กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ขยายผลการสืบสวนคดีทุจริตสอบแข่งขันเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ปี 2568 โดยมุ่งเป้าไปยังกลุ่มนายหน้าและบุคคลทั่วไปในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน
ล่าสุดพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงถึงอดีตผู้สมัคร สส. ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ซึ่งถูกซัดทอดว่าเป็นผู้รวบรวมเงินจากผู้เสียหายเพื่อส่งต่อให้กลุ่มบุคคลระดับวีไอพีในกรุงเทพมหานคร โดยมีมูลค่าความเสียหายรวมจากผู้เสียหายในจังหวัดศรีสะเกษและยโสธรกว่า 11 ล้านบาท
- ผู้สมัคร สส. ศรีสะเกษ ปฏิเสธข้อกล่าวหาถูกรับเงินวิ่งเต้น
ความคืบหน้าการสืบสวนของ DSI มีการสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้วจำนวน 5 ราย จากผู้ต้องหาทั้งหมด 7 ราย ที่ผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ
บุคคลที่ได้รับการสอบปากคำในฐานะพยานประกอบด้วย อดีตผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ซึ่งมีประวัติเคยดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน 15 ปี และนายกองค์การบริหารส่วนตำบล 6 สมัย จำนวน 1 ราย บุคคลใกล้ชิดที่ทำหน้าที่รวบรวมเงิน จำนวน 2 ราย และบุคคลที่แอบอ้างชื่ออดีตผู้สมัคร สส. รายดังกล่าว จำนวน 2 ราย
จากการสอบปากคำ พบว่าพยาน 4 รายให้การสอดคล้องกัน โดยบุคคลใกล้ชิด 2 รายยอมรับว่าได้รับเงินจากผู้เสียหายคนละ 5-6 ราย ก่อนนำยอดเงินรวบรวมส่งมอบให้อดีตผู้สมัคร สส. เพื่อส่งต่อไปยังกลุ่มวีไอพีในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
ทางด้านอดีตผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยระบุว่าตนเองถูกบุคคลอื่นแอบอ้างชื่อและไม่มีส่วนในการกระทำความผิด แต่ระบุว่าประวัติในอดีตของตนอาจทำให้บุคคลอื่นเชื่อว่าต้องใช้ช่องทางวิ่งเต้นผ่านตน
- มูลค่าความเสียหายในศรีสะเกษรวม 9.5 ล้านบาท
ข้อมูลจากการลงพื้นที่ของ DSI ระหว่างวันที่ 9-12 สิงหาคม 2569 พบว่ามีผู้เสียหายในจังหวัดศรีสะเกษจำนวน 19 ราย ร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา 7 ราย โดยระบุพฤติการณ์การแบ่งหน้าที่กันทำงานและเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการสอบผ่านการคัดเลือก
ยอดเงินที่ผู้เสียหายจ่ายมีจำนวนตั้งแต่ 200,000 บาท 400,000 บาท 500,000 บาท 600,000 บาท และสูงสุดที่ 800,000 บาท โดยมีค่าเฉลี่ยรายละ 500,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายในจังหวัดศรีสะเกษ 9.5 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังพบความเชื่อมโยงกับผู้เสียหายในจังหวัดยโสธร 1 ราย คือ พิบูล ฝ่ายดี อดีตนายกเทศมนตรีตำบลตาดทอง อำเภอเมืองยโสธร ซึ่งได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรอุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ว่าได้มอบเงินสด 2,150,000 บาท ให้แก่อดีตผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย เพื่อให้ช่วยเหลือผู้สมัครสอบจำนวน 5 ราย แต่เมื่อประกาศผลสอบกลับไม่มีรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกตามที่ตกลงกันไว้
- แบ่งคดีส่วนเจ้าหน้าที่รัฐ-นักการเมืองให้ ป.ป.ช. สอบ
สำหรับการดำเนินคดี DSI ได้แบ่งโครงสร้างการพิจารณาออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือการดำเนินการกับกลุ่มบุคคลที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐหรือนักการเมือง เช่น นายหน้า ผู้รับประโยชน์ และกลุ่มผู้แอบอ้าง DSI รับผิดชอบการสืบสวนตามสำนวนเรื่องสืบสวนที่ 87/2569 เพื่อขยายผลในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน
ส่วนที่สองคือการพิจารณาความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ ข้าราชการระดับสูง หรือนักการเมือง ซึ่งอยู่ในการรับผิดชอบของคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดย DSI ได้ส่งเจ้าหน้าที่ 10 รายเข้าร่วมเป็นที่ปรึกษาเพื่อสนับสนุนการสอบสวนในประเด็นอาญาตามที่ ป.ป.ช. มอบหมาย
ทั้งนี้ หากการสอบสวนของ DSI พบข้อมูลเชื่อมโยงถึงข้าราชการฝ่ายการเมือง พนักงานสืบสวนจะนำเสนออธิบดี DSI เพื่อพิจารณาส่งเรื่องรวมกับสำนักงาน ป.ป.ช.
กรณีความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน


