วันนี้ (21 สิงหาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการบริหารจัดการอุทกภัยในพื้นที่เมืองหลวง โดยระบุว่า กทม. ได้สำรวจและเร่งแก้ไขจุดเสี่ยงน้ำท่วมทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 737 แห่ง ปัจจุบันสามารถดำเนินการแก้ไขไปแล้วเกือบร้อยละ 70
สำหรับความกังวลเรื่องมวลน้ำจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือที่จะเคลื่อนตัวลงสู่พื้นที่ราบลุ่มด้านล่างนั้น ชัชชาติ ระบุว่า กทม. ได้เฝ้าติดตามปริมาณน้ำอย่างใกล้ชิด ซึ่งประเมินสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากปริมาณน้ำกักเก็บในเขื่อนต่างๆ ยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนัก
หากมวลน้ำดังกล่าวไหลลงมาถึงกรุงเทพมหานคร คาดการณ์ว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจะเป็นลักษณะเฉพาะจุดเท่านั้น ไม่น่าจะเกิดการท่วมขังเป็นวงกว้าง พร้อมระบุข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า ในปีนี้ประเทศอาจต้องติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยแล้งมากกว่าความกังวลเรื่องฝนตกหนัก
อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันว่ากรุงเทพมหานครจะไม่ประมาทต่อสถานการณ์ โดยยังคงสั่งการให้เฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ทั้งการติดตามพยากรณ์ฝน ระดับน้ำ และการเตรียมความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านการระบายน้ำอย่างเต็มระบบ
- การตรวจสอบความพร้อมของประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ และเครื่องสูบน้ำ
- การขุดลอกคูคลองและเปิดทางน้ำไหล
- การทำความสะอาดและลอกท่อระบายน้ำ
การเตรียมความพร้อมดังกล่าวจะช่วยให้ กทม. สามารถปรับเปลี่ยนแผนการบริหารจัดการน้ำได้ทันทีตามสถานการณ์จริง เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนให้ได้มากที่สุด พร้อมกันนี้ นายชัชชาติ ยังได้กล่าวส่งความห่วงใยและเป็นกำลังใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์อุทกภัยในขณะนี้ด้วย
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลสถานการณ์ฝน ระดับน้ำ และแผนการบริหารจัดการน้ำได้ผ่านช่องทางของสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร และหากพบปัญหาน้ำท่วมขัง สามารถแจ้งเหตุเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าแก้ไขได้ทันทีผ่านแอปพลิเคชัน Traffy Fondue หรือติดต่อศูนย์ป้องกันน้ำท่วม โทร. 0-2248-5115 และสายด่วน กทม. 1555 ตลอด 24 ชั่วโมง


