×

นายกฯ สั่งมหาดไทยจัดระเบียบมูลนิธิทั่วประเทศ คุมเข้มจดทะเบียน-เรี่ยไรเงินบริจาค เตือนห้ามใช้เป็นเครื่องมือหาผลประโยชน์ส่วนตัว

โดย THE STANDARD TEAM
03.11.2026
อนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเรื่องการจัดระเบียบมูลนิธิทั่วประเทศ

วันนี้ (3 พฤศจิกายน) เวลา 11.15 น. ที่มณฑาทิพย์ ฮอลล์ จังหวัดอุดรธานี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีที่มีการสั่งการให้จัดระเบียบมูลนิธิหรือไม่ โดยนายกรัฐมนตรียืนยันว่า ได้มีข้อสั่งการในเรื่องการจัดระเบียบมูลนิธิ โดยสั่งให้พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่กำกับดูแลด้านการจัดระเบียบสังคม รวมถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมการปกครอง และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปกำหนดมาตรการกำกับดูแล ตรวจสอบการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิและการดำเนินกิจกรรม

 

ตลอดจนวิธีการเรี่ยไรขอรับบริจาคจากประชาชน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกมูลนิธิมีการดำเนินงานอย่างถูกต้อง มีมาตรฐาน และมีเจตนารมณ์ที่จะนำเงินหรือความช่วยเหลือของพี่น้องประชาชนทุกรูปแบบไปแก้ไขปัญหาให้กับผู้ประสบภัยต่างๆ ตามเจตนารมณ์และวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งมูลนิธิ

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ยังได้เน้นย้ำไปว่า ไม่ให้มีบุคคลใดหรือกลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งใช้มูลนิธิเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ซึ่งอาจเป็นการหลอกลวง ฉ้อโกง ฉ้อฉลประชาชน เพราะฉะนั้น รัฐบาลจึงสั่งให้กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลมูลนิธิ สมาคม และองค์กรสาธารณประโยชน์ต่างๆ อยู่แล้ว ไปจัดระเบียบ ติดตาม และเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการฉ้อฉลกับพี่น้องประชาชนที่มีจิตศรัทธาอยู่แล้ว มีความตั้งใจที่ต้องการจะช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากอยู่แล้ว แต่จะต้องไม่ให้มีใครมาทำตัวเป็นคนกลางแล้วฉวยโอกาสนั้นหาประโยชน์ ใช้เงิน ใช้ทรัพย์สิน ใช้ของบริจาคเหล่านี้ก่อประโยชน์ให้กับส่วนตัวของพวกเขา ซึ่งจะมีความผิดทางอาญาและความผิดในหลายกระทง

 

จึงขอเตือนผู้ที่คิดจะใช้วิธีเหล่านี้ว่า ถ้าทำด้วยเจตนารมณ์ที่จะช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ตนก็ขอขอบคุณและยกย่องสรรเสริญ แต่ถ้าทำเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ให้กับตัวเองไม่ว่าในด้านใดก็ตาม รัฐบาลก็จำเป็นต้องเข้าไปจัดการ เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำและเอาเปรียบพี่น้องประชาชน

 

เมื่อถามว่า ต้องถึงขั้นระดับไหนจึงจะสามารถเพิกถอนหรือยุบมูลนิธิเหล่านั้นได้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ถ้ามูลนิธิใดๆ ก็ตามดำเนินกิจกรรมไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ตอนที่สถาปนาขึ้นมา หรือมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายลักษณะการหลอกลวงประชาชน ไม่ได้นำเงินบริจาคหรือสิ่งของบริจาคไปเพื่อสาธารณกุศล ก็ถือว่าผิดกฎหมายอยู่แล้ว ซึ่งจะมีความผิดตามกฎหมาย ทั้งกฎหมายควบคุมการเรี่ยไรเงิน กฎหมายอาญาฐานฉ้อโกงประชาชน รวมถึงกฎหมายฟอกเงินต่างๆ ซึ่งหากพบว่ามีการดำเนินการเช่นนี้ หน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นฐาน เช่น ตำรวจ ปปง. กรมการปกครอง และจังหวัดต่างๆ ก็จะดำเนินการอย่างเคร่งครัดและเด็ดขาด

 

ส่วนจำเป็นต้องเปิดเผยรายรับรายจ่ายของมูลนิธิให้สังคมได้เห็นหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทุกมูลนิธิต้องมีการนำส่งผลการดำเนินงานแต่ละปีให้กับกรมการปกครอง ในฐานะที่เป็นนายทะเบียนอยู่แล้ว โดยในรายละเอียดให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ให้ข้อมูล ซึ่งในส่วนของรัฐบาลได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการด้วยความเด็ดขาด และดำเนินการอย่างเคร่งครัดในการรักษาประโยชน์ของพี่น้องประชาชนผู้มีจิตอันเป็นกุศลอยู่แล้ว


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories