วันนี้ (28 สิงหาคม) พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ออกหมายเรียก สมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน เพื่อตรวจสอบการเป็นนอมินีถือหุ้นแทนต่างชาติในที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ตว่า เราให้ความเป็นธรรมและให้เขามาชี้แจง ซึ่งทาง DSI ได้ตั้งเป็นสำนวนการสอบสวนมาพอสมควร ทางเจ้าหน้าที่ได้ไปเก็บเอกสารและพยานหลักฐานมาก่อนที่จะเป็นข่าว โดยส่วนมากจะเป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ส่วนเรื่องพยานบุคคลมีไม่มาก เป็นเรื่องของเอกสารและบัญชีต่าง ๆ
เมื่อถามว่าเรื่องนี้ DSI เจอหลักฐานเอง หรือมีใครมาร้องเรียน พลตำรวจโท รุทธพล กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจในรายละเอียด แต่เคยเห็นสื่อมวลชนท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ตเสนอข่าวในเรื่องนี้อยู่แล้ว ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าในส่วนนี้มีการนำมาร้องเรียนไปยัง DSI หรือไม่
ส่วนที่มีหลายฝ่ายมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง เพราะเป็นช่วงที่พรรคประชาชนกำลังตรวจสอบการฮั้ว สว. พลตำรวจโท รุทธพล กล่าวว่า ต้องแยกแยะ เพราะเป็นการกระทำผิด ซึ่งเรื่องนี้เป็นนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว หากเป็น สส. แล้วทำผิด ตนมองว่าก็เสียหายกับประเทศ ส่วนเรื่องกฎหมายเอกสิทธิ์คุ้มครองในช่วงสมัยประชุมสภาฯ ก็ค่อยว่ากัน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไม่ได้หมายความว่า สส. คนดังกล่าวกระทำความผิด เราให้โอกาสมาชี้แจง และหลังจากนั้นทาง DSI จะวิเคราะห์ข้อมูลอีกครั้ง
ส่วนกรณีความคืบหน้าของ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในการเชื่อมโยงกับคดีฟอเร็กซ์นั้น พลตำรวจโท รุทธพล กล่าวว่า ทาง DSI ก็รวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งเรื่องนี้มีช่วงเวลาในการส่งสำนวน แต่ตนยังไม่ทราบในรายละเอียด และเรื่องนี้ทาง DSI ก็สามารถสั่งฟ้องได้เลย โดยสำนวนต่าง ๆ จะไม่ผ่านมาที่กระทรวงยุติธรรมก่อน
พล.ต.ท.รุทธพล ยังกล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกมาคัดค้านกรณีที่มีการพาดพิงประวัติการต้องโทษของบุคคลในครอบครัว ภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ ซึ่งตรวจสอบคดีเขากระโดง โดยมองว่าเป็นการลดทอนความชอบธรรมในการตรวจสอบ
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ตนในฐานะรัฐมนตรียุติธรรมเคารพสิทธิเสรีภาพ และคำนึงถึงผลกระทบของผู้ต้องขังและผู้ที่เคยต้องโทษ แต่ตนอยากให้มองในภาพรวมของวันที่พูดคุยกันก่อนหน้านี้ว่าเราคุยอะไรกันบ้าง อยากให้มองบริบทในภาพรวม และการนำเพียงประโยคนั้นมาใช้เพียงประโยคเดียว มีเหตุและมีผลที่ตนนำเรียนชี้แจงสื่อมวลชน
พร้อมยืนยันว่า เราไม่สนับสนุนการตีตรา เพราะดูจากโครงการต่างๆ ของกระทรวงก็เข้าไปช่วยและดูแลผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษมาอย่างมากมาย ยกตัวอย่างเช่น นักมวยที่ถูกคุมประพฤติในพื้นที่เกาะสมุย ซึ่งใส่กำไล EM และตนไปเห็นว่าเข้าเงื่อนไขที่จะปลดกำไล EM ได้ เพราะมีอาชีพเป็นเทรนเนอร์นักมวย และมีเงินเดือน 60,000 กว่าบาท ตนยังให้กรมคุมประพฤติไปพิจารณาปลดกำไล EM ซึ่งก็ปลดได้จริง
ก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.รุทธพล เคยให้สัมภาษณ์ว่า ในอดีตสมัยรับราชการตำรวจเคยจับพ่อและแม่ของทนายอั๋นในคดียาเสพติด แต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่มีเรื่องส่วนตัว พร้อมขอให้ทนายอั๋นสื่อสารอย่างสุภาพ และไม่ใช้ถ้อยคำรุนแรง เพราะเกรงจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อเยาวชน
พล.ต.ท.รุทธพล ยังกล่าวถึงกรณีทนายอั๋นระบุว่าตนเป็นแคนดิเดตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยแนะนำให้ศึกษา “ลระบบงานและระบบหนังสือของกระทรวงก่อน เพื่อจะได้เข้าใจกระบวนการทำงานและไม่กล่าวหาโดยไม่รู้ข้อเท็จจริง


