พรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะเหนือพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ โดยครองที่นั่งเสียงข้างมากทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยอมรับว่าการทำสงครามกับอิหร่านและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นมีส่วนทำให้พ่ายแพ้
ประเด็นสำคัญ
โดยผลการเลือกตั้งล่าสุด ณ เวลา 17.00 น. ตามเวลาไทย พบว่าพรรคเดโมแครตได้ที่นั่งในวุฒิสภาแล้ว 54 ที่นั่ง จากทั้งหมด 100 ที่นั่ง ขณะที่คว้าที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรแล้วมากกว่า 225 ที่นั่ง จากทั้งหมด 435 ที่นั่ง ซึ่งเกินกึ่งหนึ่งหรือ 218 ที่นั่ง และยังมีโอกาสได้ที่นั่งเพิ่มขึ้น เนื่องจากยังคงรอผลการเลือกตั้งในอีกหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในรัฐอะแลสกา และรัฐมิสซิสซิปปี ที่คะแนนยังคงสูสี
เดโมแครตสร้างประวัติศาสตร์ในหลายรัฐ
ชัยชนะครั้งนี้ ถือเป็นอีกชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์สำหรับพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งระดับรัฐบาลกลางและระดับรัฐ
โดยเจมส์ ทาลาริโก (James Talarico) กลายเป็นผู้สมัครวุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตคนแรกในรอบ 38 ปีที่สามารถพลิกชนะในรัฐเท็กซัส เช่นเดียวกับที่รัฐแคนซัส อดัม แฮมิลตัน (Adam Hamilton) เป็นผู้สมัครวุฒิสมาชิกจากเดโมแครตคนแรกที่ได้รับเลือกนับตั้งแต่ปี 1932
ส่วนที่รัฐเมน ทรอย แจ็กสัน (Troy Jackson) ผู้สมัครวุฒิสมาชิกหัวก้าวหน้าจากเดโมแครต สามารถโค่นล้มซูซาน คอลลินส์ ที่ครองตำแหน่งวุฒิสมาชิกของรัฐมานานกว่า 30 ปี
และที่รัฐมิชิแกน อับดุล เอล ซาเยด (Abdul El-Sayed) สร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้สมัครมุสลิมคนแรกที่ชนะการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ
นอกจากนี้ พรรคเดโมแครตยังสร้างประวัติศาสตร์ในหลายการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐ โดย เคียชา แลนซ์ บอททอมส์ (Keisha Lance Bottoms) ชนะการเลือกตั้งในรัฐจอร์เจีย ทำให้เธอเป็นผู้ว่าการรัฐหญิงผิวดำคนแรกในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ
ขณะที่ จีน่า ฮิโนโฮซา (Gina Hinojosa) ก็สร้างประวัติศาสตร์ในฐานะผู้ว่าการรัฐหญิงเชื้อสายลาตินคนแรกของรัฐเท็กซัส และเป็นผู้สมัครจากเดโมแครตคนแรกที่ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐนับตั้งแต่ปี 1990
ทรัมป์ยอมรับผลเลือกตั้ง มองประเด็นอิหร่าน-ราคาน้ำมันพุ่ง มีผล
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ให้สัมภาษณ์กับ New York Times ว่า “เขายินดียอมรับผลการเลือกตั้งอย่างแน่นอน” และกล่าวเสริมว่า “หวังว่าจะได้ร่วมงานกับพรรคเดโมแครต” และทั้งสองพรรค “น่าจะหาทางออกร่วมกันได้” ขณะที่ยืนยันว่า จะไม่มีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้
ทรัมป์ยังให้สัมภาษณ์ Fox News โดยยอมรับว่าพรรคเดโมแครต “ทำผลงานได้ดี” และกล่าวว่า “รู้สึกประหลาดใจกับผลลัพธ์ที่ออกมา”
“เราจัดเวทีปราศรัยที่ยิ่งใหญ่มาก ผมรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย” ทรัมป์ กล่าว และระบุว่า “มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาสามารถร่วมมือกับพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรสได้”
ทรัมป์ยืนยันว่า เขาไม่ได้มองผลการเลือกตั้งครั้งนี้เป็น ‘ความล้มเหลว’ ของการทำหน้าที่ประธานาธิบดี และชี้ว่า “พรรคเดโมแครตตั้งตารอชัยชนะครั้งสำคัญนี้มานานหลายปี และในที่สุดพวกเขาก็ทำสำเร็จ” พร้อมทั้งแสดงความยินดีกับพรรคเดโมแครตที่ทำผลงานได้ดี
ขณะที่เขายอมรับว่า ประเด็นอิหร่านนั้นมีส่วนต่อผลการเลือกตั้ง โดยราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นส่งผลกระทบเชิงลบต่อพรรครีพับลิกัน ซึ่งเขามองว่า “ประชาชนไม่พอใจที่ต้องจ่ายค่าน้ำมันแพงขึ้น”
ทรัมป์ขู่ กลายเป็น Mr.Veto
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ยังได้โพสต์ข้อความลง Truth Social ว่า “เป็นเพราะเขาไม่ได้มีชื่อเป็นผู้สมัครอยู่บนบัตรเลือกตั้ง ไม่เช่นนั้นคงชนะแบบถล่มทลายไปแล้ว” ก่อนที่จะโพสต์รูปหมวกสีแดงพร้อมข้อความ Veto หรือการใช้อำนาจประธานาธิบดี ปฏิเสธไม่ลงนามร่างกฎหมายที่ผ่านการรับรองจากสภาคองเกรส
ขณะที่เขาให้สัมภาษณ์สื่อหลายสำนัก ทั้ง CBS และ New York Post โดยบอกว่าเขา “จะกลายเป็น Mr.Veto” และชี้ว่าในบางจุด คงจะมีการทำข้อตกลงกับพรรคเดโมแครต
ภาพ: REUTERS/Mike Segar
อ้างอิง:

