×

‘สินธ์ไชย วัฒนศาสตร์สาธร’ บอกคนพัทยามีทางเลือกแล้ว เสนอเป็นตัวเลือกอิสระ ไม่มีพรรคให้ต้องเกรงใจ

โดย THE STANDARD TEAM
10.05.2022
สินธ์ไชย วัฒนศาสตร์สาธร

THE STANDARD LIVE: #เกาะติดเลือกตั้งพัทยา โดย เอก-ธนกร วงษ์ปัญญา สัมภาษณ์ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา กับศึกเลือกตั้งที่เกิดขึ้นในรอบ 10 ปี

 

สัมภาษณ์ผู้สมัครหมายเลข 4 ‘สินธ์ไชย วัฒนศาสตร์สาธร’ จากกลุ่มพัทยาร่วมใจ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งนายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา 2 สมัย อดีตสมาชิกสภาเมืองพัทยา และเป็นน้องชายของ นิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร อดีตนายกเมืองพัทยา 

 

 

สินธ์ไชยกล่าวว่าตนเองเป็นคนพัทยา ประกอบธุรกิจโรงแรม อยู่ในแวดวงสังคมภาคเอกชนเมืองพัทยามา 20 กว่าปี อยู่ในองค์กรการกุศลมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ 20 กว่าปี ดูแลกู้ภัย ดูเรื่องการศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีสว่างบริบูรณ์ ตำแหน่งสุดท้ายเป็นอดีตสมาชิกสภาเมืองพัทยาจากการแต่งตั้งช่วงที่มีการรัฐประหาร

 

สินธ์ไชยกล่าวว่า เมืองพัทยาเติบโตเรื่องการท่องเที่ยวมาตลอดอยู่แล้ว ปี 2562 ก่อนวิกฤตโควิด มีรายได้ 2 แสนกว่าล้าน พอโควิดปี 2563 เริ่มมีโรงแรมปิด พอมาถึงปี 2564 มีรายได้หมื่นกว่าล้าน จะเห็นความแตกต่างของพัทยาปี 2562 กับ 2564 มีตัวเลขรายได้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะฉะนั้นเกิดปัญหารายได้ของประชากรในพัทยาหายไปหมดเลย จึงเกิดการเคลื่อนย้ายประชากรกลับถิ่นฐานกันไปทั้งหมด กลายเป็นเมืองร้างในปี 2563 เรื่องเศรษฐกิจเป็นตัวขับเคลื่อนชีวิตของคนในพื้นที่ทั้งหมด เนื่องจากเมืองเราพึ่งพาเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว ดังนั้น นโยบายแรก ต้องให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจกลับมาให้ได้โดยเร็ว ต้องผลักดันให้สถานประกอบการต่างๆ กลับมาเปิด ในฐานะที่เป็นอดีตนายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยว อยู่กับภาคเอกชน พวกเราทำงานร่วมมือกันมาตลอดในการผลักดันในสถานการณ์โควิดซึ่งมีปัญหาเยอะ รัฐบาลอาจจะคิดไม่ทันเรา เอกชนเป็นคนปฏิบัติ เราอาจจะคิดนำหน้าไป สิ่งต่างๆ ที่จะเอาชีวิตรอดได้ก็พยายามร้องไปที่รัฐบาลและท้องถิ่น ก็พยายามทำกันมาตลอด 

 

สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นก็เช่นกัน ถ้าหากได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกเมืองพัทยา การขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองพัทยาไม่สามารถขับเคลื่อนโดยท้องถิ่นได้ทั้งหมด จะต้องเอาภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ภาคประชาชนมาร่วมกันผลักดัน ภาคเอกชน กลไกการตลาด เขาเป็นคนปฏิบัติ เขามีความคล่องอยู่แล้ว พวกเราเคยทำ สิ่งเหล่านี้ต้องเร่งขับเคลื่อนก่อน    

 

เมื่อถามถึงการเมืองในพัทยาที่มีบ้านใหญ่ การแข่งขันมีความระอุแค่ไหน สินธ์ไชยกล่าวว่า ตอนนี้ไม่มีอะไรรุนแรงนอกจากการสู้ในโซเชียลมีเดีย แต่สุดท้ายอยู่ที่ประชาชนตัดสินใจ ช่องทางการหาข้อมูลทำได้หมด 

 

ส่วนเรื่องบ้านเล็กบ้านใหญ่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญของตน เพราะที่ออกมาต่อสู้ ทำในฐานะที่เป็นผู้ประกอบการ เป็นประชาชนพัทยาที่อยากเห็นการพัฒนาด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมเดินหน้าต่อ เพราะที่ผ่านมาการเลือกตั้งของเมืองพัทยาและชลบุรีถูกปกครองโดยคนกลุ่มเดิมๆ เพราะฉะนั้นเมืองพัทยาก็เช่นกัน ถูกปกครองโดยกลุ่มเดิมๆ ความคิด ความอ่าน ที่ปรึกษา ก็คือของเดิมๆ วันนี้เป็นโอกาสของชาวเมืองพัทยาที่ได้มีทางเลือก อย่างน้อยมีกลุ่มอิสระ 2 ทีม กับอีก 1 กลุ่มการเมืองที่มีความเกี่ยวเนื่อง 

 

“ผมว่าเป็นโอกาสอันดี ถ้าคิดว่าสิ่งเดิมๆ เป็นปัญหาและไม่ได้เดินหน้า เราก็มีทางเลือกอีก 2-3 ทางเลือก อยู่ที่ประชาชนตัดสินใจ”

 

สินธ์ไชยกล่าวต่อไปว่า ประชากรในพัทยามีแสนคน มีสิทธิเลือกตั้ง 8 หมื่น สำหรับการสื่อสารกับประชาชน คุณสมบัติของตัวบุคคลเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าประชาชนต้องการอยู่แบบเดิมๆ พอใจสิ่งที่เป็นอยู่ ก็เลือกสิ่งเดิมๆ แต่ถ้าอยากจะได้ความคิดใหม่ๆ คนที่มีประสบการณ์ คนที่รู้ปัญหา สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งภาคเอกชน ภาคประชาชน ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งสังคม ตนผ่านงานมาหมด จึงขอเสนอตัวเป็นทางเลือก มีความพร้อม สามารถติดตามได้ในโซเชียลมีเดียหรือสังคมเมืองพัทยา

 

เมื่อถามถึงการแข่งขันในพัทยาที่มีทั้งบ้านใหญ่และคณะก้าวหน้า สินธ์ไชยกล่าวว่า อยากเรียนว่าการมีพรรคการเมือง ผู้สมัครต้องมีความกังวลเกี่ยวเนื่องกับพรรคการเมือง ทำอะไรขึ้นอยู่กับนโยบายพรรค แต่ตนเองไม่มีพรรคการเมือง มาเพราะเป็นคนพัทยา ทำธุรกิจที่นี่ หลักประกันชีวิตอยู่ที่นี่ ถ้าทำได้ไม่ดีก็กระทบประชาชนและตนเอง เมื่อไม่มีพรรคก็ไม่ต้องเกรงใจหรือรักษาฐานเสียงเพื่อต่อยอดการเมืองในอนาคต การเมืองท้องถิ่นไม่น่าจะเกี่ยวกับการเมืองใหญ่ การบริหารจัดการก็ต้องเป็นเรื่องของท้องถิ่นไป

 

สินธ์ไชยกล่าวด้วยว่า ตอนนี้การท่องเที่ยวในพัทยามีคนไทยเป็นตลาดหลักและดีใจที่คนไทยยังมีกำลังซื้อ คนไทยกำลังเลือกเมืองพัทยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักแห่งหนึ่งที่มีศักยภาพรองรับทุกกลุ่ม ทั้งกำลังซื้อสูงและปานกลาง มีสิ่งรองรับหลากหลาย หลายปีที่ผ่านมาคนไทยเป็นตลาดหลัก

 

สินธ์ไชยยังได้กล่าวถึงปัญหาส่วย สีเทา ว่า พัทยาเป็นเมืองพิเศษ เศรษฐกิจขับเคลื่อนโดยการท่องเที่ยว ต้องผลักดันให้ส่วยหมดไป ต้องจริงใจในการแก้ปัญหา ถ้าแก้ข้อกฎหมายให้เหมาะสมกับเมืองพัทยาได้ ก็แก้เรื่องส่วยได้

 

สินธ์ไชยกล่าวถึงการหาเสียงว่า มีความมั่นใจเต็มร้อย ได้ไปเคาะประตูบ้าน สิ่งที่ได้ยินคือ เบื่อ อยากเปลี่ยน ทำยังไงให้ดีขึ้น ก็ได้ตอบเขาไปว่ามีทางเลือก เป็นสิทธิประชาชนชาวเมืองพัทยา อำนาจอยู่ที่ท่าน อยากให้ประชาชนมองอนาคตเมืองพัทยา การเมืองควรเปลี่ยนแล้ว สู้ด้วยนโยบายวิสัยทัศน์ พัทยาจะเติบโตได้มากกว่านี้อีกเยอะ          


READ MORE






Latest Stories