ทำเนียบขาวเปิดเผยผลการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในการเยือนสหรัฐฯ ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าสหรัฐฯ และจีนตกลงที่จะลดภาษีนำเข้าสำหรับสินค้ามูลค่ารวม 3 หมื่นล้านดอลลาร์ และจะเริ่มการหารือเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI
แถลงการณ์ของทำเนียบขาวระบุว่า การลดภาษีดังกล่าวจะครอบคลุมถึงสินค้าส่งออกของสหรัฐฯ เช่น สินค้าเกษตร ไม้ และเครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าที่สหรัฐฯ นำเข้า เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก ของเล่น และของตกแต่งบ้าน
“ทั้งสองประเทศบรรลุข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในการลดภาษีให้เป็นกรณีพิเศษสำหรับสินค้าที่ไม่จัดอยู่ในกลุ่มสินค้าอ่อนไหว (Non-Sensitive Goods) มูลค่าฝ่ายละ 3 หมื่นล้านดอลลาร์” ทำเนียบขาวระบุ
เห็นพ้องหารือความเสี่ยงและประโยชน์ของ AI
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังตกลงที่จะจัดการหารือเกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของเทคโนโลยี AI โดยกำหนดให้มีการหารือรอบต่อไปในเดือนพฤศจิกายน และตกลงที่จะจัดตั้งช่องทางการสื่อสารสำหรับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ AI ตามข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศจีนและทำเนียบขาว
ทำเนียบขาวระบุด้วยว่า ผู้นำทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะใช้คำว่า Super Intelligence หรือ SI ที่หมายถึง ‘อัจฉริยภาพขั้นสูง’ แทนคำว่า AI (Artificial Intelligence) หรือ ‘ปัญญาประดิษฐ์’ โดยกระทรวงต่างประเทศจีนระบุว่า ทางการจีนให้ความสำคัญกับการที่สหรัฐฯ เลือกใช้ถ้อยคำใหม่ดังกล่าว
แถลงการณ์ยังระบุด้วยว่า ในขณะที่เทคโนโลยี AI มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองฝ่ายควรเพิ่มพูนการแลกเปลี่ยนและมุ่งสร้างฉันทามติให้สอดคล้องกับสถานการณ์และพัฒนาการใหม่ๆ
จีน-สหรัฐฯ บรรลุฉันทามติ 8 ประการ
ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีน ก็ได้เผยแพร่แถลงการณ์ภายหลังการเยือนสหรัฐฯ ของสีจิ้นผิง โดยระบุว่าผู้นำจีนและสหรัฐฯ ได้บรรลุฉันทามติเกี่ยวกับผลลัพธ์ 8 ประการ ได้แก่
- ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะสร้าง “ความสัมพันธ์เชิงสร้างสรรค์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่มีความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ บนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกัน ความเป็นธรรม และผลประโยชน์ต่างตอบแทน”
- จีนและสหรัฐฯ ต่างสนับสนุนซึ่งกันและกันในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก (APEC) และการประชุมสุดยอด G20 ให้ประสบความสำเร็จ โดยผู้นำทั้งสองประเทศมีความตั้งใจที่จะเข้าร่วมการประชุมของอีกฝ่ายหนึ่ง
- ผู้นำทั้งสองประเทศเห็นพ้องกันว่า อิหร่านควรปฏิบัติตามพันธกรณีที่จะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และไม่อนุญาตให้ประเทศหรือองค์กรใดกำหนดเงื่อนไขหรือเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการใช้เส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ
- ผู้นำทั้งสองประเทศรำลึกถึงช่วงเวลาที่จีนและสหรัฐฯ เคยเป็นพันธมิตรกันในสงครามโลกครั้งที่สอง และได้ร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่จนได้รับชัยชนะในสงคราม
- ผู้นำทั้งสองประเทศตระหนักถึงบทบาทเชิงบวกของกลไกการหารือด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ พร้อมทั้งรับรองผลการหารือระหว่างคณะทำงานด้านเศรษฐกิจและการค้าของทั้งสองฝ่าย ซึ่งรวมถึงการจัดตั้งและขับเคลื่อนคณะกรรมการการค้าและกลไกอื่นๆ การบรรลุข้อตกลงเรื่องการลดภาษีศุลกากรต่างตอบแทนในมูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และการขยายผลจากการหารือด้านเศรษฐกิจและการค้าที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ อีกทั้งยังได้สั่งการให้นำผลการหารือเหล่านี้ไปปฏิบัติจริง
- ทั้งสองฝ่ายรับทราบว่าความร่วมมือระหว่างหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของจีนและสหรัฐฯ ได้ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ทั้งสองฝ่ายได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดในการทลายเครือข่ายและจับกุมผู้ต้องสงสัยในคดีที่เกี่ยวข้องกับสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทชนิดใหม่ (NPS) และสารตั้งต้นทางเคมีจำนวนมากในทั้งสองประเทศ
- ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะจัดตั้งกลไกการหารือระหว่างจีนและสหรัฐฯ ในประเด็น AI เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยการหารือครั้งต่อไปจะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2026 นอกจากนี้ จีนและสหรัฐฯ ยังตกลงที่จะจัดตั้งช่องทางการสื่อสารทวิภาคีสำหรับกรณีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI
- สหรัฐฯ ยินดีต้อนรับการมาถึงของหมีแพนด้ายักษ์สองตัว ซึ่งจีนได้ให้สวนสัตว์แอตแลนตาเช่าดูแล
โดยนอกเหนือจากนี้ กองทัพจีนและสหรัฐฯ เห็นพ้องที่จะลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ว่าด้วยการเสริมแกร่งการป้องกันและการสื่อสารในภาวะวิกฤตโดยเร็วที่สุด และกองทัพของทั้งสองประเทศจะเดินหน้าความร่วมมือในการค้นหาร่างของทหารสหรัฐฯ ในจีนต่อไป
ทั้งนี้ หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ระบุว่า “การเยือนครั้งประวัติศาสตร์นี้ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์และมั่นคงระหว่างจีนและสหรัฐฯ อีกทั้งยังช่วยรักษาเสถียรภาพโดยรวมของความสัมพันธ์ทวิภาคี เปิดศักราชใหม่แห่งความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ และจะส่งผลกระทบในวงกว้างต่อสันติภาพและการพัฒนาของโลก”
ภาพ : REUTERS/Kylie Cooper
อ้างอิง :


