วันนี้ (2 พฤศจิกายน) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ ห้องประชุม 10-01 ชั้น 10 อาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่อง ตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 (กฎหมายนิรโทษกรรม) เป็นประธานการประชุมนัดแรก เพื่อกลั่นกรองคำขอนิรโทษกรรมและประมวลรายละเอียดคดีชุมนุมทางการเมือง ก่อนนำเสนอต่อ ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการชุดใหญ่ เพื่อพิจารณาชี้ขาดต่อไป
สำหรับการประชุมครั้งนี้ ถือเป็นการประชุมครั้งที่ 1/2569 ภายหลังมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา โดยมีวาระพิจารณาเข้าที่ประชุมรวม 23 เรื่อง ซึ่งจะมุ่งเน้นการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ต้องหา/ผู้ต้องขังในคดีการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมในช่วงวันที่ 1 มกราคม 2548 – 16 กรกฎาคม 2568(หมายเหตุ: กฎหมายยกเว้นคดีตามมาตรา 112, คดีทุจริต, ความผิดต่อชีวิตและร่างกายอย่างร้ายแรง มาตรา 297 และความผิดต่อส่วนตัว)
ที่น่าจับตามองคือ กรณีคำร้องของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ขอให้วินิจฉัยสิทธิล้างมลทินใน 4 คดี ได้แก่
- คดีปล่อยกู้ EXIM Bank 4,000 ล้านบาท
- คดีโครงการหวยบนดิน
- คดีแปลงค่าสัมปทานโทรคมนาคม (ไทยคม)
- คดียึดทรัพย์ 46,000 ล้านบาท
ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานความเห็นอย่างไม่เป็นทางการแจ้งต่อนายกรัฐมนตรีว่า ทั้ง 4 คดีดังกล่าว อาจไม่เข้าเงื่อนไขได้รับนิรโทษกรรม เนื่องจากเป็นคดีทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องหรือสืบเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองแต่อย่างใด
ปิยะศิริ กล่าวก่อนเริ่มการประชุมว่า คณะอนุกรรมการฯ มีหน้าที่พิจารณาข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และกฎหมาย เพื่อกลั่นกรองเรื่องและเสนอความเห็นไปยังคณะกรรมการชุดใหญ่ โดยบางเรื่องอาจส่งให้คณะกรรมการชุดใหญ่วินิจฉัยชี้ขาด หรือบางเรื่องอาจส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศาล, อัยการสูงสุด และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอวินิจฉัย
ปิยะศิริ ย้ำถึงจุดยืนในการแก้ปัญหาภายใต้คณะทำงานสนับสนุนฯ ที่ได้ประชุมไปก่อนหน้านี้ว่า การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากคดีความทางการเมืองต้องคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมและผลกระทบต่อครอบครัวเป็นสำคัญ โดยเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายร่วมกันคลี่คลายปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมภายในกรอบเวลา 6 เดือน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส และคุ้มครองสิทธิของทุกฝ่าย
ทั้งนี้ การประชุมคณะอนุกรรมการฯ ประกอบด้วยผู้แทนจากหลายหน่วยงานสำคัญ อาทิ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), กรมราชทัณฑ์, ศาลยุติธรรม, อัยการสูงสุด, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายและรัฐศาสตร์ เพื่อร่วมพิจารณากลั่นกรองคดีอย่างรอบด้าน

