×

PIF ขายอัล-ฮิลาล จุดจบลูกหนังซาอุ?

17.04.2026
  • LOADING...
กองทุน PIF แห่งซาอุดีอาระเบียและสโมสรอัล-ฮิลาล ท่ามกลางกระแสข่าวการขายหุ้นและอนาคตของฟุตบอลซาอุฯ

ขณะที่โลกของกอล์ฟกำลังจับตามองสถานการณ์รายการแข่งขัน LIV กอล์ฟ ที่เริ่มสั่นคลอนหลังเกิดกระแสข่าวว่าทุนใหญ่ที่ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังพร้อมที่จะถอนสมอ

 

ความสั่นไหวเดินทางมาถึงเกมฟุตบอลต่อทันที เมื่อทางด้าน Public Investment Fund (PIF) กองทุนความมั่งคั่งแห่งซาอุดีอาระเบียประกาศขายหุ้นของสโมสรอัล-ฮิลาล จำนวน 70 เปอร์เซ็นต์ออกไป

 

เรื่องนี้มีนัยสำคัญต่ออนาคตของวงการลูกหนังแดนทะเลทรายที่พยายามสร้างโปรไฟล์ของตัวเองขึ้นมาด้วยการทุ่มเงินไม่อั้นเพื่อซื้อซูเปอร์สตาร์ลูกหนังระดับโลกเข้ามารวมตัวกันหรือไม่?

 

กองทุน PIF แห่งซาอุดีอาระเบียและสโมสรอัล-ฮิลาล ท่ามกลางกระแสข่าวการขายหุ้นและอนาคตของฟุตบอลซาอุฯ 1

 

กรณีการที่ PIF ขายหุ้นของอัล-ฮิลาล ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นข่าวที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อวงการฟุตบอลซาอุดีอาระเบีย

 

เหตุผลนั้นไม่ใช่เพราะอัล-ฮิลาล เป็นหนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศ ที่กวาดแชมป์มากถึง 19 สมัย โดยเฉพาะนับตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมาครองแชมป์ลีกซาอุดีอาระเบียถึง 6 สมัย เรียกได้ว่าแทบจะผูกขาดแต่เพียงสโมสรเดียว

 

แต่เป็นเพราะสโมสรแห่งนี้เป็นหนึ่งในทีมที่มีสถานะทางการเงินเข้มแข็งที่สุดด้วย โดยปัจจุบันมีผู้เล่นระดับสตาร์ที่ย้ายมาจากลีกยุโรปมากมายหลายคน

 

ไม่ว่าจะเป็นคาริม เบนเซมา อดีตกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 2022 ซึ่งเพิ่งจะซื้อตัวมาจากอัล-อิตติฮัด สโมสรคู่แข่งร่วมลีกในช่วงตลาดการซื้อขายรอบเดือนมกราคมที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมี ดาร์วิน นูนเยซ อดีตศูนย์หน้าของทีมลิเวอร์พูล, รูเบน เนเวส กองกลางทีมชาติโปรตุเกส และคาลิดู คูลิบาลี กองหลังตัวแกร่งทีมชาติเซเนกัล

 

โดยที่โค้ชก็เป็นตัวท็อปของวงการคนหนึ่งอย่าง ซิโมเน อินซากี และในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาก็เพิ่งมีข่าวว่าต้องการได้ ริชาร์ด ฮิวจ์ส ผู้อำนวยการสโมสรของลิเวอร์พูล เข้ามาร่วมงานด้วยเพื่อวางรากฐานของสโมสรในอนาคต

 

การตัดสินใจขายหุ้นใหญ่ 70 เปอร์เซ็นต์ออกไปของ PIF จึงย่อมนำมาซึ่งคำถามเกี่ยวกับอนาคตของสโมสรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มาอย่างคาดไม่ถึงและการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วเกินคาด

 

ก่อนหน้านี้ PIF ในฐานะเครื่องจักรขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แห่งชาติของซาอุดีอาระเบีย ตัดสินใจที่จะเข้ามาร่วมลงทุนกับสโมสรด้วยการซื้อหุ้นใหญ่ของ 4 สโมสรใหญ่ในลีกของประเทศพร้อมกันในปี 2023 โดยนอกจากอัล-ฮิลาล แล้วยังมีอัล-นาสเซอร์, อัล-อาห์ลี และอัล-อิตติฮัด

 

การเข้ามาของ PIF เป็นไปตามยุทธศาสตร์การใช้กีฬาเป็นหนึ่งในเครื่องมือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างภาพลักษณ์ให้แก่ประเทศ ตาม ‘VISION 2030’ และทำให้ลีกฟุตบอลซาอุดีอาระเบีย กลายเป็นลีกที่คึกคักน่าจับตามอง

 

เพราะทั้ง 4 สโมสรที่ได้รับการหนุนหลังจาก PIF กวาดซูเปอร์สตาร์ลูกหนังระดับโลกมาร่วมทีมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่คริสเตียโน โรนัลโด, คาริม เบนเซมา, เอ็นโกโล ก็องเต, รูเบน เนเวส, ริยาด มาห์เรซ,​ ซาดิโอ มาเน, โรแบร์โต เฟียร์มิโน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ และอีกมากมาย

 

ในระยะสั้นแล้วนักเตะเหล่านี้สามารถยกระดับลีกของซาอุดีอาระเบียได้อย่างรวดเร็ว อย่างน้อยสร้างการรับรู้ในวงกว้างมากขึ้น โดยคาดหวังว่าอนาคตระบบเยาวชนภายในประเทศจะสามารถผลิตนักฟุตบอลของตัวเองได้ในระยะยาว

 

ถึงแม้ว่าหุ้น 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งคิดเป็นมูลค่า 373 ล้านดอลลาร์ (1.19 หมื่นล้านบาท) จะถูกขายให้กับบริษัท Kingdon Holding Company ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกองทุนที่บริหารโดยเจ้าชายอัลวาลีด บิน ทาลาล นักธุรกิจมหาเศรษฐีและเป็นหนึ่งในเชื้อพระวงศ์ ที่เหมือนจะไม่ไกลจากเดิม

 

แต่การตัดสินใจขายหุ้นของอัล-ฮิลาลของ PIF ยังเป็นการเคลื่อนไหวที่ส่งสัญญาณบางอย่างอยู่ดี

 

กองทุน PIF แห่งซาอุดีอาระเบียและสโมสรอัล-ฮิลาล ท่ามกลางกระแสข่าวการขายหุ้นและอนาคตของฟุตบอลซาอุฯ 2

 

สัญญาณนั้นอาจจะมาจากการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงแนวทางการ ‘ปรับพอร์ต’ ของ PIF เกี่ยวกับกีฬาใหม่ ตามยุทธศาสตร์สำหรับช่วงปี 2026-2030 ที่เพิ่งมีการประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

 

โดยในช่วงเวลานี้ PIF ต้องการกลับมาเน้นในเรื่องของการพัฒนาภายในประเทศ และการสร้างผลตอบแทนอย่างเต็มที่ในการลงทุน ลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และเน้นการเข้าร่วมของภาคเอกชน ซึ่งจะโฟกัสไปที่ 3 ส่วนด้วยกัน คือVision Portfolio, Strategic Portfolio และ Financial Portfolio

 

ในแถลงการณ์ของ PIF ไม่มีคำว่า ‘กีฬา’ (Sport) อยู่ในนั้นแม้แต่คำเดียว

 

และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้มีกระแสข่าวว่า PIF เตรียมปรับพอร์ตกีฬาใหม่ หลังจากที่ลงทุนมหาศาลกับวงการนี้มานานหลายปี ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนซื้อสโมสรฟุตบอลนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด, การอัดเม็ดเงินไปกับการสร้างลีกภายในประเทศ ไปจนถึงรายการกอล์ฟ LIV, เทนนิส และอื่นๆอีกมากมายในช่วงที่ผ่านมา

 

โดยในรายการกอล์ฟ LIV ซึ่งถือเป็นรายการ ‘ขบถ’ ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2022 เพื่อท้าชนกับ PGA Tour และสร้างแรงสั่นสะเทือนได้อย่างมากในช่วงที่ผ่านมา เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนในเวลานี้ แม้จะมีการยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้าต่ออย่างน้อยจนถึงสิ้นปีก็ตาม

 

ขณะที่ฟุตบอลซาอุดีอาระเบีย หลังการขายหุ้นของอัล-ฮิลาลแล้ว ต้องจับตาดูต่อว่าจะมีการขายหุ้นของอีก 3 สโมสรที่ถืออยู่ไว้หรือไม่ และหากมีการเปลี่ยนแปลง ใครจะเป็นผู้ที่มารับหุ้นต่อ จะยังคงเป็นเครือข่ายเดียวกันหรือไม่

 

แม้ว่าทาง PIF จะออกแถลงว่าช่วงที่ผ่านมาเป็นการเข้ามาเพื่อช่วยสนับสนุนใน ‘ช่วงเปลี่ยนผ่าน’ และทำให้อัล-ฮิลาล เข้มแข็งขึ้นอย่างมากในระดับโครงสร้างและการบริหารก็ตาม

 

และหาก PIF ตัดสินใจถอนตัวออกทั้งหมดกับอีก 3 สโมสรที่เหลือ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ จะส่งผลกระทบอย่างไรต่อลีกซาอุดีอาระเบียหรือไม่ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าหากไม่มีเม็ดเงินที่เข้ามาสนับสนุนผ่าน PIF หรือรัฐบาลแล้ว สโมสรฟุตบอลในซาอุดีอาระเบียไม่มีศักยภาพที่จะดึงนักฟุตบอลระดับโลกเข้ามาได้มากขนาดนี้อย่างแน่นอน

 

 

กองทุน PIF แห่งซาอุดีอาระเบียและสโมสรอัล-ฮิลาล ท่ามกลางกระแสข่าวการขายหุ้นและอนาคตของฟุตบอลซาอุฯ 3

 

แต่ในอีกทางหนึ่งการเปลี่ยนมือจากกองทุนที่ขึ้นตรงกับรัฐบาล มาเป็นกองทุนเอกชน (แม้จะยังคงเชื่อมโยงกับราชวงศ์) ก็อาจจะให้ผลที่ดีกว่าในความเป็นอิสระ เกิดการแข่งขันอย่างแท้จริงมากขึ้น

 

บิน ทาลาล กล่าวในแถลงการณ์ยืนยันว่าทางด้าน Kingdom Holding Company มีความพร้อมที่จะ ‘ปลดล็อก’ อัล-ฮิลาล ซึ่งถือเป็นสมบัติแห่งชาติที่ชาวซาอุดีอาระเบียภูมิใจให้ก้าวไปสู่อนาคต

 

ตรงนี้ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดกันต่อไป เพราะอย่าลืมว่าซาอุดีอาระเบีย ก็เพิ่งได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลโลก 2034 เพียงชาติเดียว และเตรียมจะลงทุนมหาศาลกับทั้งสนามกีฬาไปจนถึงระบบคมนาคมขนส่ง สาธารณูปโภคต่างๆด้วย

 

เรียกว่าทุกอย่างอยู่ระหว่างทาง และซาอุดีอาระเบียไม่น่าที่จะทิ้งทุกอย่างในเวลานี้

 

อย่างไรก็ดีตามรายงานข่าวจาก The Athletic ทางด้าน PIF จะยังคงเดินหน้าต่อกับการสนับสนุนนิวคาสเซิล และการแข่งขัน F1 ต่อไป

 

โดยเฉพาะกับนิวคาสเซิล ซึ่งถือครองสโมสรมาตั้งแต่ปี 2021 และสามารถทำให้ทีมกลับมามีศักยภาพในการแข่งขันที่ดีได้อีกครั้ง และเตรียมที่จะเดินหน้าสู่ขั้นต่อไปในการลงทุนที่เพิ่มสูงยิ่งขึ้นให้ทีมมีโอกาสแข่งขันลุ้นประสบความสำเร็จในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในช่วงปิดฤดูกาลนี้

 

เป้าหมายยังอยู่ที่การทำให้ทีมจากนอร์ธอีสต์เป็นทีมระดับท็อปของฟุตบอลอังกฤษให้ได้อีกครั้ง ซึ่งหากไม่ต้องกระจายสมาธิไปกับ 4 สโมสรในลีกซาอุดีอาระเบีย PIF อาจจะโฟกัสกับนิวคาสเซิลได้จริงจังยิ่งขึ้น

 

แบบนั้นอาจจะเป็นผลดีมากกว่าต่อทุกฝ่าย ก็เป็นไปได้เหมือนกัน

 

อ้างอิง

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising