×

กทม. โต้ข่าวยกเลิก ‘แก้มลิง’ ยืนยันเดินหน้าตามแนวพระราชดำริเล็งขยายครบ 45 แห่ง แจงปม 6 โครงการไม่ผ่านประชาพิจารณ์

โดย THE STANDARD TEAM
30.09.2026
  • LOADING...
ภาพบึงรับน้ำแก้มลิงในกรุงเทพมหานคร

วันนี้ (30 กันยายน) เจษฎา จันทรประภา ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ออกมาชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการยกเลิกโครงการบึงรับน้ำ หรือ แก้มลิง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยยืนยันว่า กทม. ไม่ได้ยกเลิกการใช้พื้นที่หน่วงน้ำ และยังคงน้อมนำแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 มาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาแก้มลิงและเพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่รับน้ำอย่างต่อเนื่อง

 

ปัจจุบัน กทม. มีพื้นที่รับและหน่วงน้ำตามแนวพระราชดำริโครงการแก้มลิง จำนวน 38 แห่ง รวมปริมาตรเก็บกัก 13,712,305 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2565 (ที่มี 34 แห่ง ความจุรวม 13,468,605 ลูกบาศก์เมตร)

 

สำหรับพื้นที่รับน้ำ 4 แห่งที่เพิ่งดำเนินการแล้วเสร็จ ประกอบด้วย แก้มลิงคลองระหัสถึงคลองครุ, บึงสีกัน, บึงสาธารณะลาดพร้าว 71 และบึงวงเวียนบางเขน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า กทม. ไม่เพียงแต่พัฒนาพื้นที่แห่งใหม่ แต่ยังมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพบึงเดิมให้รองรับน้ำได้มากขึ้น

 

นอกจากนี้ กทม. อยู่ระหว่างเร่งรัดโครงการแก้มลิงเพิ่มเติมอีก 7 แห่ง รวมปริมาตรรองรับน้ำประมาณ 290,000 ลูกบาศก์เมตร ได้แก่ บึงวัดพรหมรังสี เขตดอนเมือง (กำหนดแล้วเสร็จปี 2569) และอีก 6 โครงการที่ตั้งเป้าแล้วเสร็จในปี 2570 ได้แก่ ทำนบเพื่อการเกษตรตอนคลองหลวงแพร่ง, แก้มลิงสวน 60 พรรษาฯ, บึงสวนพระนคร, แก้มลิงศูนย์ราชการบางนา, แก้มลิงบริเวณถนนอำนวยสงคราม และการปรับปรุงแก้มลิงบึงกระเทียม ซึ่งหากดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมด กทม. จะมีแก้มลิงรวมทั้งสิ้น 45 แห่ง สามารถรองรับน้ำได้มากกว่า 14 ล้านลูกบาศก์เมตร

 

ส่วนกรณีโครงการบึงรับน้ำ 6 แห่งที่สำนักการระบายน้ำเคยศึกษาและกำหนดไว้ก่อนหน้านี้ พบว่า 4 แห่งไม่ผ่านความเห็นชอบจากการทำประชาพิจารณ์ของประชาชนในพื้นที่ ขณะที่โครงการบึงรับน้ำคลองคู้บอน และคลองบางชัน มีประเด็นเรื่องความคุ้มค่าในการเวนคืนและก่อสร้าง เมื่อเทียบกับการพัฒนาบึงหนองบอนและระบบลำเลียงน้ำ

 

สำหรับกระแสข่าวที่ระบุว่าการจัดทำผังเมืองใหม่ไม่มีเรื่องของแก้มลิงปรากฏอยู่นั้น สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง ยืนยันว่าเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากแก้มลิงทั้ง 6 โครงการดังกล่าวไม่เคยถูกบรรจุอยู่ในผังเมืองปัจจุบันแต่ต้น เพราะไม่ผ่านตั้งแต่ขั้นตอนประชาพิจารณ์

 

เจษฎา อธิบายเพิ่มเติมว่า การบริหารจัดการน้ำไม่ได้พิจารณาเฉพาะปริมาตรของบึงรับน้ำ แต่ต้องทำงานร่วมกับคลอง ประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ และระบบลำเลียงน้ำ เพื่อให้น้ำสามารถไหลเข้าสู่พื้นที่หน่วงน้ำและระบายออกได้อย่างต่อเนื่อง เพราะหากบึงเต็มแต่ระดับน้ำในคลองรอบข้างยังสูง ก็จะไม่สามารถพร่องน้ำเพื่อเตรียมรองรับฝนระลอกใหม่ได้

 

นอกจากนี้ โครงสร้างระบบระบายน้ำฝั่งตะวันออกได้เปลี่ยนแปลงไปจากช่วงที่เริ่มศึกษาโครงการ กทม. จึงมีแผนพัฒนาอุโมงค์ระบายน้ำส่วนต่อขยายบึงหนองบอน ควบคู่กับการปรับปรุงคลองสายหลักแนวเหนือ-ใต้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการลำเลียงน้ำจากพื้นที่ตอนบนเข้าสู่อุโมงค์ตอนล่าง

 

จากการศึกษาความเหมาะสมเปรียบเทียบค่าเวนคืน ค่าก่อสร้าง และประสิทธิภาพ พบว่าแนวทางพัฒนาบึงรับน้ำคลองคู้บอนและคลองบางชัน มีมูลค่าสูงถึง 11,000 ล้านบาท ขณะที่แนวทางพัฒนาระบบคลองสายหลักและระบบลำเลียงน้ำเพื่อเชื่อมต่อกับอุโมงค์ระบายน้ำ มีมูลค่าประมาณ 6,500 ล้านบาท ซึ่งมีความคุ้มค่ามากกว่า

 

กรุงเทพมหานครเน้นย้ำว่า การปรับปรุงพัฒนาพื้นที่รับน้ำต้องอาศัยความเห็นชอบจากประชาชนในท้องที่ และต้องใช้เวลาในการก่อสร้างเพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถอยู่ร่วมกับน้ำได้ทั้งในยามฝนตกและยามแล้งอย่างยั่งยืนระยะยาว

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising