วันนี้ (20 ตุลาคม) ที่ ทำเนียบรัฐบาล ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ณ จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 โดยวาระหลักจะเป็นการหารือเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาในกลุ่มจังหวัดอีสานตอนบน (บึงกาฬ หนองคาย อุดรธานี หนองบัวลำภู และเลย) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมด้านสถานที่ เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
สำหรับการเสนอโครงการเข้าสู่ที่ประชุม ครม. สัญจร จะมุ่งเน้นกรอบการทำงานด้านการเกษตรและการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีการเชิญหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในกลุ่มจังหวัดมาร่วมหารือ ขณะนี้ขั้นตอนการเสนอโครงการขนาดใหญ่อยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กรอ.) ระดับจังหวัด ซึ่งจะมีการประชุมภายในสัปดาห์นี้
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวการจำกัดวงเงินงบประมาณ 50-100 ล้านบาทต่อจังหวัดนั้น ทรงศักดิ์ยืนยันว่า ยังไม่มีการระบุตัวเลขที่ชัดเจน แต่ขอให้แต่ละจังหวัดเสนอโครงการเข้ามาก่อน เพื่อให้รัฐบาลพิจารณาความเหมาะสมและให้สอดคล้องกับงบประมาณที่มีอยู่ โดยมุ่งหวังให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพื้นที่ ทั้งนี้ ในวันที่ 2 พฤศจิกายน เวลา 17.00 น. นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ก่อนการประชุม ครม. สัญจรในวันถัดไป
ทรงศักดิ์ ยังได้ชี้แจงถึงกรณีภาพนายกรัฐมนตรีร่วมรับประทานอาหารอินเดียกับ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ว่าเป็นเพียงการตีความทางการเมือง การรับประทานอาหารร่วมกันถือเป็นเรื่องปกติของนักการเมืองและผู้ใหญ่ที่คุ้นเคยกัน แม้จะถูกมองว่าอยู่นอกพรรคร่วมรัฐบาล แต่ในความเป็นจริง นอกสภาผู้แทนราษฎรนักการเมืองล้วนเป็นมิตรและพูดคุยกันเป็นปกติ ไม่ได้มีการแบ่งแยกฝ่าย และปฏิเสธว่าการพูดคุยกับขั้วสีเขียวไม่ได้เป็นการข่มขวัญขั้วสีแดงตามที่มีการตั้งข้อสังเกต
เมื่อสอบถามถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมถึงข่าวลือที่พรรคกล้าธรรมอาจได้โควตากระทรวงริมน้ำ ทรงศักดิ์ระบุว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจเด็ดขาดของนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ตนไม่สามารถตอบแทนได้ แต่ในทางการเมือง การปรับเปลี่ยนการทำงานของรัฐมนตรีสามารถเกิดขึ้นได้ตามความเหมาะสมของห้วงเวลา
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเพิ่งเข้ามาบริหารประเทศได้เพียงไม่กี่เดือน การประเมินผลงานหรือ KPI ในช่วงนี้ยังคงเป็นไปตามปกติที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายงานให้แต่ละกระทรวง ซึ่งตนก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่และเข้าร่วมประชุมอย่างต่อเนื่อง


