×

ประชาธิปัตย์จี้รัฐบาลแจงราคาดีเซล B7 ต้นทุนหน้าโรงกลั่นลด 1.84 บาท แต่ราคาหน้าปั๊มขึ้น 75 สตางค์

โดย THE STANDARD TEAM
25.09.2026
  • LOADING...
ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส แถลงข่าวจี้รัฐบาลแจงราคาดีเซล B7

ตรีรัตน์ตั้งคำถามถึงการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ระบุหนี้สะสมใกล้แสนล้านบาท พร้อมขอให้ชี้แจงฐานกฎหมายการชดเชยน้ำมันชีวภาพหลังวันที่ 24 กันยายน

 

วันนี้ (25 กันยายน) ที่พรรคประชาธิปัตย์ ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ทีมเศรษฐกิจด้านพลังงาน พรรคประชาธิปัตย์ และที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิประจำคณะกรรมาธิการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวตั้งคำถามต่อการบริหารราคาน้ำมันของรัฐบาล หลังพบว่าราคาหน้าโรงกลั่นของน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B7 ลดลง แต่ราคาขายปลีกกลับเพิ่มขึ้น

 

ตรีรัตน์ระบุว่า วันที่ 21 กันยายน ราคาหน้าโรงกลั่นของดีเซล B7 อยู่ที่ 39.33 บาทต่อลิตร และราคาขายปลีกอยู่ที่ 40.69 บาทต่อลิตร ขณะที่วันที่ 24 กันยายน ราคาหน้าโรงกลั่นลดลงเหลือ 37.49 บาทต่อลิตร แต่ราคาขายปลีกเพิ่มเป็น 41.44 บาทต่อลิตร เท่ากับว่าราคาหน้าโรงกลั่นลดลง 1.84 บาทต่อลิตร ในช่วงที่ราคาขายปลีกเพิ่มขึ้น 0.75 บาทต่อลิตร

 

“นี่คือความผิดปกติที่ต้องมีคำอธิบาย เพราะราคาต้นทุนวันนี้ถูกกว่า 4 วันก่อน แต่ราคาที่ประชาชนต้องจ่ายวันนี้กลับแพงกว่า ทั้งที่ควรจะถูกลงตามกลไกตลาด” ตรีรัตน์กล่าว

 

เขาตั้งข้อสังเกตว่า ส่วนหนึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการปรับอัตราชดเชยของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยกล่าวว่าเมื่อราคาน้ำมันลดลง กองทุนลดการชดเชยเพื่อนำเงินไปชำระหนี้ ทำให้ราคาขายปลีกไม่ลดลงตาม แต่เมื่อราคาน้ำมันปรับขึ้น ประชาชนกลับต้องเผชิญราคาขายปลีกที่สูงขึ้น จึงขอให้รัฐบาลอธิบายองค์ประกอบของราคาน้ำมันและเหตุผลในการปรับอัตราชดเชยให้ชัดเจน

 

ตรีรัตน์กล่าวว่า กองทุนน้ำมันควรช่วยลดความผันผวนของราคาที่ประชาชนต้องจ่าย เมื่อราคาหน้าโรงกลั่นลดลง ราคาขายปลีกควรลดลงตาม โดยกันเงินส่วนหนึ่งไว้เป็นเงินสำรอง และเมื่อราคาหน้าโรงกลั่นเพิ่มขึ้น กองทุนก็ควรเข้ามาช่วยบรรเทาผลกระทบต่อค่าครองชีพ

 

สำหรับฐานะกองทุน ตรีรัตน์ระบุว่าหนี้สะสมใกล้แตะระดับแสนล้านบาท และมองว่าเป็นความเสี่ยงต่อการบริหารราคาพลังงานในระยะยาว เพราะท้ายที่สุดรัฐบาลอาจต้องใช้มาตรการต่างๆ ทั้งการจัดสรรงบประมาณ การกู้เงิน การปรับเงินนำส่งเข้ากองทุน หรือการลดการชดเชย ซึ่งอาจส่งผลต่อประชาชนผู้ใช้น้ำมัน

 

อีกประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงคือ การชดเชยน้ำมันชีวภาพผ่านกองทุนน้ำมัน หลังวันที่ 24 กันยายน 2569 ซึ่งตรีรัตน์ระบุว่าเป็นวันครบกำหนดตามมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 เขาเห็นว่าหากยังมีการชดเชยต่อ รัฐบาลควรเปิดเผยว่าดำเนินการภายใต้ฐานกฎหมายใด พร้อมระบุว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจมีความเสี่ยงด้านกฎหมาย

 

ตรีรัตน์ย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ผลิตวัตถุดิบสำหรับน้ำมันชีวภาพ ทั้งปาล์มน้ำมัน อ้อย และมันสำปะหลัง แต่เห็นว่ารัฐบาลไม่ควรผลักภาระทั้งหมดไปไว้ที่กองทุนน้ำมันและผู้ใช้น้ำมันหน้าปั๊ม โดยเสนอให้ช่วยเหลือเกษตรกรโดยตรง และพิจารณาใช้เงินจากพระราชกำหนดเงินกู้เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานสนับสนุนการผลิตพลังงานชีวภาพในประเทศ

 

ทั้งนี้ ตัวเลขราคาน้ำมันและสถานะหนี้กองทุนข้างต้นเป็นข้อมูลที่ตรีรัตน์นำมาแถลง ส่วนข้อสังเกตเรื่องความชอบด้วยกฎหมายของการชดเชยน้ำมันชีวภาพเป็นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจง ยังไม่ใช่ข้อวินิจฉัยว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising