เหตุยิงชายอายุ 21 ปี ในพื้นที่ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ซึ่งเป็นคืนเดียวกับที่เกิดเหตุความไม่สงบหลายจุด ยังคงเป็นกรณีที่ข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องขัดแย้งกัน และยังไม่มีผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ชี้ขาดว่าใครเป็นผู้ยิง กระสุนมาจากทิศทางใด และใช้อาวุธชนิดใด
ผู้บาดเจ็บและเพื่อนร่วมทางให้ข้อมูลว่า เห็นเฮลิคอปเตอร์บินอยู่เหนือบริเวณก่อนเกิดเสียงปืน และเชื่อว่ากระสุนมาจากอากาศยาน โดยคำบอกเล่าบางช่วงระบุว่า เฮลิคอปเตอร์บินดักหน้าและเกิดเสียงปืนขณะกลุ่มผู้ประสบเหตุยกมือแสดงความบริสุทธิ์ใจ
ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงยืนยันว่า มีเฮลิคอปเตอร์ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนในพื้นที่จริง แต่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสระบุว่า บนอากาศยานมีกำลังพล 4 นาย ไม่มีผู้ใดนำอาวุธประจำกายขึ้นไป และไม่มีการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ลงสู่ภาคพื้นดิน
ด้านผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ให้ข้อมูลว่า บาดแผลทางเข้าอยู่บริเวณด้านหน้าใกล้สะดือ ส่วนบาดแผลทางออกอยู่ด้านหลังเหนือระดับเอว หากผู้บาดเจ็บอยู่ในท่ายืน แนวบาดแผลอาจเฉียงขึ้นประมาณ 30 องศา อย่างไรก็ตาม แพทย์ย้ำว่ายังไม่สามารถระบุชนิดหรือขนาดอาวุธได้ และข้อมูลทางการแพทย์เพียงอย่างเดียวไม่อาจชี้ว่ากระสุนถูกยิงจากอากาศ จากภาคพื้นดิน หรือเกิดขึ้นด้วยพฤติการณ์ใด
ขณะเดียวกัน มีรายงานอ้างข้อมูลตำรวจว่า เจ้าหน้าที่พบหัวกระสุนและปลอกกระสุนขนาด 5.56 มม. จำนวน 3 ปลอก รวมถึงร่องรอยหลายจุดบริเวณใกล้เคียง และส่งวัตถุพยานไปตรวจพิสูจน์แล้ว แต่ยังไม่มีผลอย่างเป็นทางการยืนยันว่าวัตถุพยานเหล่านี้เกี่ยวข้องกับกระสุนที่ทำให้ผู้บาดเจ็บได้รับบาดเจ็บ ถูกยิงจากอาวุธชนิดใด หรือเชื่อมโยงกับบุคคลใด
อีกหนึ่งประเด็นที่เกิดข้อโต้แย้งคือ ช่วงเวลาที่สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพร่องรอยในพื้นที่เกิดเหตุ หลังหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสระบุว่า ภาพร่องรอยบนถนนที่ปรากฏในสื่อถูกถ่ายก่อนตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ และเตือนว่าการเข้าพื้นที่ก่อนการตรวจพิสูจน์อาจทำให้พยานหลักฐานเกิดความยุ่งเหยิง
ต่อมา ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าว ได้เผยแพร่ภาพและคลิปที่มีข้อมูลวัน เวลา และสถานที่ พร้อมชี้แจงว่า เวลา 13.42 น. ขณะเจ้าหน้าที่ปิดถนน ตนยังไม่ได้เข้าไปในพื้นที่ และเห็นรถของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และรถผู้ใหญ่บ้านขับออกมาจากบริเวณจุดเกิดเหตุ จากนั้นจึงไปสัมภาษณ์ผู้ใหญ่บ้านและเพื่อนของผู้บาดเจ็บ
ฐปณีย์ระบุว่า กลับเข้าไปอีกครั้งเมื่อเวลา 15.06 น. หลังเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานออกจากพื้นที่และถนนเปิดให้ประชาชนสัญจรแล้ว โดยขับรถตามผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ซึ่งนำเพื่อนของผู้บาดเจ็บไปชี้จุดเกิดเหตุ ก่อนออกจากพื้นที่เมื่อเวลา 15.39 น. พร้อมยืนยันว่า ไม่มีแนวกั้นสถานที่เกิดเหตุและมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอยู่ด้วย ไม่ได้เข้าไปโดยพลการ ทั้งนี้ ได้ทำหนังสือชี้แจงลำดับเหตุการณ์ดังกล่าวไปยังหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสแล้ว
อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงและข้อมูลเวลาจากภาพและคลิปส่วนนี้ใช้ประกอบการตรวจสอบว่า ผู้สื่อข่าวเข้าไปในพื้นที่ช่วงใดเท่านั้น ยังไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าร่องรอยบนถนนเกิดจากกระสุน หรือพิสูจน์ว่าใครเป็นผู้ยิง
เมื่อข้อมูลสำคัญยังไม่ลงรอยกัน รอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จึงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงที่เป็นอิสระ คู่ขนานกับกระบวนการสอบสวนของตำรวจ เพื่อให้ผลการตรวจสอบได้รับความเชื่อถือจากทุกฝ่าย
ด้าน รศ.เอกรินทร์ ต่วนศิริ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เสนอให้รัฐบาลจัดตั้ง “คณะกรรมการค้นหาความจริงกรณีจะแนะ” เป็นกลไกกลางสำหรับตรวจสอบคำให้การ วัตถุพยาน หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และข้อมูลของรัฐภายใต้มาตรฐานเดียวกัน
ข้อเสนอดังกล่าวประกอบด้วยหลักสำคัญ ได้แก่ ความเป็นอิสระจากหน่วยงานที่ถูกตั้งคำถาม องค์ประกอบที่หลากหลายและน่าเชื่อถือ อำนาจเข้าถึงข้อมูลการบิน บันทึกภารกิจ อาวุธ กระสุน และวัตถุพยาน การคุ้มครองผู้บาดเจ็บ พยาน และเจ้าหน้าที่ การเปิดเผยข้อค้นพบต่อสาธารณะ ตลอดจนการเชื่อมผลตรวจสอบเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและการป้องกันเหตุซ้ำ
THE STANDARD รวบรวมคำบอกเล่า คำชี้แจง ข้อมูลทางการแพทย์ วัตถุพยานที่มีรายงาน ลำดับเวลาการเข้าพื้นที่ของผู้สื่อข่าว และข้อเสนอเกี่ยวกับกระบวนการค้นหาความจริง เพื่อแยกให้เห็นว่า ข้อมูลใดได้รับการยืนยันแล้ว และประเด็นใดยังต้องรอผลตรวจพิสูจน์อย่างเป็นทางการ
ณ เวลานี้ ยังไม่อาจชี้ขาดว่าเป็นการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ การยิงจากภาคพื้นดิน หรือเหตุปืนลั่น คำตอบต้องมาจากหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และกระบวนการตรวจสอบที่โปร่งใส เป็นอิสระ และได้รับความเชื่อถือจากทุกฝ่าย

ภาพ: ณัฏฐ์กานต์ ดวงมาตย์พล


