกว่า 10 ชั่วโมงก็ตาม
ด้าน Pirelli ผู้ผลิตยางอย่างเป็นทางการของ F1 ได้ยกเลิกโปรแกรมการทดสอบยางที่บาห์เรนด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย พร้อมยืนยันว่าพนักงานทุกคนในพื้นที่ปลอดภัย และกำลังเร่งประสานงานเพื่อเดินทางกลับประเทศโดยเร็วที่สุด ขณะที่ผู้บริหารทีม FIA และฝ่ายจัดการแข่งขัน เตรียมหารือเพื่อปรับแผนการเดินทาง รวมถึงความเป็นไปได้ในการใช้เที่ยวบินเช่าเหมาลำ
แม้สถานการณ์ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ F1 ยืนยันว่าโปรแกรมการแข่งขันในออสเตรเลีย จีน และญี่ปุ่น ยังเดินหน้าตามกำหนด โดยจะประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่องร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนเข้าสู่ช่วงเรซในตะวันออกกลางเดือนเมษายนนี้
อ้างอิง:


