×
สถิติผู้เสียชีวิตและผู้ติดเชื้อ
โควิด-19 ล่าสุด
ทั่วโลก
สาเหตุ
ติดเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 หรือไวรัสโคโรนา 2019
อาการ
80%
อาการน้อย
คล้ายไข้หวัดธรรมดา หรือ ไข้หวัดใหญ่ที่อาการน้อย หายได้เองหลังพักผ่อนและดูแลตามอาการ
14%
อาการหนักจากปอดอักเสบ
หายใจผิดปกติ
5%
อาการวิกฤต
หายใจล้มเหลว
ช็อกจากการป่วยรุนแรง
1-2%
เสียชีวิต หลังมีอาการหนัก
มักเกิดกับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้มีโรคประจำตัวทางหัวใจ ปอด เบาหวาน ภูมิต้านทานต่ำหรือโรคประจำตัวอื่นๆ
วิธีสังเกตอาการ
98.6%
มีไข้
(ไข้อาจจะไม่ได้เริ่มในวันแรกของการป่วย)
69.6%
มีอาการอ่อนเพลีย
ผิดปกติ
59.4%
ไอแห้ง
ระยะเวลาป่วย
ผู้ป่วยอาการน้อย
เฉลี่ย 2 สัปดาห์
หายป่วย
ผู้ป่วยอาการหนัก
เริ่มป่วยจนมีอาการหนักเฉลี่ย 1 สัปดาห์
เฉลี่ย 3-6 สัปดาห์
หายป่วย
8 สัปดาห์
เสียชีวิต
การแพร่เชื้อ
ทางตรง
คลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยระยะน้อยกว่า 1-2 เมตร
ทางละอองฝอย (Droplet) น้ำลาย เสมหะ น้ำมูก
ที่ผู้ป่วยไอ จาม หรือการพูดที่น้ำลายกระเด็น
ทางอ้อม
สัมผัสบริเวณพื้นผิว สิ่งของ มือคนอื่น
ที่มีการปนเปื้อนเชื้อโรคจากผู้ป่วยที่มีการไอ จาม
แล้วนำไปเข้าจมูก ปาก หรือตาของตนเอง
มีสิ่งอื่นนำเชื้อไปโดยการสัมผัส เช่น ของเล่น สัตว์เลี้ยง
ทางละอองฝอย
ละอองฝอยขนาดเล็กกว่า 5 ไมครอนที่ลอยในอากาศ
วิธีป้องกัน
ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่
หรือแอลกอฮอล์ความเข้มข้น 70% ขึ้นไป
ไม่เอามือจับหน้า ปาก จมูก หรือตา
เว้นระยะห่างจากคนอื่นที่อาจจะแพร่เชื้อ
หลีกเลี่ยงการไปในที่ที่คนหนาแน่น
เรากำลังสู้อยู่กับอะไร
เชื้อไวรัสโคโรนาทำให้เราเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ขณะเดียวกัน ก็ถือเป็นโอกาสที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเช่นกัน ที่เราจะร่วมมือกันต่อสู้กับศัตรูของพวกเรา ศัตรูของมวลมนุษยชาติ
ดร.ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส
ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) 19 มีนาคม 2020
โควิด-19 กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลก
โดยเริ่มจากจีน ก่อนจะลุกลามไปยังภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก ไม่เว้นประเทศไทย ที่แนวโน้มผู้ติดเชื้อกำลังเพิ่มจำนวนสูงขึ้นเรื่อยๆ
จุดตัดสำคัญ
ไทยจะไปทางไหน
นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์
รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข
กล่าวระหว่างแถลงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย วันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วง Golden Period หรือเวลาทอง ที่มี 2 ทางแยกให้เลือก
จำนวนผู้ป่วย
• สหรัฐอเมริกา
• อิตาลี
วัน
ทางแยกที่ 1
เส้นกราฟผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆเช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกาและอิตาลี

เงื่อนไข: ประชาชนไม่ปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัดในการอยู่บ้าน หยุดเชื้อ หรือไม่ระวังป้องกันตัวเอง
จำนวนผู้ป่วย
• ญี่ปุ่น
• ไต้หวัน
วัน
ทางแยกที่ 2
เส้นกราฟผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่ผ่านไประยะหนึ่งจะมีแนวโน้มลดลง เช่นเดียวกับญี่ปุ่นและไต้หวัน

เงื่อนไข: ประชาชนให้ความร่วมมือในการอยู่บ้าน หยุดเชื้อ และระวังป้องกันตัวเอง
SOCIAL DISTANCING
SOCIAL DISTANCING คือ
การเพิ่มระยะห่างทางสังคม
โดยหลีกเลี่ยงสถานที่สาธารณะที่แออัด
งดกิจกรรมการรวมคนจำนวนมาก
และรักษาระยะห่างประมาณ 2 เมตรจากผู้อื่น
ทำไมต้องเว้นระยะห่าง
มาตรการนี้จะทำให้สามารถลดการแพร่กระจายเชื้อจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งได้เหมือนโดมิโนที่วางเรียงกัน หากเว้นระยะห่างปริมาณผู้ป่วยในช่วงเวลาหนึ่งจะลดลง โรงพยาบาลจะสามารถรองรับผู้ป่วยที่มีอาการได้ทั้งหมด นักวิจัยจะได้รับ ‘การต่อเวลาพิเศษ’ เพื่อคิดค้นยาและวัคซีนมาต่อสู้กับไวรัส
เราจะเว้นระยะห่างกันอย่างไร
คนทั่วไป
  • เพิ่มระยะห่างระหว่างกัน เช่น นั่งกินข้าว ยืนรอลิฟต์ ห่างจากคนรอบข้างประมาณ 2 เมตร
  • หลีกเลี่ยงสถานที่ที่คนพลุกพล่าน เช่น ห้างสรรพสินค้า สถานบันเทิง
  • งดไปในพื้นที่ที่มีการระบาด
  • ล้างมือบ่อยๆ
  • สวมหน้ากากอนามัย
ผู้มีอาการป่วย
  • หากมีอาการหวัด ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ ต้องแยกตัวจากผู้อื่น
  • หยุดเรียน หยุดงาน พักรักษาตามอาการอยู่ที่บ้าน
  • แยกตัวจากสมาชิกในบ้าน
  • สวมหน้ากากอนามัย
  • หากอาการไม่ดีขึ้น มีความเสี่ยงต่อโควิด-19
  • ให้รีบไปพบแพทย์
ผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยง
  • ผู้มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป มีโรคปอดเรื้อรัง ไตเรื้อรัง หัวใจล้มเหลว เป็นโรคอ้วน (BMI ตั้งแต่ 35 ขึ้นไป) โรคตับแข็ง ภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • งดออกจากบ้าน
  • หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดสมาชิกที่กลับมาจากนอกบ้าน
อัปเดตสถานการณ์ล่าสุด
เว็บไซต์นี้เป็นการร่วมมือกันระหว่าง สำนักข่าว THE STANDARD และ Adapter Digital Group โดยอ้างอิงข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข