สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ชี้แจงลำดับเหตุการณ์การตรวจสอบกรณีตึกถล่ม พร้อมตอบข้อสงสัยประเด็นการทำงานของหน่วยงานและการนำเสนอข่าวขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) โดยยืนยันว่ากระบวนการตรวจสอบเริ่มต้นขึ้นก่อนที่สื่อจะนำเสนอข่าว จึงไม่ใช่การดำเนินการเพื่อแก้เกี้ยว พร้อมย้ำจุดยืนไม่เคยฟ้องเพื่อปิดปากสื่อมวลชน แต่จะดำเนินคดีเฉพาะบุคคลหรือนิติบุคคลที่บิดเบือนข้อมูลจนทำให้หน่วยงานได้รับความเสียหายเท่านั้น
สตง. แจงความคืบหน้าคดีตึกถล่ม
สำหรับเหตุการณ์ตึกถล่มเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 สตง. ระบุว่าได้เร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องทันที โดยคณะกรรมการที่ถูกแต่งตั้งขึ้นในกรอบเวลา 90 วัน ได้สรุปผลและส่งสำนวนการสอบสวนไปยังพนักงานสอบสวน ซึ่งได้มีการสอบปากคำทั้งจากฝั่ง สตง. และผู้รับจ้าง จนนำไปสู่การชี้มูลความผิดผู้กระทำความผิดเป็นที่เรียบร้อย ปัจจุบันคดีดังกล่าวได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลแล้ว
ขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้วเช่นกัน
กางไทม์ไลน์ ยันเปิดการตรวจสอบก่อนสื่อเสนอข่าว
ต่อประเด็นข้อสงสัยที่ว่าการตรวจสอบไทยพีบีเอสเกิดจากความไม่พอใจที่สื่อนำเสนอข่าวของ สตง. หรือไม่นั้น สตง. ได้กางลำดับเวลาการทำงานเพื่อชี้แจงว่า คณะกรรมการชุดดังกล่าวได้รับการแต่งตั้งตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2569 เนื่องจากมีเรื่องร้องเรียนส่งเข้ามา
จากนั้นในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 สตง. ได้เริ่มเปิดการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ ขณะที่ไทยพีบีเอสเพิ่งเริ่มเผยแพร่รายงานพิเศษ (Scoop) สรุปกรณีตึกถล่มในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569
สตง. ยืนยันว่า การเปิดการตรวจสอบของ สตง. เกิดขึ้นก่อนที่สื่อจะออกอากาศรายงานข่าวดังกล่าว ดังนั้นจึงไม่ใช่การกระทำเพื่อแก้เกี้ยวแต่อย่างใด
ทำหนังสือท้วงติงข้อมูลคลาดเคลื่อน
นอกจากนี้ สตง. มีทีมติดตามการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนช่องทางต่างๆ และพบว่าในบางช่วงบางตอนของการนำเสนอข่าวมีข้อมูลคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง สตง. จึงได้จัดการแถลงข่าวในวันที่ 20 มีนาคม 2569 และได้ทำหนังสือถึงไทยพีบีเอสเมื่อประมาณวันที่ 27 มีนาคม 2569 เพื่อขอให้พิจารณาทบทวนและนำเสนอข้อมูลให้ถูกต้องตามข้อเท็จจริง
ต่อมาในวันที่ 1 เมษายน 2569 ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ไปให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์เพื่อชี้แจงตอบคำถามในทุกประเด็น เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ใกล้ครบกำหนด 1 ปีของเหตุการณ์ตึกถล่มพอดี
หลังจากนั้นไทยพีบีเอสได้มีหนังสือตอบกลับมายัง สตง. โดยยืนยันว่าได้ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดครบถ้วนแล้วและไม่ได้ผิดจรรยาบรรณวิชาชีพสื่อมวลชน พร้อมระบุว่าหาก สตง. ต้องการชี้แจงเพิ่มเติมก็ยินดีเปิดพื้นที่ให้ ซึ่ง สตง. พิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินได้ชี้แจงผ่านสื่อมวลชนไปก่อนหน้านั้นแล้ว เรื่องนี้จึงถือว่ามีความเข้าใจที่ตรงกันและยุติลงในระดับหนึ่ง
ย้ำฟ้องเฉพาะผู้บิดเบือนข้อมูล ไม่ได้ฟ้องปิดปากสื่อ
สำหรับประเด็นการดำเนินคดีกับสื่อมวลชนหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง สตง. ยืนยันว่า หากเป็นการกระทำด้วยความโกรธแค้นและต้องการฟ้องสื่อที่นำเสนอข่าว คงต้องทำการฟ้องร้องทุกช่องทาง แต่ สตง. ไม่เคยดำเนินการเช่นนั้น และไม่เคยประกาศฟ้องร้องใครในลักษณะของการฟ้องปิดปากสื่อ (SLAPP)
สตง. ระบุว่า หากจะมีการดำเนินคดีทางกฎหมาย จะจำกัดเฉพาะกรณีการฟ้องร้องบุคคลหรือนิติบุคคลที่นำเสนอข้อมูลหรือจัดทำข่าวที่บิดเบือนไปจากข้อเท็จจริง จนเป็นเหตุให้ สตง. ได้รับความเสียหายเท่านั้น ซึ่งการฟ้องร้องดังกล่าวก็ดำเนินการไปตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างเงียบๆ ไม่ได้ออกมาประกาศตอบโต้ผ่านสื่อรายวัน พร้อมกันนี้ สตง. ยังได้ตั้งข้อสังเกตทิ้งท้ายถึงกรณีที่มีข้อมูลภายในรั่วไหลออกไปสู่สาธารณะด้วยว่า ใครคือผู้ปล่อยข่าวตัวจริง


