วันนี้ (6 พฤศจิกายน) เมื่อเวลาประมาณ 06.28 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) นำหมายจับของศาลอาญาเข้าจับกุม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ ‘บุ๋ม ปนัดดา’ ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี บริเวณหน้าหมู่บ้านแห่งหนึ่งบนถนนนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร ก่อนนำตัวกลับเข้าไปตรวจค้นบ้านพัก เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมในคดีเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินบริจาคของมูลนิธิ
การจับกุมเกิดขึ้นในจังหวะที่บุ๋ม ปนัดดา พร้อมด้วย เอกสิทธิ์ ศรีสังข์ หรือทนายเพชร ทนายความส่วนตัว กำลังเดินออกมาพบสื่อมวลชนที่ปักหลักรออยู่บริเวณหน้าหมู่บ้าน เพื่อเตรียมให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความคืบหน้าทางคดี ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึงและแสดงหมายจับพร้อมหมายค้น จากนั้นจึงนำตัวกลับเข้าไปภายในบ้านพักเพื่อดำเนินการตรวจค้น
สำหรับการดำเนินคดีครั้งนี้ ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับบุ๋ม ปนัดดา ใน 3 ข้อหาหลัก ได้แก่ ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ความผิดฐานฟอกเงิน และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ สืบเนื่องจากการตรวจสอบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการรับบริจาค การใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ และเส้นทางการเงินของมูลนิธิองค์กรทำดี
ขณะเดียวกัน ตำรวจได้กระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายรวม 4 จุด ทั้งบ้านพักของบุ๋ม ปนัดดา ในกรุงเทพมหานคร บ้านพักของ อธิป อนันทวรรณ หรือ ‘ก๊อต’ สามี ในจังหวัดปทุมธานี ที่ตั้งมูลนิธิองค์กรทำดีในพื้นที่อำเภอธัญบุรี และสถานที่เกี่ยวข้องอีกแห่งในย่านบางเขน เพื่อค้นหาพยานหลักฐานและตรวจสอบความเชื่อมโยงของทรัพย์สินกับธุรกรรมทางการเงินที่อยู่ระหว่างการสอบสวน
ก่อนหน้านี้ ตำรวจสอบสวนกลางได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของมูลนิธิองค์กรทำดีและบุคคลที่เกี่ยวข้อง หลังพบข้อมูลธุรกรรมทางการเงินจำนวนมาก และมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการนำเงินบริจาคไปใช้ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ โดยประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าร่วมตรวจสอบและดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนของกฎหมาย
ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการตรวจค้น เจ้าหน้าที่เตรียมนำตัวบุ๋ม ปนัดดา ไปยังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย และแถลงรายละเอียดผลการปฏิบัติการต่อสื่อมวลชน
อย่างไรก็ตาม การจับกุมและการแจ้งข้อกล่าวหายังไม่ถือเป็นข้อยุติว่าผู้ต้องหากระทำความผิด โดยผู้ต้องหายังคงมีสิทธิต่อสู้คดีและได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

