วันนี้ (27 กันยายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมติดตามและสั่งการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ ห้องประชุมสำนักการระบายน้ำ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง)
ชัชชาติเปิดเผยว่า ภาพรวมสถานการณ์ฝนในพื้นที่เริ่มดีขึ้น เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำที่ส่งผลกระทบในช่วง 3 วันที่ผ่านมาได้เคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกแล้ว ปริมาณฝนที่เข้ามาเติมจึงลดลงและกลับสู่สภาวะฝนมรสุมตามปกติ อย่างไรก็ตาม แม้สำนักการระบายน้ำจะเร่งเดินเครื่องอย่างต่อเนื่อง แต่ระดับน้ำในคลองสายหลักยังคงอยู่ในระดับสูง และบางคลองมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากการรับมวลน้ำหลากจากพื้นที่ข้างเคียง
กรุงเทพมหานครได้ยกระดับการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเป็นวาระเร่งด่วนสูงสุด ทั้งผู้ป่วยติดเตียงที่ยังคงติดค้างในพื้นที่น้ำท่วมสูง รวมถึงประชาชนที่มีสัตว์เลี้ยง โดยมอบหมายให้สำนักการแพทย์ สำนักอนามัย สำนักงานเขต และสำนักงานประชาสัมพันธ์ มอนิเตอร์การขอความช่วยเหลือผ่านโซเชียลมีเดียอย่างใกล้ชิด พร้อมใช้สายด่วน 1669 และ 1555 เป็นช่องทางหลักในการรับแจ้งเหตุ
สำหรับการอพยพประชาชนในชุมชนบ้านพักชั้นเดียว เช่น เคหะร่มเกล้า และพื้นที่เขตลาดกระบัง ซึ่งถูกน้ำท่วมสูงจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ กทม. ประเมินว่าจำเป็นต้องอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ทั้งชุมชน และต้องเตรียมจัดตั้งศูนย์พักพิงระยะยาว โดยเตรียมประสานขอใช้พื้นที่ที่มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น พื้นที่ของมหาวิทยาลัย
พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้สำนักสิ่งแวดล้อมจัดหารถห้องน้ำเคลื่อนที่เพิ่มเติม หรือประสานขอรับการสนับสนุนจากภาคเอกชน เพื่อรักษามาตรฐานสุขอนามัยของผู้พักพิง โดยต้องมีเจ้าหน้าที่ดูแลทำความสะอาดและเติมน้ำอย่างต่อเนื่อง
ด้านการบริหารจัดการอาหาร กทม. ได้กำหนดหลักเกณฑ์การจัดหาอาหารเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเป็นระบบ โดยวางกลไกให้สามารถจัดสรรงบกลางผ่านสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) ในกรณีที่งบประมาณของสำนักงานเขตไม่เพียงพอ รวมถึงมีมาตรการรองรับการเบิกจ่ายชดเชยย้อนหลัง เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและไม่หยุดชะงัก
ชัชชาติเน้นย้ำในช่วงท้ายว่า แม้ปริมาณฝนจะเริ่มเบาบางลง แต่สถานการณ์น้ำท่วมขังในชุมชนยังไม่สิ้นสุด กทม. จึงต้องเตรียมความพร้อมรับมือในระยะยาว โดยมีหัวใจสำคัญคือการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุดเพื่อคืนสภาพความปกติให้แก่ประชาชนโดยเร็ว


