‘เอกนิติ’ รองนายกฯ และ รมว.คลัง เตรียมหารือสมาคมผู้ค้าทองคำ เผยมาตรการภาษีธุรกิจเฉพาะอยู่ระหว่างศึกษา เตรียมได้ข้อสรุปเร็วๆนี้ ยันวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบธุรกรรมเงินเทา ไม่ใช่การเพิ่มรายได้ภาครัฐ
วันนี้ (24 สิงหาคม) ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มาตรการเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ จากการซื้อขายทองออนไลน์ โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่มีการส่งมอบทองคำจริง (Non-physical delivery) อยู่ระหว่างขั้นตอนการศึกษา และจะได้ผลสรุปในเร็วๆ นี้
ดร.เอกนิติระบุว่า ปัจจุบัน คณะทำงาน ‘connect the dots’ ได้เห็นข้อมูลพฤติกรรมของมิจฉาชีพผ่าน ‘ดาต้าบูโร’ ที่มีความพยายามใช้การซื้อ-ขายทองคำ เป็นช่องทางในการเคลื่อนย้ายเงินเทา
โดย ดร.เอกนิติ ย้ำว่า มาตรการดังกล่าวไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐ แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบธุรกรรม (Transaction) การซื้อขายทองคำ เพื่อปิดช่องทางทุนเทา ไม่ให้ใช้เป็นทางผ่านในการซุกซ่อนเงิน
“เราไม่ต้องการหารายได้หรอก แต่เราต้องการทราบ transaction เพราะว่าเราต้องการปิดทุนเทาทั้งหลายที่มาแอบหลบซ่อนในการซื้อขายทองคำ” ดร.เอกนิติกล่าว
สำหรับการเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะจากการซื้อขายทองคำที่ไม่ได้มีการส่งมอบจริง จะต้องมีการหารือกับสมาคมค้าทองคำต่อไป เพื่อไม่ให้กระทบผู้ประกอบการสุจริต
นอกจากนี้ ดร.เอกนิติยังเตรียมประสานความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลควบคู่กันไปอีกด้วย
ก่อนหน้านี้ น.พ. กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท MTS Gold แม่ทองสุก ระบุว่า สมาคมค้าทองคำจะเข้าพบ ดร.เอกนิติ เพื่อหารือมาตรการจัดเก็บภาษีทองคำภายในช่วงสิ้นเดือนสิงหาคม โดยมองว่า การเก็บภาษีจะทำให้ไทยสูญเสียโอกาสในการพัฒนาอุตสาหกรรมทองคำในระยะยาว
ทั้งนี้ มาตรการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะจากการซื้อขายทองออนไลน์ เป็นส่วนหนึ่งของ 3 มาตรการหลักในการควบคุมการซื้อขายทองคำ ซึ่งประกอบด้วย
- ผู้บริการซื้อขายทองคำออนไลน์นำส่งข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายทองคำให้แก่กรมสรรพากร
- กรมสรรพากรศึกษาแนวทางภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับผู้ประกอบธุรกิจซื้อขายทองคำร่วมกับทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
- ธปท. เตรียมกำหนดเพดานวงเงินซื้อขายทองออนไลน์ เพื่อจำกัดธุรกรรมขนาดใหญ่

