วันนี้ (24 มิถุนายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 ชี้แจงผ่านช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง ในประเด็นที่ว่าเหตุใดนโยบายต่างๆ จึงเพิ่งนำเสนอในช่วงการหาเสียง
ประเด็นสำคัญ
โดยชัชชาติระบุว่า ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ทีมงานได้ขับเคลื่อนนโยบายอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถผลักดันนโยบายให้สำเร็จและอยู่ระหว่างดำเนินการได้ถึง 235 นโยบาย จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ 216 นโยบาย ซึ่งประชาชนสามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ผ่านระบบเปิดเผยข้อมูลนโยบาย (openpolicy.bangkok.go.th) และพร้อมจะนำแผนงานดังกล่าวมาต่อยอดเป็นนโยบายเชิงประเด็นมากกว่า 250 นโยบาย ผ่านทางเว็บไซต์ teamchadchart.com เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมืองในอีก 4 ปีข้างหน้า
ทั้งนี้ ทีมกรุงเทพฯ ทำงาน ได้สรุปผลงานสำคัญในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา ควบคู่กับการกางโรดแมปการดำเนินงานในอนาคตออกเป็นมิติต่างๆ
มิติด้านโครงสร้างพื้นฐาน การระบายน้ำ และการคมนาคม
- ระบบรับเรื่องร้องเรียน (Traffy Fondue): รับเรื่องแล้วกว่า 1.3 ล้านเรื่อง ดำเนินการแก้ไขเสร็จสิ้นมากกว่า 1 ล้านเรื่อง แผนต่อไปคือการใช้เทคโนโลยีสแกนเมืองเชิงรุกเพื่อตรวจจับจุดชำรุดและจุดมืดในพื้นที่
- การจัดการปัญหาน้ำท่วม: แก้ไขจุดเสี่ยงไปแล้วร้อยละ 70 (ประมาณ 500 จุด) เตรียมเดินหน้าแก้ไขอีก 200 จุดที่เหลือ พร้อมเร่งรัดการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำอีก 6 แห่ง (เช่น คลองเปรมประชากร และแสนแสบส่วนต่อขยาย) ให้เสร็จสิ้นเพิ่มเติมจาก 5 แห่งที่เปิดใช้งานแล้ว
- ภาระหนี้สินและการเดินทาง: ดำเนินการชำระหนี้รถไฟฟ้า BTS ไปแล้วมากกว่า 70,000 ล้านบาท โดยเฟสต่อไปมุ่งเน้นการลดค่าโดยสารผ่านระบบตั๋วเดือนและระบบตั๋วร่วมเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน
มิติด้านสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม และสวัสดิการสังคม
- การแพทย์และสาธารณสุข: เปิดโรงพยาบาลแห่งใหม่รวม 3 แห่ง (ดอนเมือง, ภาษีเจริญ, สายไหม) อยู่ระหว่างก่อสร้างที่เขตทุ่งครุ 1 แห่ง มีเตียงรวม 2,897 เตียง โดยตั้งเป้าเพิ่มโรงพยาบาลใหม่อีก 1 แห่งในโซนวังทองหลาง-บางกะปิ เพื่อขยายขีดความสามารถเป็น 4,800 เตียง ควบคู่กับการยกระดับการตรวจสุขภาพฟรีถ้วนหน้าจาก 1 ล้านครั้ง เป็น 2 ล้านครั้ง และปรับปรุงศูนย์บริการสาธารณสุขเพิ่มอีก 38 แห่ง
- พื้นที่สีเขียวและการจัดการขยะ: ดำเนินการปลูกต้นไม้แล้ว 2.6 ล้านต้น และจะปลูกเพิ่มอีก 2 ล้านต้น ส่วนโครงการสวน 15 นาที พัฒนาแล้ว 471 สวน โดยตั้งเป้าให้ครบ 500 สวน และเพิ่มสวนขนาดใหญ่ (มากกว่า 10 ไร่) อีก 6 แห่ง ด้านการจัดการขยะสามารถลดปริมาณขยะจาก 10,800 ตัน/วัน เหลือ 9,500 ตัน/วัน และตั้งเป้าลดเพิ่มอีก 1,000 ตัน/วัน
- ความมั่นคงทางอาหาร: จัดส่งอาหารผ่านระบบธนาคารอาหาร (Foodbank) แล้ว 5.45 ล้านมื้อ และตั้งเป้ากระจายเพิ่มอีก 10 ล้านมื้อ
มิติด้านการศึกษา ความปลอดภัย และความโปร่งใสภาครัฐ
- การศึกษาและเทคโนโลยี: พัฒนาห้องเรียนดิจิทัลในระดับ ป.4 และ ม.1 และจะขยายผลให้ครอบคลุมทุกโรงเรียนสังกัด กทม. ตั้งแต่ ป.4 ถึง ม.6 พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Next Learn) เพื่อสะสมชั่วโมงเรียนให้ได้ 1 ล้านชั่วโมงต่อปี
- ความปลอดภัยเมือง: ปรับปรุงสถานีดับเพลิง 4 แห่ง สร้างใหม่ 2 แห่ง และเตรียมปรับปรุงเพิ่มอีก 10 แห่ง สร้างใหม่อีก 3 แห่ง พร้อมจัดตั้งศูนย์ฝึกดับเพลิงและกู้ภัยเมือง 1 แห่ง
- ความโปร่งใสและการบริการดิจิทัล: นำระบบยื่นคำขอออนไลน์ (BMAOSS) มาใช้รองรับกว่า 450,000 คำขอ และอนุมัติใบอนุญาตก่อสร้างภายใน 14 วันสำเร็จกว่า 186 เรื่อง โดยจะขยายให้ครอบคลุมทุกบริการของ กทม. นอกจากนี้ยังเพิ่มความโปร่งใสในงานก่อสร้างด้วยการนำโครงการเข้าร่วมโครงการ CoST เพิ่มขึ้นจาก 25 โครงการ เป็น 62 โครงการต่อปี และตั้งเป้านำเข้าสู่ระบบให้มากที่สุด
ในตอนท้ายระบุว่า รายละเอียดและตัวเลขสถิติทั้งหมดคือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าทีมงานได้ลงมือทำจริงตลอดเวลาที่ดำรงตำแหน่ง และนโยบาย 250+ ในวาระถัดไปไม่ใช่การเริ่มต้นใหม่จากศูนย์ แต่เป็นการต่อยอดความสำเร็จเดิมที่มีฐานข้อมูลรองรับอย่างเป็นระบบ ซึ่งตนและทีมงานมีความพร้อมที่จะสานงานต่อและเข้าปฏิบัติหน้าที่เพื่อขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครได้ในทันที


