×

ก.ล.ต. สั่งลงโทษทางแพ่ง 22 ราย รวม 192.8 ล้านบาท คดีปั่นหุ้น META และ TPL

01.09.2026
  • LOADING...
ภาพอินโฟกราฟิกสรุปข่าว ก.ล.ต. ลงโทษ 22 ราย คดีปั่นหุ้น META และ TPL ปรับรวม 192.8 ล้านบาท

ก.ล.ต. เปิดชื่อผู้กระทำความผิด 18 รายในคดีปั่นหุ้น META ที่ลากยาว 3 ช่วงเวลาตลอดเกือบ 2 ปี พร้อมอีก 4 รายที่ดันราคาหุ้น TPL ตั้งแต่วันแรกที่เข้าซื้อขาย

 

 
 

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยการดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่ง (Civil Sanction) พร้อมกัน 2 คดีเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ครอบคลุมผู้กระทำความผิดรวม 22 ราย ในความผิดฐานร่วมกันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ โดยเรียกให้ชำระเงินตามมาตรการลงโทษทางแพ่งรวมกัน 192,859,101 บาท พร้อมกำหนดระยะเวลาห้ามซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์

 

ทั้งสองคดีมีลักษณะร่วมกันคือเป็นการกระทำแบบ แบ่งหน้าที่กันทำ (concerted action) ระหว่างกลุ่มบุคคลที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน ทั้งด้านความสัมพันธ์ส่วนบุคคล บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ พฤติกรรมการส่งคำสั่ง และเส้นทางการเงิน แต่ต่างกันอย่างชัดเจนที่ขนาดและระยะเวลา

 

คดีหุ้น META 18 ราย 3 ช่วงเวลา ยาวเกือบ 2 ปี

 

คดีแรกเกี่ยวข้องกับหุ้นบริษัท เมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ META ซึ่ง ก.ล.ต. ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในช่วงปี 2561-2563 และตรวจสอบเพิ่มเติมจนพบพยานหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่ามีผู้กระทำความผิด 18 ราย ร่วมกันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้น

 

พฤติกรรมที่ ก.ล.ต. ระบุ ได้แก่ การส่งคำสั่งซื้อขายในลักษณะสอดรับและสนับสนุนกัน ทั้งในจำนวน ราคา และภายในเวลาใกล้เคียงกัน การส่งคำเสนอซื้อปริมาณมากในหลายระดับราคาเพื่อขัดขวางการซื้อของบุคคลอื่น การส่งคำสั่งผลักดันราคาให้ปรับตัวสูงขึ้น และการส่งคำสั่งเสนอซื้อในช่วงก่อนปิดตลาดโดยมุ่งหมายให้ราคาปิดปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นเทคนิคที่รู้จักกันในชื่อ marking the close

 

นอกจากนี้ยังมีการซื้อขายหุ้น META ผ่านรายการซื้อขายบนกระดานหลักทรัพย์รายใหญ่ (Big Lot) ระหว่างกันเองเป็นจำนวนมาก ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อขาย

 

ก.ล.ต. แบ่งการกระทำออกเป็น 3 ช่วงเวลา ซึ่งสะท้อนว่ากลุ่มผู้กระทำความผิดมีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นตลอดช่วงเกือบ 2 ปี

 

ช่วงที่ 1 26 กุมภาพันธ์ – 29 มิถุนายน 2561 ผู้กระทำความผิด 12 ราย

 

ช่วงที่ 2 2 กรกฎาคม 2561 – 28 มิถุนายน 2562 ผู้กระทำความผิด 13 ราย

 

ช่วงที่ 3 1 กรกฎาคม 2562 – 3 กุมภาพันธ์ 2563 ผู้กระทำความผิด 14 ราย

 

มีผู้กระทำความผิด 8 รายที่ปรากฏชื่อครบทั้ง 3 ช่วงเวลา ได้แก่ นายชนน วังตาล, นางสาวทิตานัน หรุ่นเริงใจ, นายพิเชษฐ์ เพิ่มทรัพย์หิรัญ, นายณัฐปภัสร์ เกสร์ชัยมงคล, นางสาวมณทิกา มงคลนาวิน, นายณรุจ วิวรรธนไกร, นางสาวอัญชฎา ธีรพงศ์วิษณุพร และนายศุภศิษฏ์ โภคินจารุรัศมิ์

 

โดยผู้กระทำความผิดที่ถูกปรับสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ นายณัฐปภัสร์ เกสร์ชัยมงคล ถูกปรับ 39.05 ล้านบาท และห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ 33.5 เดือน นายณรุจ วิวรรธนไกร ถูกปรับ 26.56 ล้านบาท และห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ 51 เดือน นายวิสาร วิวรรธนไกร ถูกปรับ 26.28 ล้านบาท และห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ 22.5 เดือน นายสุเมธ เศษธะพานิช ถูกปรับ 13.18 ล้านบาท และห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ 22.5 เดือน นางสาวกมาตยา ศรวณียารักษ์ ถูกปรับ 13.13 ล้านบาท และห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ 14 เดือน

 

การเปิดเผยคดีเกิดขึ้นในจังหวะเดียวกับที่ META เผชิญปัญหาด้านงบการเงิน โดยตลาดหลักทรัพย์ mai ประกาศขึ้นเครื่องหมาย SP (ห้ามซื้อขายชั่วคราว) หุ้น META มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 จากเหตุผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงิน และบริษัทยังไม่ส่งงบการเงินไตรมาส 1 และไตรมาส 2 ปี 2569

 

พร้อมกันนี้ยังขึ้นเครื่องหมาย CS มีผล 2 กันยายน 2569 จากเหตุผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงินปี 2568 และเพิ่มเหตุเครื่องหมาย CB จากส่วนของผู้ถือหุ้นน้อยกว่า 50% ของทุนชำระแล้ว โดยนักลงทุนต้องซื้อหุ้นผ่านบัญชี Cash Balance หรือวางเงินสดเต็มจำนวนก่อนซื้อ

 

ปัจจุบัน META ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน รับเหมาและติดตั้งระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาธุรกิจและการเงิน และการจัดสรรที่ดินและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยมีผู้ถือหุ้นรายย่อย 5,438 ราย คิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้น 77.52% ณ วันที่ 18 มีนาคม 2569

 

คดีหุ้น TPL ปั่นตั้งแต่วันแรกที่เข้าเทรด

 

ก.ล.ต. ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อเดือนตุลาคม 2566 และตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ในวันที่ 30 มิถุนายน 2566 ซึ่งเป็นวันแรกที่หุ้นบริษัท ไทยพาร์เซิล จำกัด (มหาชน) หรือ TPL เข้าซื้อขาย ผู้กระทำความผิด 4 ราย ที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันทั้งด้านส่วนบุคคลและด้านธุรกิจ ได้ร่วมกันแบ่งหน้าที่กันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขาย

 

พฤติกรรมเริ่มตั้งแต่ ช่วงก่อนเปิดตลาด ด้วยการส่งคำสั่งเสนอซื้อในราคาสูงและปริมาณมาก ทำให้ราคาเปิดของ TPL สูงกว่าราคา IPO จากนั้นในระหว่างวันจึงส่งคำสั่งเคาะซื้อผลักดันราคา และจับคู่ซื้อขายระหว่างกันเองเพื่อกระตุ้นให้ผู้ลงทุนรายอื่นซื้อขายตาม พร้อมทั้งครองคำเสนอซื้อหลายระดับราคาเพื่อไม่ให้ราคาปรับตัวลดลง และขัดขวางผู้ลงทุนรายอื่นจนต้องส่งคำสั่งซื้อในราคาที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับกับผู้กระทำความผิดทั้ง 4 รายดังกล่าว โดยกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง ดังนี้

 

นางสาวอรอร ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 18.53 ล้านบาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นเวลา 11 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์เป็นเวลา 22 เดือน

 

นายภควันต์ ชำระค่าปรับทางแพ่ง และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 585,833 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นเวลา 8 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์เป็นเวลา 16 เดือน

 

นางสาวอริสษา และนางสาวกัญจนารัศม์ ชำระค่าปรับทางแพ่ง และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้นคนละ 585,833 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นเวลาคนละ 6 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์เป็นเวลาคนละ 12 เดือน

 
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories