สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังทั้งสองฝ่ายเว้นช่วงการโจมตีโดยตรงไปนานกว่า 1 เดือน แต่ล่าสุด สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเป้าหมายของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) หลายแห่ง ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายของสหรัฐฯ และพันธมิตรในจอร์แดน อิรัก บาห์เรน และมีรายงานการโจมตีในคูเวต
ประเด็นสำคัญ
การปะทะรอบใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วงที่สงครามดำเนินมานานกว่า 6 เดือน ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า สหรัฐฯ กำลังกลับเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบกับอิหร่านอีกครั้ง หรือแค่กำลังเปลี่ยนไปใช้ยุทธศาสตร์ใหม่ที่ไม่ถึงขั้นทำสงครามต่อเนื่อง แต่พร้อมโจมตีอิหร่านเป็นระยะเพื่อรักษาแรงกดดันเอาไว้
เกิดอะไรขึ้น?
ชนวนล่าสุดเริ่มจากสหรัฐฯ โจมตีเกาะลารักของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซในวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ถือเป็นการโจมตีอิหร่านครั้งแรกในรอบกว่า 1 เดือน โดยทางการระบุว่า เป้าหมายของสหรัฐฯ คือ การโจมตีเครื่องยิงจรวดของ IRGC ในช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนที่อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน
ต่อมา สถานการณ์ยกระดับขึ้นในเวลา 19.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นของอิหร่าน เมื่อกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายของ IRGC หลายแห่ง ทั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศ เรดาร์ อุปกรณ์ทางทะเล ขีดความสามารถในการวางทุ่นระเบิด และระบบสื่อสาร โดยอ้างว่า เป็นการตอบโต้หลัง IRGC พยายามโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ
ขณะที่อิหร่านตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ ในหลายประเทศ ทั้งการยิงขีปนาวุธโจมตีจอร์แดน และเปิดฉากการโจมตีในบาห์เรน คูเวต และอิรัก โดยกองทัพจอร์แดนระบุว่า ตรวจพบขีปนาวุธทิ้งตัวของอิหร่าน 13 ลูก ซึ่งสามารถสกัดได้ 10 ลูก ส่วนอีก 3 ลูกตกในพื้นที่ห่างไกล โดยไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ
ส่วนทางการเตหะรานระบุว่า การโจมตีของสหรัฐฯ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 คน รวมถึงเด็กอายุ 4 ขวบ หลังสะเก็ดจากขีปนาวุธตกใส่บ้านที่กำลังจัดงานแต่งงานในเมืองซิริก ทางตอนใต้ของประเทศ รวมถึงมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 50 คน
อย่างไรก็ตาม ทิม ฮอว์กินส์ กัปตันกองทัพเรือสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ BBC ในนามของ CENTCOM ว่า ทางกองทัพรับทราบรายงานจากสื่อรัฐบาลอิหร่านเกี่ยวกับเหตุโจมตีในเมืองซิริก แต่ปฏิเสธว่า กองทัพไม่เคยมุ่งโจมตีพลเรือน ซึ่งแตกต่างจาก IRGC อย่างสิ้นเชิง
ปัจจุบัน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาเตือนว่า หากอิหร่านตอบโต้ สหรัฐฯ จะโจมตีกลับในระดับที่หนักและรุนแรงกว่ามาก สอดคล้องกับที่เคยให้สัมภาษณ์กับ Fox News ก่อนหน้านี้ว่า ข้อตกลงกับอิหร่านไม่มีค่ามากไปกว่ากระดาษที่เขียนอยู่ สหรัฐฯ ให้โอกาสเตหะรานมามากพอแล้ว
ทรัมป์กำลังเล่นเกมอะไรอยู่?
อนึ่ง Al Jazeera วิเคราะห์ว่า ทรัมป์กำลังเปลี่ยนยุทธศาสตร์ของสงครามอิหร่านอีกครั้ง โดยแบ่งเป็น 3 เฟส เริ่มจากในช่วงแรก สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการทางทหารเต็มรูปแบบต่อเนื่องประมาณ 40 วัน ก่อนจะเข้าสู่ข้อตกลงหยุดยิงด้วยการลงนามบันทึกความเข้าใจเป็นเวลา 60 วัน
แต่ปัญหาสำคัญของ MoU คือ ถ้อยคำในข้อตกลงเกี่ยวกับผู้มีอำนาจควบคุมช่องแคบฮอร์มุซไม่ชัดเจน ทำให้สองฝ่ายตีความแตกต่างกัน และกล่าวหาว่า อีกฝ่ายละเมิดข้อตกลง ทว่าสหรัฐฯ เลือกกดดันด้วยมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ และลดการใช้กำลังทหาร
ส่วน Axios รายงานว่า รัฐบาลทรัมป์กำลังพิจารณายุทธศาสตร์อย่าง ‘ไม่มีสงคราม ไม่มีสันติภาพ’ (No War, No Peace) กล่าวคือ สหรัฐฯ ไม่จำเป็นต้องโจมตีอิหร่านตลอด แต่เปิดปฏิบัติการเป็นครั้งคราวเพื่อกดดันอิหร่าน โดยหวังเปิดทางให้เรือบรรทุกน้ำมันเดินทางออกจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียได้อย่างปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม ตริตา ปาร์ซี (Trita Parsi) ผู้อำนวยการและผู้ร่วมก่อตั้ง Quincy Institute ให้สัมภาษณ์กับ Al Jazeera ว่า การโจมตีประเทศหนึ่งเป็นระยะๆ เท่ากับว่า สหรัฐฯ กำลังทำ ‘สงครามที่ไม่มีวันจบ’
เขาวิเคราะห์ว่า รัฐบาลทรัมป์ดูเหมือนกำลังถอดใจจากการแก้ปัญหาอิหร่านให้จบได้ทั้งด้วยกำลังทหาร มาตรการทางเศรษฐกิจ หรือการเจรจาทางการทูต แต่อาจหันมาใช้สงครามอย่างต่อเนื่องเป็นเครื่องมือจัดการปัญหาแทน
อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญ คือ การโจมตีเป็นระยะไม่ได้แปลว่า สหรัฐฯ จะควบคุมระดับความรุนแรงได้ตลอด เพราะทุกครั้งที่ฝ่ายหนึ่งโจมตี ก็ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะดึงประเทศอื่นเข้าสู่ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้สถานการณ์รุนแรงยิ่งขึ้น
ส่วนอีกปัญหา คือ ความสามารถของสหรัฐฯ ในการรักษาปฏิบัติการลักษณะนี้ในระยะยาว โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่า สหรัฐฯ กำลังเผชิญแรงกดดันด้านคลังอาวุธในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะขีปนาวุธสกัดกั้น Patriot ที่มีความสำคัญต่อการสกัดโดรนและขีปนาวุธของอิหร่าน ท่ามกลางการปฏิเสธของรัฐบาลทรัมป์ว่า สหรัฐฯ กำลังขาดแคลนอาวุธ
นอกจากนี้ เมื่อคำนึงถึงปัจจัยทางการเมืองภายในประเทศ คะแนนนิยมของทรัมป์ยังลดลงเหลือ 33% โดยที่เขามีเวลาไม่กี่เดือน ก่อนจะมีการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนนี้
อย่างไรก็ตาม ประตูทางการทูตยังไม่ได้ปิดสนิท หลัง มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่านระบุว่า หากสหรัฐฯ กลับมาปฏิบัติตามข้อตกลงเดิม อิหร่านก็พร้อมทำเช่นเดียวกันขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า การกลับมาปฏิบัติตามข้อตกลงเดิม ยังคงเป็นทางออกที่ชัดเจนที่สุดในการลดระดับความตึงเครียด แต่ปัญหาคือทั้งสองฝ่ายไม่มีความไว้วางใจกัน โดยเฉพาะข้อพิพาทหลักอย่างอำนาจควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ
ภาพ: U.S. CENTRAL COMMAND / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.aljazeera.com/news/2026/9/1/hit-them-hard-does-trump-have-another-new-iran-strategy-can-it-work
- https://www.reuters.com/world/middle-east/iran-urges-us-comply-with-interim-deal-after-trump-threatens-further-strikes-2026-09-01/
- https://www.bbc.com/news/articles/cj06q4ynpmjo#google_vignette
- https://www.aljazeera.com/news/liveblog/2026/9/2/iran-war-live-us-bombs-iran-tehran-retaliates-on-gulf-neighbours-jordan


