×

อนงค์ สนุก อร่อย ย่อยง่าย (บางทีก็อาจง่ายไปหน่อย)

03.05.2024
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

4 MIN READ
  • ความน่าสนใจแรกของ อนงค์ ก็คือ นี่เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในรอบ 17 ปีของ เอส-คมกฤษ ตรีวิมล ที่เคยฝากความประทับใจจากหนังรักอย่าง เพื่อนสนิท และหนังคอเมดี้ทั้ง หนูหิ่นเดอะมูฟวี่ และ สายลับจับบ้านเล็ก 
  • โครงเรื่องความรักที่เป็นไปไม่ได้ระหว่างผีกับคนถูกเอามาใช้บ่อยๆ ทั้งในหนังและละครไทย แต่ความโดดเด่นของ อนงค์ คือใส่ความน่ารักระดับลาบูบู้ 20 ตัวเข้ามาในเรื่อง โดยเฉพาะการเลือกแคสต์นักแสดงอย่างโบว์ เมลดา มารับบทอนงค์
  • สำหรับ อนงค์ คือความแปลกใหม่ ส่วนเส้นเรื่องก็บางเบาจนเหมือนมีไว้แค่สร้างสถานการณ์สำหรับวางมุกตลกลงไปเท่านั้น ซึ่งก็ยอมรับว่าผู้กำกับยังคงแม่นเรื่องจังหวะ เพียงแต่ว่ามุกตลกในเรื่องค่อนข้างเก่าและพอจะเดาทางได้หมด

ความน่าสนใจแรกของ อนงค์ ก็คือ นี่เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในรอบ 17 ปีของ เอส-คมกฤษ ตรีวิมล ที่เคยฝากความประทับใจจากหนังรักอย่าง เพื่อนสนิท และหนังคอเมดี้ทั้ง หนูหิ่นเดอะมูฟวี่ และ สายลับจับบ้านเล็ก อีกทั้งประเดิมผลงานจากบริษัท Karman Line (คาร์แมนไลน์) จากการร่วมมือของเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ และ M Studio ซึ่งเป็นการขยายอาณาจักรคอนเทนต์เวิร์คพอยท์สู่วงการภาพยนตร์แบบจริงๆ จังๆ หลังจากเคยประสบความสำเร็จมาแล้วจาก ไบค์แมน ศักรินทร์ตูดหมึก และ อีเรียมซิ่ง เมื่อไม่กี่ปีก่อน 

 

อย่างที่พอจะรู้กันว่าผลงานจากค่ายเวิร์คพอยท์ส่วนใหญ่คือการยกระดับเนื้อหาระดับแมสขึ้นมาทำให้พรีเมียมขึ้นด้วยโปรดักชันคุณภาพ ซึ่ง อนงค์ ก็ตอบโจทย์นั้นออกมาได้อย่างดีด้วยการเป็นหนังผีโรแมนติกคอเมดี้ที่เต็มไปด้วยความตลก เข้าใจง่าย และอบอวลไปด้วยความน่ารักตลอดทั้งเรื่อง กลายเป็นความสนุกแบบสามัญ เข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย ขณะเดียวกันในแง่ความซาบซึ้งกินใจและความแปลกใหม่ก็ยังห่างชั้นจากผลงานเก่าๆ ของเอส คมกฤษ อยู่พอสมควร

 

 

 

อนงค์ คือเรื่องราวของ โจ (จี๋-สุทธิรักษ์ ทรัพย์วิจิตร) เกมเมอร์ตกอับผู้บังเอิญได้รับสมบัติเป็นบ้านเก่าอายุ 80 ปีที่ปทุมธานี ที่บ้านหลังนี้เขาได้พบกับผีสามตนที่ตายคาบ้าน นั่นคือ อนงค์ (โบว์-เมลดา สุศรี) ทายาทเจ้าของบ้านที่ถูกบีบคอจนตาย และสองคนสนิทคือ ทองก้อน (แจ็ค-เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์) ที่ถูกฆ่าตัดคอ และ ทองหยิบ (ฝน-ทัตชญา ศุภธัญสถิต) ที่ถูกแทงไส้ไหล วิญญาณทั้งสามไปไหนไม่ได้จนกว่าจะมีใครพบศพของพวกเขา โจที่กำลังร้อนเงินเลยหาวิธีสร้างรายได้จากบ้านหลังนี้ด้วยการทำบ้านผีสิง โดยมีวิญญาณทั้งสามเป็นนักแสดงหลัก แลกกับการที่เขาจะหาร่างของทั้งสามเพื่อให้ได้ไปผุดไปเกิด ปรากฏว่าธุรกิจนี้เจริญรุ่งเรืองพร้อมๆ กับความรักที่ผุดขึ้นในใจระหว่างโจและอนงค์ เพียงแต่รักระหว่างผีกับคนไม่มีวันเป็นไปได้

 

 

โครงเรื่องความรักที่เป็นไปไม่ได้ระหว่างผีกับคนถูกเอามาใช้บ่อยๆ ทั้งในหนังและละครไทย แต่ความโดดเด่นของ อนงค์ คือใส่ความน่ารักระดับลาบูบู้ 20 ตัวเข้ามาในเรื่อง โดยเฉพาะการเลือกแคสต์นักแสดงอย่างโบว์ เมลดา มารับบทอนงค์ ซึ่งหากจะมองหานางเอกหน้าไทยที่มีดีกรีความน่ารักขนาดทำให้ตกผู้ชายเกือบทั้งประเทศก็คงไม่มีใครเหมาะไปกว่าเธออีกแล้ว โดยผู้กำกับก็รู้จักขยี้ทั้งความไร้เดียงสาแบบข้ามยุคข้ามสมัย และอากัปกิริยาแบบเด็กๆ จนไม่แปลกใจที่โจจะเผลอใจหลงรักผีไปได้ง่ายๆ 

 

ส่วนจี๋ สุทธิรักษ์ ทำหน้าที่พระเอกคอเมดี้ได้ดีแบบไม่น่าเชื่อ เพราะถ้ามองที่ผลงานเก่าๆ อย่างหนังเรื่อง 4KINGS 2 หรือละคร เกมรักทรยศ ก็เรียกว่าดีกรีความเท่คงยากที่จะมาเล่นบทตลกโบ๊ะบ๊ะ แต่ใน อนงค์ ความเท่เหล่านั้นหายไป กลายเป็นไอ้หนุ่มไม่เอาไหนแต่ดันหน้าตาดี ที่สำคัญยังมีเสน่ห์คล้ายพระเอกคู่บุญของผู้กำกับอย่าง ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ อีกต่างหาก 

 

 

สำหรับนักแสดงที่สร้างสีสันมากๆ ในเรื่องนี้ก็ต้องยกให้กับ ธามไท แพลงศิลป์ ที่มารับบท ก้อง เด็กแว้นในชุมชน โดยเฉพาะในฉากวันขึ้นปีใหม่ที่เหมือนได้ใช้จริตจะก้านที่เขาเล่นใน TikTok ออกมาหาเงินได้จากหนังเรื่องนี้ ขณะที่ฝนหรือ Monsterfon ก็ถือว่าทำได้ดีด้วยบทที่ไม่ไกลจากตัวเองมากนัก เรียกได้ว่าสอบผ่าน และค่อนข้างโดดเด่นกว่าแจ็ค แฟนฉัน ที่ในหนังเรื่องนี้เหมือนใช้ความสามารถของเขาไม่เต็มศักยภาพสักเท่าไร

 

และเพื่อให้สมฐานะการกลับมาของผู้กำกับผู้เคยร่วมงานกับดารานักแสดงเกือบทั้งวงการ และเป็นผลงานประเดิมค่ายเวิร์คพอยท์ที่เข้ามาทำภาพยนตร์เต็มตัว อนงค์ เลยโชว์พาวเวอร์ด้วยนักแสดงรับเชิญมากมายเดินแว่บไปแว่บมา ที่พอจะเป็นเนื้อเป็นหนังมากกว่าใครก็คือ ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง ในบทแฟนเก่าของโจ ที่มาพร้อมความสวยจนเหมือนลอยมาเข้าฉาก ส่วนที่ขาดไม่ได้คือเด็กในค่ายอย่างสาวๆ 4EVE ซึ่งในปีนี้สมาชิกในวงก็มีโปรเจกต์กับคาร์แมนไลน์อีกสองเรื่อง 

 

 

แต่อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า สิ่งที่หายไปสำหรับ อนงค์ คือความแปลกใหม่ ส่วนเส้นเรื่องก็บางเบาจนเหมือนมีไว้แค่สร้างสถานการณ์สำหรับวางมุกตลกลงไปเท่านั้น ซึ่งก็ยอมรับว่าผู้กำกับยังคงแม่นเรื่องจังหวะ เพียงแต่ว่ามุกตลกในเรื่องค่อนข้างเก่าและพอจะเดาทางได้หมด จนนึกในใจว่าความตลกมันไปได้อีกตลอดทั้งเรื่อง อีกส่วนก็คือคาแรกเตอร์ของตัวละครก็มาในรูปแบบที่ได้เห็นมาจากละครหลายเรื่องก่อนหน้านี้ ที่ใกล้ที่สุดก็คือบทโจใน อนงค์ มีบางอย่างที่คล้าย เอ็ม ใน หลานม่า จนเหมือนอาชีพแคสต์เกมจะกลายเป็นตัวแทนความเพ้อฝันของคนยุคใหม่ไปแล้ว 

 

ขณะที่ผู้กำกับเชี่ยวชาญในการดึงความน่ารักของโบว์ เมลดา ออกมาสร้างเสน่ห์ให้หนัง แต่กับบทภาพยนตร์มีหลายช่วงหลายคาแรกเตอร์ที่ขยี้ไปให้สุดกว่านี้ได้ ทั้งบทก้องเด็กแว้นของธามไท และ โซดา สาวสก๊อยของ ออม-ปุณยวีร์ จึงเจริญ หรือปมการตายของอนงค์ ซึ่งอาจทำให้เนื้อหาดูมีเนื้อมีหนังมากกว่านี้ แต่เหมือนจะโฟกัสไปที่ความรักระหว่างโจและอนงค์มากกว่า 

 

 

ถึงอย่างนั้นปัญหาและอุปสรรคความรักระหว่างโจและอนงค์ก็ยังถือว่ามีน้อยมาก นอกจากประเด็นเรื่องคนกับผี และค่อนข้างเกิดขึ้นเร็วไปสำหรับการเป็น ‘รักนิรันดร์’ ทำให้รู้สึกไม่อิน และส่งผลให้หลายๆ ฉากที่ผู้กำกับอยากจะขยี้ซีนซึ้งกลับไม่ทำงานอย่างที่หวัง จนบางฉากกลายเป็นยาวเกินไปและดูน่าเบื่อไปเลย 

สรุปแล้วถ้าถามว่า อนงค์ เป็นหนังที่สนุกไหม ก็ตอบได้เลยว่าสนุก ผ่อนคลาย และน่าจะถูกใจคนในวงกว้าง แต่ถ้าถามว่าเป็นผลงานที่สมการรอคอย 17 ปีของเอส คมกฤษ หรือไม่ ก็ต้องบอกว่าเรายังรอคอยผลงานที่จี๊ดใจมากกว่านี้ เพราะหลังเดินออกจากโรงภาพยนตร์ สิ่งเดียวที่จำได้จาก อนงค์ มีเพียงท่าหลอกผีที่โคตรน่ารักของโบว์ เมลดา แค่นั้นเอง

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising