กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือ แสดงท่าทีประณามอย่างรุนแรงต่อความเคลื่อนไหวของสหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ที่พยายามผลักดันการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการทหารแบบไตรภาคี ในระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำ NATO ที่เยอรมนีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยชี้ว่าท่าทีดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนการของสหรัฐฯ ที่หวังจะสร้างกลุ่มพันธมิตรทางทหาร คล้ายกับองค์การ NATO ในภูมิภาคเอเชีย
โดยบทความภาษาอังกฤษที่เผยแพร่ผ่านสำนักข่าวกลางเกาหลี (Korean Central News Agency: KCNA) สื่อกระบอกเสียงของรัฐบาลเปียงยาง ระบุข้อความจากโฆษกกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือ ที่มองว่าเป้าหมายแท้จริงของสหรัฐฯ คือการขยายอำนาจทางทหารในเอเชีย โดยใช้ข่าวลือเรื่องภัยคุกคามของเกาหลีเหนือเป็นข้ออ้าง
“การประชุมสุดยอด NATO ครั้งล่าสุด ได้พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนยิ่งขึ้นว่า สหรัฐฯ ดำเนินแผนการที่จะควบคุมรัสเซียและจีนไปพร้อมๆ กัน โดยตระหนักถึงการขยายอิทธิพลทางทหารของยุโรป และการจัดตั้งพันธมิตรทางทหารคล้ายกับ NATO ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งการรักษาการเป็นพันธมิตรทางทหารไตรภาคีระหว่างสหรัฐฯ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ นั้นเป็นวิธีสำคัญในการทำให้แผนการนั้นเป็นจริง” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือกล่าว พร้อมทั้งชี้ว่า
“จุดประสงค์ที่แท้จริงของสหรัฐฯ ในการเผยแพร่ข่าวลือเกี่ยวกับ ‘ภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ’ คือการหาข้ออ้างในการบรรลุอำนาจสูงสุดทางทหารเหนือภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยสถานการณ์ที่เป็นอยู่ซึ่งเร่งด่วนมากขึ้น ส่งผลให้ต้องมีการเสริมสร้างการป้องกันประเทศ เพื่อรับมือกับสภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคงที่รุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว”
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ พร้อมด้วยประธานาธิบดียุนซอกยอล ของเกาหลีใต้ และนายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะ ของญี่ปุ่น ได้ร่วมหารือนอกรอบระหว่างการประชุม NATO เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ซึ่งทั้ง 3 เห็นตรงกันว่า ความก้าวหน้าในโครงการนิวเคลียร์และการทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือนั้นเป็นภัยคุกคามร้ายแรง ไม่เพียงแต่ในคาบสมุทรเกาหลี แต่ยังรวมถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกและทั่วโลก
โดยทั้ง 3 ประเทศยังตกลงที่จะมองหาวิธีการเพิ่มเติม เพื่อเสริมสร้าง ‘การป้องปราม’ ต่อเกาหลีเหนือ
สำหรับในปีนี้ เกาหลีเหนือได้ทำการทดสอบขีปนาวุธในระยะถี่ขึ้นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ซึ่งความเคลื่อนไหวในการเสริมสร้างความร่วมมือทางทหารระหว่างสหรัฐฯ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น เกิดขึ้นหลังจากที่เปียงยางแสดงท่าทีว่าพร้อมทดสอบนิวเคลียร์เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี
ขณะที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือยังชี้ว่า ความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรนั้น ผลักดันให้สันติภาพความมั่นคงของโลกอยู่ในภาวะวิกฤต ซึ่งอาจเกิดสงครามนิวเคลียร์ได้พร้อมกันทั้งในยุโรปและเอเชีย
“เนื่องจากการเคลื่อนไหวทางทหารที่ประมาทของสหรัฐฯ และกองกำลังของข้าราชบริพาร สันติภาพและความมั่นคงของโลกจึงอยู่ในสภาวะวิกฤติที่สุดหลังสิ้นสุดสงครามเย็น เพราะสงครามนิวเคลียร์อาจเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งในยุโรปและภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เกาหลีเหนือจะปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของประเทศอย่างไว้ใจได้ และจะปฏิบัติตามหน้าที่ที่รับผิดชอบ เพื่อรับประกันสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือกล่าว
ภาพ: Photo by Eric Lafforgue / Art In All Of Us / Corbis via Getty Images
อ้างอิง: