×

นพดลมองระเบียบเปลี่ยนสถานที่คุมขังเป็นมาตรฐานสากล แนะบ้านเมืองกำลังปรองดอง ขอนักการเมืองสู้กันเชิงนโยบาย

โดย THE STANDARD TEAM
14.01.2024

วันนี้ (14 มกราคม) นพดล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางไปโรงพยาบาลตำรวจเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2566 เพื่อไปดูชั้น 14 ถือเป็นสิทธิ 

 

และการที่กลุ่มบุคคลต่างๆ หยิบยกประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมานั้น ตนเห็นว่าในขณะนี้บ้านเมืองต้องเดินหน้าสู่การปรองดอง สมานฉันท์ และการจะดูเรื่องใดต้องดูป่าทั้งป่า ไม่ใช่แค่ต้นไม้ต้นเดียว ซึ่งเรื่องนี้มีที่มาที่ไป ในประเด็น ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตนขอตั้งข้อสังเกต ดังนี้ 

 

  1. หลังการรัฐประหารในปี 2549 มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน (คตส.) ซึ่งมีกรรมการที่เป็นปฏิปักษ์ทางการเมืองกับทักษิณมาสอบคดี ซึ่งขัดหลักนิติธรรมอย่างชัดเจน ตนถามว่าเคยได้มีการออกไปคัดค้านการละเมิดหลักนิติธรรมนี้หรือไม่ 

 

  1. กฎกระทรวงและระเบียบของกรมราชทัณฑ์เรื่องผู้ต้องขัง การพักโทษ และการเปลี่ยนสถานที่คุมขังนั้นบังคับใช้ทั่วไป ไม่ใช้กับคนหนึ่งคนใดโดยเฉพาะ ไม่มีการเลือกปฏิบัติ และสอดคล้องกับหลักสากล

 

  1. ระเบียบเกี่ยวกับการเปลี่ยนสถานที่คุมขังคือระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ. 2566 ออกสมัยรัฐบาลที่แล้ว ตอนออกก็ไม่เห็นคนคัดค้าน ตนไม่เชื่อว่ารัฐบาลเก่าได้มุ่งช่วยเหลืออดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ เนื่องจากเป็นไปตามมาตรฐานสากล ต่างประเทศก็ทำเช่นนี้ 

 

  1. ตนเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์และโรงพยาบาลตำรวจจะปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ยึดมั่นความเสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติ เพราะระเบียบนี้ใช้กับผู้ถูกคุมขังทุกคน ไม่ว่าจะนามสกุลอะไร

 

นพดลยังกล่าวอีกว่า ระเบียบราชทัณฑ์ใช้กับทุกคน เราพร่ำพูดถึงหลักนิติธรรม แต่ไม่ควรใช้กับบางคนบางเวลา แต่ต้องใช้กับทุกคนตลอดเวลา และอย่าดูเฉพาะนิติธรรมที่เป็นคุณกับฝ่ายตัวเอง 

 

“อดีตนายกฯ ได้ทำประโยชน์มากมาย เช่น โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคที่เป็นตำนานตลอดไป ได้เวลาที่เราควรมีความเมตตาปรารถนาดีต่อกัน เพื่อพาบ้านเมืองเดินหน้า ส่วนนักการเมืองก็ขอเชิญมาต่อสู้เชิงนโยบาย เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนและแก้ปัญหาประเทศดีกว่า” นพดลกล่าว


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories