×

จากวิกฤตน้ำมันสู่ ‘สงครามน้ำ’ ทำไมสุเอซสไตล์ทรัมป์ อาจกลืนเศรษฐกิจโลกยาวหลายปี

17.04.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบลูกโลกกับกราฟแสดงผลกระทบวิกฤตน้ำมันและสงครามน้ำต่อเศรษฐกิจโลก

ราห์มา เชลลานีย์ ศาสตราจารย์ด้านยุทธศาสตร์ ศึกษาประจำศูนย์วิจัยนโยบายอิสระในกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย นักภูมิรัฐศาสตร์ นักเขียนระดับโลก และเป็นนักวิจัยประจำสถาบันโรเบิร์ต บอช ในกรุงเบอร์ลิน ผู้เขียนหนังสือ 9 เล่ม รวมถึง ‘Water: Asia’s New Battleground’ หรือ ‘น้ำ : สมรภูมิใหม่ของเอเชีย’ ซึ่งได้รับรางวัลเบอร์นาร์ด ชวาร์ตซ์ วิเคราะห์ว่า แม้สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน จะกินเวลาเพียง 40 วัน แต่ผลกระทบของมันจะ ‘ยืดเยื้อไปอีกหลายปี’

 

 
 

ข้อตกลงหยุดยิง เมื่อวันที่ 8 เมษายน ทิ้งร่องรอย ‘สงคราม’ ที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจรุนแรงที่สุดในรอบครึ่งศตวรรษ

 

นับตั้งแต่วิกฤตการณ์น้ำมันในทศวรรษ 1970 เป็นต้นมา ไม่เคยมีความขัดแย้งใดที่ส่งแรงกระแทกต่อการจัดหาพลังงาน ขัดขวางเส้นทางการค้า กดดันระบบอาหาร และทำให้ภาวะการเงินโลกตึงตัวในคราวเดียวกันได้ถึงระดับนี้

 

ความต่างของสงครามครั้งนี้ ไม่ใช่ขนาด หากแต่อยู่ที่ ‘ขอบเขต’ ที่กระทบ ‘เสาหลัก’ หลายด้านของเศรษฐกิจโลกในคราวเดียว และในรูปแบบเหล่านี้ก็ไม่อาจแก้ไขได้ในเร็ววัน

 

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งหวนคืนสู่อำนาจพร้อมคำมั่นจะยุติ ‘สงครามโง่ๆ’ กลับถูกมองว่าสร้างความขัดแย้งที่บั่นทอนตนเองในเชิงยุทธศาสตร์อย่างรุนแรง แม้กองกำลังสหรัฐฯ และอิสราเอลจะสามารถลดทอน ศักยภาพทางทหารของอิหร่านได้

 

แต่สงครามครั้งนี้กลับเผยความจริงอันโหดร้ายว่า ความเหนือกว่าทางกำลังไม่อาจบังคับให้เกิดผลลัพธ์ที่ต้องการได้ เมื่อเผชิญกับคู่ขัดแย้งที่สามารถขยายสนามรบและสร้างความเสียหายเชิงระบบนอกพรมแดน ผลลัพธ์จึงกลายเป็น ‘อำนาจที่ไร้คำตอบ’


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

6 โรงกลั่นน้ำมันไทย อยู่ในมือใครบ้าง? สำรวจเส้นทางน้ำมันแต่ละลิตร ก่อนถึงมือผู้บริโภค 6 โรงกลั่นน้ำมันไทย อยู่ในมือใครบ้าง? สำรวจเส้นทางน้ำมันแต่ละลิตร ก่อนถึงมือผู้บริโภค
25 มี.ค. 2569 | 17:36
รู้จัก ‘South Pars’ ยักษ์ก๊าซโลกใต้ก้น ‘อ่าวเปอร์เซีย’ หลังถูกโจมตี ค่าไฟไทย รู้จัก ‘South Pars’ ยักษ์ก๊าซโลกใต้ก้น ‘อ่าวเปอร์เซีย’ หลังถูกโจมตี ค่าไฟไทย
20 มี.ค. 2569 | 18:50
สงครามสะเทือนซัพพลาย ‘เม็ดพลาสติก’ ขาด แพงขึ้น 50-70% ถุงขยะ ซองขนม เครื่องปรุง สงครามสะเทือนซัพพลาย ‘เม็ดพลาสติก’ ขาด แพงขึ้น 50-70% ถุงขยะ ซองขนม เครื่องปรุง
30 มี.ค. 2569 | 18:25
เปิด 4 เกมใหม่ที่โลกกำลังแย่งชิง ผ่านเลนส์ ‘BOI’ ทำไมไทยคือ ‘เซฟโซน’ เปิด 4 เกมใหม่ที่โลกกำลังแย่งชิง ผ่านเลนส์ ‘BOI’ ทำไมไทยคือ ‘เซฟโซน’
30 มี.ค. 2569 | 14:30

 

ถอดบทเรียนวิกฤตคลองสุเอซ 1956

 

เชลลานีย์ ถอดบทเรียนสถานการณ์ครั้งนี้ ชวนให้เปรียบเทียบกับวิกฤตการณ์คลองสุเอซ ปี 1956 (Suez Crisis) ที่เปิดโปงข้อจำกัดของอำนาจอังกฤษ เป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่แสดงให้เห็นถึงการเสื่อมอำนาจของจักรวรรดิบริเตน (อังกฤษ) ในฐานะมหาอำนาจโลก และการก้าวขึ้นมาของสองมหาอำนาจใหม่คือ สหรัฐอเมริกา และสหภาพโซเวียต ในช่วงยุคสงครามเย็น

 

นำไปสู่คำถามสำคัญที่ว่า วันนี้ทรัมป์กำลังสร้าง ‘วิกฤตสุเอซ’ ในแบบฉบับของสหรัฐฯ เองหรือไม่

 

เพราะหากย้อนจุดเริ่มต้น ความขัดแย้งเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ในฐานะปฏิบัติการทางทหาร ได้ลุกลามอย่างรวดเร็วนำไปสู่การหยุดชะงัก ของอุปทานพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอิหร่านและอ่าวเปอร์เซียได้รับความเสียหาย เส้นทางขนส่งถูกตัดขาด และที่สำคัญช่องแคบฮอร์มุซแทบเป็นอัมพาต

 

ต่างจากวิกฤตในอดีต ครั้งนี้ ‘แทบไม่มีทางเลือกทดแทน’ การผลิตน้ำมันและก๊าซหดตัวลงอย่างมาก

 

ขณะที่เบี้ยประกันภัยการขนส่งในอ่าวเปอร์เซียพุ่งสูงขึ้นกว่า 4 เท่า และแม้หลังการหยุดยิง ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างก็ยังฝังตัวในตลาดพลังงานโลก เมื่อผู้ลงทุนและผู้ขนส่งเชื่อว่าความไม่มั่นคงในภูมิภาคจะไม่ใช่เหตุการณ์ชั่วคราวอีกต่อไป

 

โดยสรุป ทรัมป์จึงกลายเป็นผู้นำคนแรกในประวัติศาสตร์ หน้าใหม่ที่ก่อให้เกิดวิกฤตพลังงานโลกจากปฏิบัติการทางทหารโดยตรง

 

‘ชาติเอเชีย’ เจอแรงกระแทกครั้งใหญ่

 

ผลกระทบต่อเอเชีย โดยเฉพาะอินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ถือว่ารุนแรง เนื่องจากประเทศเหล่านี้ รวมถึงจีน พึ่งพาพลังงานจากอ่าวเปอร์เซียอย่างสูง แม้จีนจะเร่งปรับไปใช้ท่อส่งจากรัสเซียและเอเชียกลาง แต่โตเกียว โซล และนิวเดลียังคงเผชิญความเปราะบางเชิงโครงสร้าง โดยไม่มีทางเลือกที่มีประสิทธิภาพทดแทนเส้นทางเดินเรือหลัก

 

ในเมื่อพลังงานเป็นรากฐานของกระบวนการผลิตสมัยใหม่ ผลกระทบจึงลุกลามไปสู่ระบบอาหารโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

“ก๊าซธรรมชาติเป็นวัตถุดิบสำคัญของปุ๋ย ขณะที่น้ำมันจำเป็นต่อการชลประทาน การขนส่ง และเครื่องจักร เมื่อระบบพลังงานสั่นคลอน ระบบอาหารก็สั่นสะเทือนตามไปด้วย”

 

อ่าวเปอร์เซียในฐานะแหล่งผลิตปุ๋ยสำคัญ เช่น ปุ๋ยยูเรียและแอมโมเนีย กำลังเผชิญการหยุดชะงัก ส่งผลให้ราคาปรับสูงขึ้น ในช่วงที่ซีกโลกเหนือกำลังเข้าสู่ฤดูเพาะปลูกปี 2026 การลดการใช้ปุ๋ยจึงแทบหลีกเลี่ยงไม่ได้ และจะกระทบต่อผลผลิตในระยะถัดไป

 

สะเทือนความมั่นคงอาหารโลก

 

เชลลานีย์ วิเคราะห์ อีกว่า แรงกระแทก ‘ล้มเป็นโดมิโน’ ตั้งแต่ภาวะช็อกด้านปัจจัยการผลิต นำไปสู่การขาดแคลนผลผลิต

 

ท้ายที่สุดคือวิกฤตการบริโภคที่สะท้อนผ่านราคาอาหารที่พุ่งสูง ซึ่งนักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์ว่า ราคาธัญพืช น้ำมันพืช และเนื้อสัตว์จะปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะข้าวโพด ซึ่งเป็นหัวใจของระบบอาหารสัตว์ทั่วโลก อาจนำไปสู่ ‘ภาวะช็อกด้านโปรตีน’

 

ขณะเดียวกัน นโยบายของรัฐบาลหลายประเทศกลับยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ เมื่อราคาน้ำมันสูงขึ้น เชื้อเพลิงชีวภาพจึงเป็นทางเลือกมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนพื้นที่เพาะปลูกจากอาหารไปสู่พลังงาน ก่อให้เกิดวงจรย้อนกลับที่ผลักดันราคาอาหารให้สูงขึ้นตาม

 

จากวิกฤตพลังงานสู่ ‘โรงงานผลิตน้ำจืด’

 

สงครามครั้งนี้ ยังเปิดโปงจุดอ่อน ที่ไม่ค่อยถูกพูดถึง นั่นคือการพึ่งพาโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลในอ่าวเปอร์เซีย

 

ภาพประกอบลูกโลกกับกราฟแสดงผลกระทบวิกฤตน้ำมันและสงครามน้ำต่อเศรษฐกิจโลก 1

 

หลังการโจมตีโรงงานบน “เกาะเกชม์” (Qeshm) และการตอบโต้ต่อโรงงานในบาห์เรน กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้จุดชนวนวิกฤตน้ำควบคู่พลังงาน

 

เชลลานีย์ มองว่า ยิ่งโรงงานเหล่านี้ใช้พลังงานสูง ยิ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นการถูกทำลาย ทำให้รัฐต้องเบี่ยงทรัพยากรจำนวนมหาศาล เพื่อรักษาความมั่นคงด้านน้ำ

 

แน่นอนว่า ตะวันออกกลางเป็นภูมิภาคที่ขาดแคลนน้ำจืดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ‘น้ำ’ จึงกลายเป็น ‘อาวุธสงคราม’ ไปในที่สุด

 

แม้วิกฤตจะมีลักษณะเป็นสากล แต่ผลกระทบกลับกระจายไม่เท่ากัน โดยจะเห็นว่า ประเทศพัฒนาแล้วเผชิญแรงกดดันผ่านเงินเฟ้อและความตึงเครียดในภาคอุตสาหกรรม แม้ครัวเรือนแบกรับต้นทุนสูงขึ้นและธนาคารกลางชะลอการลดดอกเบี้ย แต่ยังพอมีเงินสำรองรองรับ

 

ตรงกันข้าม ประเทศกำลังพัฒนาในซีกโลกใต้เผชิญแรงกระแทก โดยตรงจากต้นทุนนำเข้าพลังงานที่สูงขึ้น ค่าเงินอ่อน และภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหนี้สกุลดอลลาร์ เงินทุนไหลออกสู่สินทรัพย์ปลอดภัย ยิ่งทำให้สภาพคล่องตึงตัว เกิดวงจรเลวร้ายของต้นทุนสูง ค่าเงินอ่อน และพื้นที่การคลังที่แคบลง ซึ่งในบางกรณีอาจถึงขั้นคุกคามเสถียรภาพ นโยบายการเงินและการคลังของรัฐบาล

 

นอกจากนี้ สถานการณ์ยิ่งเลวร้าย ขึ้นจากการหดตัวของเงินโอนจากแรงงานในอ่าวเปอร์เซีย ครัวเรือนจำนวนมากสูญเสียรายได้ ขณะที่รัฐบาลสูญเสียเงินตราต่างประเทศ กระทบต่อความสามารถในการพยุงเศรษฐกิจ

 

ในระดับโลก ความอันตรายของช่วงเวลานี้ไม่ได้อยู่ที่วิกฤตใดวิกฤตหนึ่ง แต่เป็น ‘การบรรจบกันของหลายวิกฤต’ ระบบพลังงานแตกแยก ระบบอาหารตึงตัว กระแสเงินทุนผันผวน และเส้นทางการค้ากลายเป็นต้นทุนสูงและไม่แน่นอน

 

ช่องแคบฮอร์มุซจากเส้นเลือดใหญ่ของการค้าโลก กำลังกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่นับวันยิ่งแข่งขันเข้มข้น

 

ยุคของพลังงานราคาถูก การขนส่งปลอดภัย และโลกาภิวัตน์ที่ราบรื่น กำลังเคลื่อนสู่ระบบโลกอันแตกแยก ที่มีการเมืองแทรกแซง และผันผวนมากขึ้น แม้การหยุดยิงยังอยู่ แต่การกลับสู่ภาวะเดิมในระยะสั้น ‘แทบเป็นไปไม่ได้’

 

โครงสร้างพื้นฐานพลังงานต้องฟื้นฟูไปอีกหลายปี

 

ที่น่าห่วงคือระบบโครงสร้างพื้นฐานพลังงานที่เสียหายต้องใช้เวลาฟื้นฟูหลายปี ขณะที่ความเชื่อมั่นต่อเส้นทางขนส่งผ่านอ่าวเปอร์เซียลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ต้นทุนด้านราคา ประกันภัย และยุทธศาสตร์จึงถูก ‘ล็อก’ อยู่ในระบบ

 

ความย้อนแย้งจึงปรากฏชัด สงครามที่มุ่งยืนยันอำนาจของสหรัฐฯ กลับสร้างบาดแผลโลกที่อาจยืดเยื้อไปอีกหลายปี

 

แม้ผู้นำอย่างทรัมป์จะพ้นจากตำแหน่งไปแล้วก็ตาม

 

อีกทั้ง แนวโน้มข้างหน้าชี้ว่า การเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะยังถูกจำกัด ตลาดพลังงานยังคงตึงตัว ระบบอาหารจะเผชิญผลกระทบล่าช้า และความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ จะค่อยๆ เสื่อมถอย

 

เชลลานีย์ สรุปว่า ท้ายที่สุด มรดกตกทอดที่แท้จริงของสงครามครั้งนี้ ไม่ได้กระทบเพียงช่วงเวลา 40 วัน หากแต่เป็น ‘วิกฤตเชิงระบบโลก’ และต้นทุนที่โลกต้องจ่ายนั้น นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ซึ่งจะกระทบไปอีกนานหลายปี

 

ภาพ: Steve Travelguide, Uwe Seidner 

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories