×

วิโรจน์ จัดปราศรัยใหญ่ เสนอรื้อระบบเก็บภาษีจัดการกลุ่มนายทุน แก้ปัญหาเรื้อรัง ธนาธร-ไอติม-พรรณิการ์ ร่วมเวที

โดย THE STANDARD TEAM
15.05.2022
  • LOADING...
วิโรจน์ ลักขณาอดิศร

วานนี้ (14 พฤษภาคม) ที่ลานอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน วงเวียนใหญ่ วิโรจน์ ลักขณาดิศร ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) หมายเลข 1 จัดเวทีปราศรัยแสดงวิสัยทัศน์และนโยบาย

 

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร

 

พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ผู้เปิดการปราศรัยในวันนี้ และดำเนินรายการบนเวที กล่าวว่า มองย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 วันนั้นประชาชนตัดสินใจเลือก ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ผลที่ได้คือ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาบริหารงาน ตลอดหลายปีที่ผ่านมาประชาชนสูญเสียอะไรบ้างจากรัฐบาลที่ไม่ได้เลือก มองในมุมของการเมืองระดับชาติ สิ่งที่เสียไปคือพรรคอนาคตใหม่ที่มีคนเลือกให้ทำงานรับใช้ประมาณ 6 ล้านคน ถูกยุบทิ้งโดยคนไม่กี่คนที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน ช่วงที่มีการแพร่ระบาดโควิดในประเทศ การจัดการปัญหาภายใต้รัฐบาลที่ไม่มีสติปัญญาทำให้หลายหมื่นครอบครัวต้องสูญเสียสมาชิกไป

 

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร

 

อีกทั้งมีคนไทยเป็นหนี้สาธารณะกว่า 10 ล้านล้านบาท จากรัฐบาลที่ขาดความสามารถในการนำเงินมาบริหารประเทศ 3 ปีที่ผ่านมาเยาวชนคนหนุ่มสาวถูกดำเนินคดีความทางการเมือง ติดคุก อดอาหารประท้วงจำนวนมาก เป็นคดีความมั่นคง มีความร้ายแรง และยังมีผู้เสียชีวิตจากการขัดแย้งทางการเมือง

 

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร

 

สำหรับผลกระทบที่เกิดกับกรุงเทพฯ การที่ได้ผู้ว่าฯ กทม. ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งมาบริหารกรุงเทพฯ 5 ปี ต้องพบคนที่นอนตายข้างถนน น้ำรอการระบาย น้ำระบายออกไม่ได้ คลองโอ่งอ่าง คลองช่องนนทรี ใช้งบหลายร้อยล้านพัฒนา แต่คลองอื่นๆ อีกมากมายไม่ได้รับการพัฒนา และสุดท้ายเวลาฝนตกน้ำก็ท่วม

 

พรรณิการ์ระบุว่า ไม่ว่าวันนี้วิโรจน์จะแพ้ ชนะ ได้คะแนนเท่าไร ไม่ใช่สิ่งที่มุ่งเป้า แต่หวังว่าวันเลือกตั้ง 22 พฤษภาคมนี้ ประชาชนที่เดินเข้าคูหาจะใช้ความรู้สึกเหมือนวันที่ 24 มีนาคม 2562 ขอให้ทุกคนเลือกคนที่มองเห็นถึงหัวอกประชาชน ไม่หวั่นไหวและยืนหยัดอยู่เคียงข้างประชาชน

 

ด้าน พริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ ไอติม ผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบายของพรรคก้าวไกล กล่าวว่า มองเห็นถึงความไม่เท่าเทียมของประชากรในเมืองเดียวกัน กรุงเทพฯ เปรียบเหมือนผู้ป่วยที่พรรคก้าวไกลต้องเข้าไปเติมเต็มสารอาหาร สิ่งที่ต้องทำอย่างแรกคือการเติมรายได้เข้ากระเป๋าให้ประชาชน แม้กรุงเทพฯ จะมีค่าแรงสูง แต่ขณะเดียวกันค่าครองชีพ ค่าใช้จ่ายก็มาก และเมื่อรวมกับช่วงการแพร่ระบาดของโควิด ก็เก็บเงินได้น้อยลง สิ่งที่พรรคจะทำคือเติมสวัสดิการผู้สูงวัยเป็น 1,000 บาทต่อเดือน เด็กเล็ก 1,200 บาทต่อเดือน, ทำที่พักอาศัยใจกลางเมืองราคาถูก, เปิดเส้นทางเดินรถที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ไม่มี, จัดการปัญหารถติด เพิ่มเวลาให้คน กทม. และเพิ่มศักยภาพของโรงเรียนในสังกัด กทม.

 

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร

 

พริษฐ์ระบุว่า ผู้ว่าฯ กทม.ที่จะเป็นยาแรงรักษา ดูแล กทม. ได้ ต้องมีคุณสมบัติอย่างแรก ต้องเป็นผู้ว่าที่กล้าแก้กติกาของ กทม. มีอำนาจหน้าที่กว้างขึ้น เพื่อตัดสินใจแก้ปัญหาหลายอย่าง ข้อสอง ผู้ว่าฯ กทม. ต้องมองภาพทั้งประเทศ ต้องมองถึงปัญหาคนจังหวัดอื่น เพราะทุกวันนี้เมืองขยายเพิ่ม เกิดความแออัด การเพิ่มขึ้นของปัญหาสิ่งแวดล้อม เพราะคนเข้ามาทำงานอาศัยในกรุงเทพฯ สิ่งที่ต้องทำคือการกระจายความเจริญไปถึงจังหวัดอื่น ไม่เช่นนั้นเมืองหลักจะขยายอย่างเดียว กรุงเทพฯ และจังหวัดอื่นต้องขยายไปพร้อมกัน

 

หากเปรียบการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เหมือนการแข่งฟุตบอล หลายคนมองว่าพรรคก้าวไกลอยู่ในฐานะเป็นรอง แต่ตนอยากบอกว่าการแข่งขันนี้ยังไม่เริ่ม และยืนยันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคก้าวไกลไม่ลงแข่งด้วยความกลัว กังวล และถือว่าเป็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลง

 

สำหรับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวว่า กรุงเทพฯ คือเมืองที่มีคนมากมายเข้ามาอาศัย มาตั้งรกราก ถึงวันนี้หากใครมองว่ากรุงเทพฯ จัดการแก้ไขปัญหาไม่ได้ ตนไม่เชื่อ และตนมีความหวังว่ากรุงเทพฯ จะสามารถดีกว่านี้ได้

 

ธนาธรระบุว่า วิโรจน์เป็นทั้งนักบริหารและนักอุดมการณ์ในคนเดียวกัน ตอนที่ทำงานเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) วิโรจน์เป็นดาวสภา ซึ่งการที่ไปถึงจุดนั้นไม่ใช่มีเพียงวาทศิลป์ แต่ต้องสามารถจับประเด็น แยกปัญหา นำเสนอให้ประชาชนเข้าใจง่าย และกล้าต่อสู้กับสิ่งที่ไม่เป็นธรรม ผลงานที่ผ่านมา เช่น การเปิดโปงขบวนการไอโอกองทัพ หรือที่รู้จักกันว่าแอ็กเคานต์ผี ที่ทำหน้าที่ด้อยค่าฝ่ายค้าน ปกป้องรัฐบาลด้วยข้อมูลผิด ใช้ภาษีประชาชนทำให้คนแตกแยกเกลียดชัง

 

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร

 

ตลอดสองปีที่ผ่านมาที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด วิโรจน์เป็นแรงผลักดันสำคัญเรื่องการผลักดันวัคซีนทางเลือกให้มีความหลากหลาย และยังเรียกร้องให้มีการเปิดเผยสัญญาจัดซื้อจัดจ้างวัคซีนให้โปร่งใส สำหรับตนและวิโรจน์ ทุกครั้งที่เจอกันจะพูดคุยแต่ปัญหาของประชาชน สิ่งนี้เป็นเครื่องสะท้อนถึงความมุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะทำงานให้ประชาชน

 

ธนาธรกล่าวต่อว่า หากประชาชนต้องการเลือกพรรคที่ต่อสู้เพื่อประชาชน ควรเลือกพรรคก้าวไกล ควรสนับสนุนทุกการเลือกตั้ง เพราะพรรคยืนยันจะต่อสู้เพื่อความไม่เป็นธรรม และตนยืนยันได้ว่าวิโรจน์เป็นนักบริหารที่พิสูจน์ฝีมือและอุดมการณ์แล้วว่าต่อสู้เพื่อคนส่วนใหญ่ทั้งประเทศ

 

ต่อมาเวลา 19.40 น. วิโรจน์ขึ้นปราศรัย กล่าวถึงปัญหาการจัดเก็บขยะที่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมภาษีอย่างไม่สมเหตุสมผล และการที่ต้องรอรถขยะเข้ามาเก็บที่ไม่สม่ำเสมอ มองว่าที่ผ่านมามีคนที่มีอภิสิทธิ์ในสังคมจ่ายน้อย หรือหลบเลี่ยงจ่าย และปัญหากลุ่มผู้รับเหมารายเดิมๆ ที่ทำโครงการไร้มาตรฐานแต่กลับได้งาน ได้ภาษีจากประชาชน สิ่งเหล่านี้ถือเป็นอาการป่วยที่เรื้อรังของ กทม.

 

วิโรจน์ยังระบุถึงปัญหาของรถโดยสารสาธารณะที่ขาดการอุดหนุน รถไฟฟ้าที่มีราคาแพง ซึ่งมีกลุ่มนายทุนอสังหาริมทรัพย์ได้ประโยชน์แอบแฝงเรื่อยมา ที่ผ่านมาไม่มีผู้ว่าฯ กทม. คนไหนพูดถึงเรื่องเหล่านี้ ทำให้การพัฒนาเมือง คนตัวใหญ่สูบประโยชน์ไปทั้งหมด 

 

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร

 

ส่วนประเด็นการจัดการบำบัดน้ำเสียที่ส่วนมากเกิดจากโรงงานขนาดใหญ่ เดิมเคยมีการบัญญัติไว้ว่าจะเก็บอัตราค่าธรรมเนียม แต่ต่อมากลับถูกยกเลิก จึงเกิดคำถามว่าแล้วจะนำเงินส่วนไหนไปแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมถึงประเด็นภาษีป้าย ตลอดเวลาผู้ประกอบการรายย่อยถูกเก็บแพงกว่าเจ้าของป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ ตนเชื่อว่าถ้ามีการปรับแก้เรื่องภาษีให้เป็นธรรมมากขึ้น กทม. จะสามารถมีรายได้เพิ่ม 

 

ซึ่งเงินจากภาษีเหล่านี้จะนำไปเติมในส่วนของสวัสดิการคนผู้สูงอายุ เด็ก ผู้พิการ แก้น้ำท่วมด้วยการลอกท่อ เพิ่มสวัสดิการเจ้าหน้าที่ในสังกัด กทม. ซึ่งท้ายสุดถ้ามีงบประมาณมาก ผ่านการบริหารที่สุจริต ประโยชน์จะตกกับคนกรุงเทพฯ เอง

 

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising