วันนี้ (6 กรกฎาคม) ช่างภาพ THE STANDARD ลงพื้นที่บริเวณด้านหน้าสถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามบรรยากาศการจัดกิจกรรม ‘ปฏิบัติการเรียกร้องแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดน’ ของเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมกันแก้ไขปัญหามลพิษในแม่น้ำข้ามพรมแดนอย่างเป็นรูปธรรม
บรรยากาศการชุมนุมเริ่มจากกลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมเดินเท้าจากบริเวณหน้าสวนสาธารณะหนองบวกหาดไปยังสถานกงสุลใหญ่จีนประจำเชียงใหม่ โดยพบว่ามีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีการนำแผงเหล็กมาติดตั้งตลอดแนวด้านหน้าสถานกงสุล และจำกัดการสัญจรผ่านบริเวณดังกล่าว
ขณะเดียวกัน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครรักษาดินแดนประมาณ 60-70 นาย ดูแลความเรียบร้อย โดยระหว่างที่กลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางมาถึงพื้นที่ เกิดเหตุฉุดยื้อกับเจ้าหน้าที่ ส่งผลให้มีผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บ 2 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำส่งโรงพยาบาลต่อไป
สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้ เครือข่ายประชาชนระบุว่า เกิดจากความกังวลต่อสถานการณ์แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขง แม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำกระบุรี ซึ่งกำลังเผชิญปัญหามลพิษที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ วิถีชีวิต และทรัพยากรของประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำ
ภายในกิจกรรม ตัวแทนเครือข่ายได้ยื่นหนังสือต่อผู้แทนสถานกงสุลใหญ่จีนประจำเชียงใหม่ พร้อมส่งมอบตัวอย่างน้ำจากแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง เพื่อสะท้อนความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพน้ำในพื้นที่ที่กำลังประสบปัญหา
นอกจากนี้ เครือข่ายยังมอบ ‘ลาบปลาน้ำกก’ เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ถึงความปลอดภัยของทรัพยากรอาหาร คุณภาพชีวิต และผลกระทบต่อประชาชนที่พึ่งพาแม่น้ำ โดยผู้จัดกิจกรรมระบุว่า แม่น้ำข้ามพรมแดนเป็นทรัพยากรที่เชื่อมโยงผู้คนหลายประเทศ การแก้ไขปัญหาจึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
ด้าน สายัณน์ ข้ามหนึ่ง ตัวแทนเครือข่าย กล่าวว่า เครือข่ายต้องการให้รัฐบาลจีนร่วมตรวจสอบข้อกังวลเกี่ยวกับบริษัทเอกชนและรัฐวิสาหกิจจีนที่อาจเกี่ยวข้องกับกิจกรรมซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยอ้างถึงแถลงการณ์ของสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้ ซึ่งระบุว่าจีนไม่สนับสนุนให้บริษัทจีนทำลายสิ่งแวดล้อมในต่างประเทศ และพร้อมใช้กลไกความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขงในการแก้ไขปัญหา
สายัณน์กล่าวว่า แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขง แม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำกระบุรี เป็นแม่น้ำที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตของประชาชนในหลายพื้นที่ พร้อมย้ำว่า “แม่น้ำไม่ใช่ของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นชีวิตของผู้คนทั้งลุ่มน้ำ” และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง
ทั้งนี้ หนังสือที่เครือข่ายยื่นผ่านสถานกงสุลใหญ่จีนประจำเชียงใหม่ มีข้อเรียกร้อง 4 ประการ ได้แก่
- ขอให้กำกับดูแลบริษัทจีนที่อาจก่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
- ขอให้ตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของแร่จากเมียนมา
- ขอให้ใช้กลไกความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง เพื่อฟื้นฟูแม่น้ำและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
- ขอให้จัดตั้งคณะผู้ตรวจสอบร่วมหลายฝ่าย เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบเหมืองแร่ในเมียนมา พร้อมเปิดเผยผลการตรวจสอบต่อสาธารณะ
อย่างไรก็ตาม ก่อนการชุมนุม ไพศาล พืชมงคล ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแสดงความเห็นต่อการเคลื่อนไหวดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการเคลื่อนไหวในลักษณะ ‘ชักศึกเข้าบ้าน’ และกล่าวอ้างว่าอาจเกิดเหตุไม่สงบกับสถานกงสุลจีน
ต่อมา คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือ หรือ กป.อพช.ภาคเหนือ ชี้แจงว่า การชุมนุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและรัฐบาลจีนกำกับดูแลบริษัททุนที่ถูกกล่าวหาว่าส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของประชาชน พร้อมยืนยันว่าเป็นการแสดงออกโดยสันติ และมุ่งผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดนอย่างเป็นรูปธรรม










